

เมื่อหลายปีก่อน ผมรู้สึกหงุดหงิดกับเว็บไซต์ต่างๆ เช่น เว็บไซต์ทางการเมือง(ที่เน้นความรุนแรง) เว็บไซต์ดารานักร้อง เซกส์ซี่ เกมส์ออนไลน์ โดยเฉพาะเว็บไซต์ทางเพศ(ทั้งวอบๆแวมๆและโจ๋งครึ่ม)ที่เปิดกันอย่างดาษดื่น และได้ชักจูงอนุชนจำนวนมากให้เห็นว่า ความผิดทางเพศถือเป็นเรื่องธรรมดา เราก็มานั่งคิดนอนคิดและอธิษฐานว่า จะทำอย่างจะปิดกั้นความชั่วร้ายเหล่านี้ มิให้สมาชิก คริสเตียนและผู้คนมิให้เข้าไปสัมผัส แต่พบว่าแทบจะไม่มีทางปิดกั้นความทันสมัยเหล่านี้ได้เลยเวลานั้น แม้บางคนจะใช้วิธีการบล็อกเว็บไซต์ แต่คนมันจะทำก็หาทางจนได้แหละน่า! อาจารย์เรวัฒน์ เทพจักร ผู้มีความรู้ทางด้านไอที ได้เปิดเว็บไซต์ของคริสเตียนขึ้นมานำร่อง และได้ช่วยคริสตจักร องค์กรและองค์การอีกนับร้อยแห่งให้เปิดเว็บไซต์ของแต่ละหน่วยงานขึ้นมา บางแห่งเน้นไปที่การประกาศข่าวประเสริฐกับผู้ไม่เชื่อ บางแห่งเน้นไปทางด้านข่าวสาร สังคมสงเคราะห์ และบางแห่งเน้นไปที่กิจกรรมของคริสตจักรและกลุ่มภายใน อาจารย์เรวัฒน์ได้แนะนำให้ผมเปิดเว็บไซต์สำหรับผู้นำคริสเตียน โดยเน้นไปที่บทความหนักๆ คำเทศนา โครงร่างคำเทศนา พร้อมทั้งบท
วิเคราะห์วิจารณ์ โดยให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชื่อเว็บไซต์ว่า www.thaisermons.com ตอนแรกผมไม่อยากทำ เพราะคิดว่าไม่ถนัดและไม่ค่อยมีเวลา แต่ทนการรบเร้าของเพื่อนร่วมงาน(อ.เรวัฒน์)ไม่ไหว จึงว่า “เอ้า ลองดูก็ได้” ตอนแรกก็ขลุกขลักๆนิดหน่อย แต่ก็ได้คนมีฝีมือในการดูแลเว็บไซต์เช่น อาจารย์กิตติคุณ มีแตงมาช่วยอีกแรงหนึ่ง จึงค่อนข้างไปโลด (แต่ไม่ถึงกับฉิว) ขอบคุณพระเจ้าที่เว็บไซต์ของเราสามารถจุดความสนใจของผู้คนได้ ภายในเวลาเพียงสามปี เรามีผู้สนใจแวะเข้าไปเยี่ยมชมเกือบ ๕ แสนคน มีคนทุกเพศทุกวัยเข้าไปเยี่ยมชม(โดยเฉพาะผู้รับใช้ของพระเจ้า) และมีสมาชิกเป็นตัวเป็นตนราว ๘ พันคน (แต่น่าเสียใจเพราะเมื่อไม่นานมานี้ เว็บไซต์ของเราถูกไวรัสโจมตี ข้อมูลหายไปเกือบหมด เราจึงต้องปิดชั่วคราวและเปิดใหม่อีกครั้ง ตอนนี้ทุกอย่างต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่) สรุป สุดท้ายนี้เราอยากจะหนุนใจพ่อแม่ ผู้ปกครองและผู้นำคริสตจักร ที่ลูก(สมาชิก)มีปัญหาติดแบล็คเบอรี่ ติดการแซ็ตอินเตอร์เนท ท่องเว็บฯ ทวิทเตอร์ เฟซบุ๊ค ฯลฯ ให้อธิษฐานเผื่อและขอสติปัญญาจากพระเจ้าว่า เราจะแก้ไขเหตุการณ์ได้อย่างไร (เพราะควบคุมไม่ได้) แทนที่เราจะห้ามปรามก็หันมาชักจูงพวกเขาให้นำเครื่องมือเทคโนโลยีเหล่านี้มา ใช้ในทางบวกคือเสริมสร้างจิตวิญญาณ
ลองดูนะครับ แล้วจะเห็นการอัศจรรย์เกิดขึ้น! “เพราะว่าไม่มีสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งพระเจ้าทรงกระทำไม่ได้” (ลก. ๑.๓๗)
“เรารู้ว่า พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง คือคนทั้งปวงที่พระองค์ได้ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์” (รม. ๘.๒๘) ได้ผลอย่างไรเขียนมาบอกเล่ากันบ้างนะครับ ที่
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
เพื่อจะช่วยยืนยันความคิดทำนองนี้.






