ระวังการดำเนินชีวิต
คำนำ
คริสเตียน ดำเนินชีวิตด้วยความบริสุทธิ์ พระคัมภีร์ได้สอนให้เราเรียนรู้จักระมัดระวัง “การดำเนินชีวิต” ไม่ให้มีมลทินหรือด่างพร้อย เพื่อจะเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า
อฟ. ๕.๑๕ “เหตุฉะนั้น ท่านจงระมัดระวังการดำเนินชีวิตให้ดี อย่าเหมือนคนไร้ปัญญา แต่ให้เหมือนคนมีปัญญา”
ตัวอย่าง : มีหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งชานกรุงเทพๆ มีขโมยชุกชุมมาก บางบ้านถูกงัดและขโมยของหลายครั้งจนหมดเกลี้ยง เจ้าของบ้านต้องเขียนป้ายติดไว้ว่า “ขโมยที่รัก ไม่ต้องเข้าบ้านนี้ เพราะไม่มีอะไรเหลือให้ขโมยอีกแล้ว”
คริสเตียน จะต้องระมัดระวังในการดำเนินชีวิตให้ดี มิฉะนั้น ความเชื่อและความบริสุทธิ์จะหายไป
เฝ้าระวังและเตรียมพร้อม
มธ. ๒๔.๔๓-๔๔ พระเยซูคริสต์ ทรงสั่งสอนเรื่องให้ระวัง “เฝ้าคอยการเสด็จกลับมาของพระองค์” โดยยกตัวอย่างของขโมยที่จะแอบย่องเข้าบ้าน มันไม่เคยเขียนจดหมายแจ้งให้ทราบล่วงหน้า หรือโทรศัพท์บอกก่อน แต่เป็นหน้าที่ของเจ้าของบ้านเอง ที่จะต้อง “ตื่นอยู่และระวัง”
พระเยซูทรงใช้คำว่า “เหตุฉะนั้น ท่านทั้งหลายจงเฝ้าระวังอยู่, จงตื่นอยู่และระวัง, จงเตรียมพร้อมไว้” ไม่เพียงแต่ให้คริสเตียนเฝ้าระวังการเสด็จกลับมาของพระองค์เท่านั้น แต่ให้เฝ้าระมัดระวังในการดำเนินชีวิตประจำวันด้วย
ผู้เชื่อจะต้องเป็นเหมือนยามคอยสังเกตการณ์ แต่ชาวโลกกำลังทำอะไร? กิน ดื่ม สนุกสนาน ทำการสมรส และสนุกสนานรื่นเริง (ข้อ ๓๘)
ศัตรูของคริสเตียน
เราจะเฝ้าระวังการดำเนินชีวิตคริสเตียนให้บริสุทธิ์ และเป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าได้อย่างไร?
๑ ปต. ๕.๘ “ท่านทั้งหลายจงสงบใจ ระวังระไวให้ดี ด้วยว่าศัตรูของท่านคือมาร วนเวียนอยู่รอบๆ ดุจสิงห์คำราม เที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้”
พระคัมภีร์ ตอนนี้บอกถึงสองอย่างที่จำเป็นในการต่อสู้ฝ่ายจิตวิญญาณ
๑) สงบ – อย่าตกใจ แตกตื่นหรือตีโพยตีพาย จงเป็นคนที่สุขุมรอบคอบ
๒) ระมัดระวังให้ดี – ไม่ประมาท เผลอเรอ โดยคิดว่าคงไม่เป็นไร
เคยยืมวีดิโอของเพื่อนมาดู ชื่อเรื่อง “เดาะโกสท์ แอนด์ คัดเนสว์” เป็นเรื่องของคนต่อสู้กับสิงโตผีสิงในอาฟริกา พระเอกต้องปีนต้นไม้และคอยเฝ้าทั้งคืน ตอนดึกสงัดสิงโตปรากฏกายขึ้น เขายิงเพียงนัดเดียวสิงโตล้มลงตายทันที ในตอนท้ายๆของเรื่องเพื่อนของพระเอกซึ่งเป็นพรานมือหนึ่งมัวแต่เพลิดเพลินกับการดื่มเหล้าและเผลอหลับไป จึงถูกสิงโตคาบไปกิน
สามสิ่งที่สำคัญ
มาร์ติน เอ็ม ดิฮานได้เล่าถึงบ้านของชายคนหนึ่งที่ถูกขโมยเข้าทางหน้าในตอนกลางคืน เขาจึงหาวิธีป้องกัน โดยจุดเทียนไว้ที่หน้าต่าง แขวนกระดิ่งไว้ที่ขอบประตู และหาสุนัขมาเลี้ยงไว้ตัวหนึ่ง ความสว่างนั้นจะทำให้ขโมยไม่กล้าเข้ามา ถ้ากล้าเข้ามาหัวก็จะโดนกระดิ่งซึ่งแขวนไว้ที่ประตูเกิดเสียงดัง และหมาก็จะเริ่มเห่าทันที
ในทำนองเดียวกัน ชีวิตของคริสเตียนก้ต้องการสามสิ่ง คือ
๑) ความสว่างจากพระวจนะของพระเจ้า
พระเยซูตรัสว่า “เราเป็นความสว่างของโลก ผู้ที่เดินตามเราจะไม่เดินอยู่ในความมืด แต่จะมีความสว่างแห่งชีวิต” (ยน. ๘.๑๒) และผู้เขียนฮีบรูยืนยันว่า “พระคัมภีร์เป็นดาบสองคม” (ฮร. ๔.๑๒)
๒) กระดิ่ง คือการเป็นพยาน
“จงประกาศพระวจนะ” (๒ ทธ. ๔.๒) บอกเรื่องราวของพระเยซูคริสต์แก่ผู้อื่น คำพยานจะเป็นเครื่องป้องกันมิให้คริสเตียนทำบาป แต่รักษาชีวิตให้บริสุทธิ์อยู่เสมอ
๓) เสียงของสุนัข
พระคัมภีร์บอกคริสเตียนให้อธิษฐาน “จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ” (๑ ธส.๕.๑๗)
สรุป
เราจะเป็นคนฉลาดหรือโง่เขลาก็ขึ้นอยู่กับการดำเนินชีวิต
คริสเตียน คือผู้ที่สวนกระแสของโลก
สามสิ่งที่จะช่วยในการดำเนินชีวิตให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า คือ พระวจนะ คำพยาน และการอธิษฐาน.








