ผู้โปรดช่วยชนชาติให้รอด
ผู้โปรดช่วยชนชาติให้รอด
มธ. ๑.๑๘-๒๕
คำนำ
ตามธรรมเนียมของชาวยิว พิธีหมั้นจะทำก่อนการแต่งงานประมาณ ๑ ปี ซึ่งตามธรรมดาฝ่ายจะต้องมีอายุ ๑๘ ปี และฝ่ายหญิงอายุ ๑๖ ปี เป็นการปฏิญญาณว่าทั้งสองจะเป็นสามีภรรยากัน คู่หมั้นจะเลิกกันไม่ได้ จะต้องมีการแต่งงานอย่างเป็นทางการ แม้เป็นทหารอยู่ก็ได้รับการยกเว้น เพราะกลัวว่าจะตายสงครามก่อนที่จะได้แต่งงาน (ฉธบ. ๒๐.๗)
ตามหลักการของธรรมบัญญัติถ้าชายหญิงทำผิดประเวณีจะต้องมีโทษถึงตาย คือถูกขว้างด้วยก้อนหิน (ลวต. ๒๐.๑๐) หากชายหญิงคู่ใดได้ทำการหมั้นกันแล้ว และคู่หมั้นนั้นนอกใจ อีกฝ่ายมีสิทธิ์ฟ้องให้ลงโทษถึงตายได้ เพื่อ “กำจัดความชั่วเสียจากอิสราเอล” (ฉธบ. ๒๒.๒๓-๔) ถ้าเรานำหลักการนี้มาใช้ในคริสตจักรปัจจุบันจะมีผลเป็นอย่างไร?
ชีวิตของโยเซฟ
พระคัมภีร์ตอนนี้ได้กล่าวถึงชีวิตของชายที่ชื่อโยเซฟ เป็นคนที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลของกษัตริย์ดาวิด
(๑)โยเซฟเป็นคนมีธัมมะ
“ไม่พอใจที่จะแพร่งพรายความเป็นไปของเธอ หมายจะถอนหมั้นเสียลับๆ”(ข้อ ๑๙) จะเห็นว่าโยเซฟจะเข้าใจว่า มารีย์ได้ทำการนอกใจของตนเอง แต่เขาเป็นคน “มีธัมมะ” หมายถึงเป็นคนที่มีใจเมตตาปรานี มีความคิดสุขุมรอบคอบ ไม่คิดที่จะโกรธและแก้แค้น หรือประณามโดยการประโคมข่าวให้เธอเสียหาย ตัวอย่าง : กษัตริย์ซาอูลได้ตามล่าสังหารดาวิด และครั้งหนึ่งดาวิดมีโอกาสฆ่าซาอูลได้แต่เขาไม่ทำ ซาอูลจึงสำนึกตัวและยกย่องดาวิด (๑ ซมอ. ๒๔.๑๖-๒๐)
(๒)โยเซฟคิดอย่างรอบคอบ
“เมื่อโยเซฟยังคิดเรื่องนี้อยู่” (ข้อ ๒๐) ก่อนที่จะตัดสินใจอะไรลงไป โยเซฟได้ใช้เวลาคิดใคร่ครวญ และอธิษฐานต่อพระเจ้า หาข้อมูลอย่างรอบคอบ ไม่โกรธเร็วและใจร้อน เหมือนดังที่พระธรรมยากอบบอกว่า “เร็วในการฟัง ช้าในการพูดและช้าในการโกรธ” (ยก. ๑.๑๙) “หากคนโง่นิ่งเสียก็นับว่าเขาเป็นคนฉลาด” (สภษ. ๑๗.๒๘)
(๓)โยเซฟเชื่อฟังคำของพระเจ้า
“แต่เมื่อโยเซฟยังคิดในเรื่องนี้อยู่ ก็มีทูตองค์หนึ่งของพระเป็นเจ้ามาปรากฏแก่โยเซฟในความฝัน” (ข้อ ๒๐) แม้จะเป็นวิธีการที่ค่อนข้างแปลก แต่โยเซฟก็เชื่อว่ามารีย์ตั้งครรภ์โดยฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ เขาจึงทำตามคำแนะนำนั้นโดยไม่ลังเลใจ “รับมารีย์มาเป็นภรรยา แต่มิได้สมสู่กับเธอ จนกระทั่งประสูติบุตรชายแล้ว” (ข้อ ๒๔)
โยเซฟร่วมมือกับพระเจ้า ทำให้น้ำพระทัยของพระองค์สำเร็จ ในการช่วยไถ่โทษบาปของมนุษย์ (ข้อ ๒๕)
พระเยซูคริสต์
(๑)พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าและมนุษย์
“เพราะว่าในพระองค์นั้น สภาพของพระเจ้าดำรงอยู่อย่างบริบูรณ์” (คส. ๒.๙) ตามความเชื่อของพวกนอสติคมีหลายคนคิดและเข้าใจว่า พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าเท่านั้น แต่บางคนบอกว่า พระเยซูทรงเป็นมนุษย์เท่านั้น ในพระคัมภีร์ตอนนี้บอกอย่างชัดเจนว่า “พระเยซูทรงเป็นทั้งพระเจ้าแท้และมนุษย์แท้ในเวลาเดียวกัน”
พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าแท้คือมีศักดิ์ศรี เกียรติและฤทธานุภาพอย่างสูงส่ง แต่ในขณะเดียวกันก็เสด็จเข้ามาในโลกนี้เพื่อเกิดเป็นมนุษย์แท้ ทรงเป็นมนุษย์ในฝ่ายร่างกายและเป็นพระเจ้าในฝ่ายจิตวิญญาณ (รม.๑.๓-๔, ฮบ. ๔.๑๕-๑๖, ลก. ๙.๕๗-๕๘, ฮบ. ๒.๑๘,)
(๒)พระผู้ช่วยให้รอด พระนามว่า “เยซู”
“เธอจะประสูติบุตรชาย แล้วเจ้าจงเรียกนามท่านว่าเยซู เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่จะโปรดช่วยชนชาติของท่านให้รอดจากความผิดบาปของเขา” (ข้อ ๒๑) ในภาษาเดิมคำว่าเยซูมาจากคำว่าโยชูวา แปลว่า “ช่วยให้รอด” พระคัมภีร์อธิบายว่า
ไม่เพียงแต่รอดจากโรคภัยไข้เจ็บเท่านั้น แต่รอดจากบาป บึงไฟนรก และนำไปถึงสวรรค์
มนุษย์ทุกคนทำบาปและเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า (รม. ๓.๒๓) ค่าจ้างคือผลของบาปคือตาย พินาศในบึงไฟนรก (รม. ๖.๒๓) ในโลกนี้มีศาสดาและนักศาสนามากมาย แต่เขาเหล่านั้นเป็นเพียงผู้ชี้ทางรอด และทำดีเป็นตัวอย่างเท่านั้น แต่พระเยซูเป็น “ทางแห่งความรอด” (ยน. ๑๔.๖, กจ. ๔.๑๒)
องค์อิมมานุเอล
“ดูเถิด หญิงพรหมจารีคนหนึ่งจะตั้งครรภ์ และคลอดบุตรชายคนหนึ่ง และเขาจะเรียกนามของท่านว่าอิมมานูเอล(แปลว่าพระเจ้าทรงอยู่กับเรา)” (ข้อ ๒๓) มัทธิวได้อ้างพระสัญญาของพระเจ้าโดยผู้เผยพระวจนะอิสยาห์ ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จมาบังเกิด ๗๕๐ ปี (อสย. ๗.๑๔) อิมมานูเอลมีความหมาย ๓ ประการคือ
(๑)พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า
คำทำนาย (อสย. ๙.๖) คำอ้างของพระองค์เอง (ยน. ๑๒.๔๕, ๑๔.๙) คำพยานของคนอื่น (ยน. ๑.๑-๑๔, ฟป. ๒.๖, คส. ๒.๙) การมัศจรรย์ของพระเยซู โดยเฉพาะการคืนพระชนม์ (ยน. ๒๐.๒๘)
(๒)พระเยซูทรงอยู่กับมนุษย์
สำแดงพระลักษณะของพระเจ้า (ยน. ๑.๑๘) มีประสบการณ์ในความทุกข์เหมือนมนุษย์ (ลก. ๙.๕๗-๕๘) ทรง ช่วยเหลือมนุษย์ (มธ. ๒๐.๒๘) ทรงไถ่มนุษย์ให้รอดพ้นจากความผิดบาป (๑ ทธ. ๑.๑๕, ยน. ๓.๑๔)
(๓)พระเยซูทรงอยู่กับผู้เชื่อทุกยุคทุกสมัย
มธ. ๑๘.๒๐, ๒๘.๒๐, ยน. ๑๔.๑๖-๒๓, ๑ คร. ๓.๑๖, ฟป. ๑.๑๙, วว. ๓.๒๐
นำสาวกไปสู่ความจริง (ยน. ๑๖.๑-๒๑๕) ให้มีฤทธิ์อำนาจในการเป็นพยาน (กจ. ๑.๘) หนุนจิตชูใจ (ฟป. ๒.๑๓, คส. ๑.๒๗, ๑ ธส. ๑.๕, กจ. ๙.๓๑)
สรุป
-เราคริสเตียนควรจะเลียนแบบอย่างจากโยเซฟ เป็นคนมีธัมมะ รอบคอบและเชื่อฟังพระเจ้า
-พระเยซูเสด็จมาประสูติเพื่อช่วยเหลือมนุษย์ให้รอดจากความผิดบาป
-พระองค์ทรงสัญญาว่าจะสถิตอยู่กับเราตลอดไป.








