gototopgototop
Get Adobe Flash player
โครงคำเทศน์
แหล่งรวมบทความ
Trendy:
Global Thaisermons



E-BOOK โครงคำเทศน์

อ่านคำเทศนาผ่าน e-book

 
 
คลิ๊ค อ่าน E-BOOK เรื่อง ทีมเวิร์ค

   บริการเช่ารถตู้-จากสมาชิก

 

 

Delicious
ค้นหาบทความ-โครงเทศน์

เพื่อนร่วมงานในพระคริสต์

 

คำนำ

                พระคัมภีร์ใหม่ได้บันทึกเกี่ยวกับ “เพื่อนร่วมงาน” ไว้ ๑๐ ครั้ง นอกนั้นจะมีคำว่าเพื่อน, เพื่อนบ้าน,(สองคำนี้มีมากที่สุด) เพื่อนฝูง, เพื่อนมนุษย์, เพื่อนยาก, เพื่อนสนิท,  เพื่อนในความหมายของพจนานุกรมคือ “ผู้คบหาชอบพอกัน”

ในภาษาอังกฤษ friend คือ เพื่อน พวกพ้อง คนรู้จัก ผู้สนับสนุนและผู้คอยช่วยเหลือ

                “ยามสุขเพื่อนมากล้น ยากจนเพื่อนหนีหาย” หรือ “เพื่อนกินเพื่อนกัน เพื่อนรู้ไม่ทัน เพื่อนกันเอาไปกิน” พระคัมภีร์สุภาษิตบอกว่า “มีทรัพย์สมบัติมากก็มีเพื่อนมาก” (สภษ. ๑๙.๔) ปัญญาจารย์บอกว่า “เพื่อนคนหนึ่งล้มลง และเพื่อนอีกคนจพช่วยพยุงเพื่อนให้ลุกขึ้น” (ปญจ. ๓.๑) “มีเพื่อนที่แสร้งทำเป็นเพื่อน แต่มีมิตรบางคนที่ใกล้ชิดยิ่งกว่าพี่น้อง” (สภษ.๑๘.๒๔) ฉบับมาตรฐานว่า “มีเพื่อนบางคนนำความหายนะมาให้ แต่มีเพื่อนที่ใกล้ชิดยิ่งกว่าพี่น้อง”  

            ขอให้สังเกตว่า คนสมัยใหม่ไม่ต้องการเพื่อนที่อยู่ใกล้ชิด เพราะมีเครื่องมืออีเลคทรอนิคเป็นเพื่อนอยู่แล้ว เราจะเห็นว่าคนที่เดินมาเป็นกลุ่มสามสี่คน จะมีโทรศัพท์ในมือและต่างคนต่างกดของตนเอง หรือในร้านกาแฟจะมีสองสามคนนั่งอยู่ ทุกคนจะมีโน๊คบุ๊คอยู่ตรงหน้า ทุกคนจะง่วนอยู่ที่หน้าจอของตนเองเท่านั้น

เราต้องการเพื่อนร่วมงาน

                เปาโลเป็นคนที่มีเพื่อนเยอะ และท่านเรียกบางคนว่า “เพื่อนร่วมงาน” ตย. เรือแตกชาย ๓ คนติดเกาะ

            (๑)ทิตัสเพื่อนร่วมงาน

                ๒ คร. ๘.๒๓ เปาโลกล่าวถึงทิตัสว่า “ส่วนทิตัส เขาเป็นเพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้า และเป็นผู้ช่วยในการรับใช้ท่านทั้งหลาย ส่วนพี่น้องสองคนนั้น เขาเป็นทูตรับใช้ของคริสตจักรทั้งหลาย เป็นศักดิ์ศรีของพระคริสต์” พระคัมภีร์ได้กล่าวถึงลักษณะที่เด่นชัดของทิตัส (๑) เป็นเพื่อนร่วมงาน  (๒) เป็นผู้ช่วยในการรับใช้คริสตจักร

                พระคัมภีร์ฉบับ ๒๐๑๑ “ส่วนทิตัส เขาเป็นหุ้นส่วนและผู้ร่วมงานรับใช้ท่านทั้งหลาย” เราคิดการเปิดบริษัทที่มีเจ้าของหรือเถ้าแก่เป็นเจ้านาย และมีลูกจ้างหรือลูกน้องทำงานรับเงินเดือน กับบริษัทที่เปิดโอกาสให้ลูกจ้างเข้ามาซื้อหุ้นเป็นเจ้าร่วมได้ และปลายปีจะปันผลกำไรให้แก่ทุกคน คุณคิดว่าอย่างไหนดีกว่ากัน?

                ในสังคมปัจจุบันเรามีผู้นำเยอะเกินไปแล้ว และมีผู้ตามมากมาย แต่ที่ขาดอยู่คือ “เพื่อนร่วมงาน”  ภาษิตจีนบอกว่า “นกไม่มีขน คนไม่มีเพื่อน ย่อมขึ้นสู่ที่สูงไม่ได้” 

                อัลเบิร์ต เคมุสกล่าวว่า “Don’t walk in front of me, I may not follow. Don’t walk behind me,

I may not lead. Walk beside me and be my friend.” ไม่ต้องมาเดินนำหน้าผม ผมอาจจะไม่ตามคุณก็ได้ ไม่ต้องมาเดินตามหลังผม เพราะผมอาจจะไม่นำคุณก็ได้ ขอให้มาเดินข้างๆผม และมีเป็นเพื่อนกันดีกว่า”  - นี่ปรัชญาของผู้นำกลุ่มสยามแบ๊บติสต์

                (๒)เอปาฟรัสเพื่อนร่วมงาน

                ในพระคัมภีร์ใหม่เปาโลเอ่ยถึงอีกหลายคนที่ท่านเรียกว่า “เพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้า”  เช่น เปโตร ยากอบและยอห์น แม้ว่าจะมีงานรับใช้ที่ต่างกันแต่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ นำคนมารับเชื่อและตั้งคริสตจักรขึ้น  “ได้จับมือขวาของข้าพเจ้ากับบารนาบัส แสดงว่าเป็นเพื่อนร่วมงานกัน เพื่อให้เราไปหาคนต่างชาติและท่านเหล่านั้นไปหาพวกยิว” (กท. ๒.๙)

                (๓)เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ

                นอกจากนั้น เปาโลกล่าวถึงคนอื่นๆอีก เช่น “ทิคิกัสเพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้า”  (คส. ๔.๗) “ฟีลิโมนเพื่อนร่วมงานที่รักของข้าพเจ้า” เขาเป็นผู้ที่สนับสนุนงานรับใช้ของเปาโลมาตลอด (ฟม. ๑) และกล่าวถึงอีก ๔ คน “มาระโกผู้ อา

ริสทารคัส เดมาสและลูกาเป็นเพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้า” (ฟม. ๒๔)

                มาระโกนั้นมีประวัติแบบ “เลิกร้างกลางคัน” ครั้งหนึ่งเขาเคยถอดใจหนีงานรับใช้ไปดื้อ ทำให้เปาโลไม่พอใจมาก แต่ภายหลังก็กลับใจเสียใหม่ กลายเป็นเขียนพระธรรมมาระโก

                ส่วนเดมาสมีประวัติยิ่งแย่กว่าคนอื่น ตอนแรกเปาโลเรียกเขาว่า เดมาสที่รัก ต่อมาเรียกว่า เดมัสเพื่อนร่วมงาน แต่สุดท้ายท่านบอกว่า “เดมาสได้หลงรักโลกปัจจุบันไปเสียแล้ว” (๒ ทธ.๔.๑๐) ซึ่งเหมือนกับคำตรัสของพระเยซูคริสต์ “ผู้ใดเอามือจับคันไถแล้วหันหน้ากลับเสีย ก็ไม่สมควรกับแผ่นดินของพระเจ้า” (ลก. ๙.๖๒)

            ลูกาเป็นชาวกรีก มีอาชีพเป็นหมอ แต่ยอมเสียสละชีวิต ติดตามเป็นเพื่อนร่วมงานของเปาโล เพื่อรับใช้พระเยซูคริสต์ ท่านเขียนหนังสือพระกิตติคุณลูกาเล่มยาวที่สุดและละเอียดที่สุด

                เรารู้จักนายแพทย์คนหนึ่งชื่อกอบกิจ เขาตั้งในเดินทางไปอเมริกาเพื่อขุดทอง เพราะอาชีพแทพย์ที่นั่นสร้างฐานะให้ร่ำรวยได้ทันตาเห็น  แต่วันหนึ่งคุณหมอได้รับการชักชวนจากเพื่อนคริสเตียนให้ไปเข้าร่วมกลุ่มเซลล์ศึกษาพระคัมภีร์ด้วยกัน เขารู้สึกประทับใจในการสามัคคีธรรมแบบใหม่นี้ จึงตัดสินใจรับเชื่อในพระเยซูคริสต์ จากนั้นเขาก็ละทิ้งอาชีพหมอแล้วเดินทางไปเป็นมิชชันนารีที่ประเทศเขมร และรับใช้พระเจ้าที่นั่นจนกระทั่งทุกวันนี้

งานรับใช้พระเยซูคริสต์

                (๑)เป็นงานที่ยากลำบาก    

                ขอให้ดูในพระคัมภีร์จะพบว่า ไม่มีคำสัญญาว่าที่บอกว่า รับใช้พระเจ้านั้นจะเต็มไปด้วยราบรื่น สะดวกสบาย(และสตางค์) ตรงกันข้ามพระเยซูบอกว่า “เราจะส่งพวกท่านออกไปเหมือนลูกแกะท่ามกลางฝูงหมาป่า” (มธ. ๑๐.๑๖)

เปาโลได้หนุนใจทิโมธีว่า “บุตรของข้าพเจ้าเอ๋ย จงเข้มแข็งขึ้นในพระคุณซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์ จงมอบคำสอนเหล่านั้นซึ่งท่านได้ยินจากข้าพเจ้าต่อหน้าพยานหลายๆคน ไว้กับบรรดาคนซื่อสัตย์ที่สามารถสอนคนอื่นได้ด้วย จงมีส่วนร่วมในความทุกข์ยากเหมือนทหารที่ดีของพระคริสต์” (๒ ทธ. ๒.๑-๓)  ข้อที่ ๕ บอกว่า “นักกีฬาจะไม่ได้รับรางวัลไม่แข่งขันตามกติกา”

                ตัวอย่าง : นักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงของโลกชาวปอร์ตุเกสคือ คริสเตียโน โรนัลโด เขาเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ ๖ ขวบ พอเจ็ดขวบก็เล่นให้กับสโมสรแล้ว  โรนัลโดเป็นคนที่วิ่งเร็วและยิ่งประตูได้อย่างแม่นยำ เขาเคยยิง ๕ ประตูภายใน ๖ นาทีเท่านั้น  ดังนั้นเขาจึงค่าตัวแพงที่สุดในโลก

                มีคนถามเขาว่า “ทำอย่างไรจึงจะหยุดคุณได้?”

                โรนัลโดตอบว่า  “วิธีที่จะหยุดผมได้คือทำให้ป่วย หรือตัดขาผมทิ้งเสีย”

            ข้อคิด : มีวิธีใดที่จะหยุดคริสเตียนมิให้ประกาศ เป็นพยาน และเทศนารับใช้พระเจ้าได้? วิธีเดียวเท่านั้นคือ ประหารชีวิตเขาเสีย!

            (๒)รับการเสริมกำลังจากพระเจ้า

                มีข้อพระคัมภีร์ที่คริสเตียนชอบใช้การหนุนใจซึ่งกันและกัน จากประสบการณ์ความทุกข์ยากลำบากของเปาโลในการรับใช้พระเจ้า (พวกเราคริสเตียนปัจจุบันคงรับความทุกข์แค่ ๑ ใน ๑๐๐ ของเปาโลเท่านั้นกระมัง?) คือ ฟป. ๔.๑๓ ข้าพเจ้าเผชิญทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า ในภาษากรีกเน้นว่า “ข้าพเจ้าทุกอย่างได้” ฉบับอมตธรรมฯ “ข้าพเจ้าทำทุกสิ่งได้โดยพระองค์ผู้ประทานกำลังแก่ข้าพเจ้า”

                ตัวอย่าง : ชายคริสเตียนคนหนึ่งฝันไปว่า ทูตสวรรค์เอาหินก้อนใหญ่มาวางขวางถนนไว้ และบอกให้เขา “ผลัก” ก้อนหินนั้นออกไป วันแล้ววันเล่าผ่านไปแต่หินก้อนนั้นไม่ขยับเขยื้อน เขาท้อใจมากจึงทูลถามพระเจ้า ทำไมจึงเคลื่อนก้อนหินไม่ได้? พระองค์ตรัสตอบว่า “ลูกเอ๋ย เมื่อเราบอกให้เจ้ารับใช้เรา เจ้าก็ทำตามและผลักหินนั้น เราไม่ได้คาดหวังว่าหินมันจะเคลื่อนออกไป แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร? จงดูที่แขนและขาของเจ้า เดี๋ยวนี้มีกล้ามเนื้อขึ้นเป็นมัดๆ เจ้าเข้มแข็งและมีกำลังมากขึ้นใช่ไหม?

                PUSH มาจากคำว่า P = Pray, U = Until, S = Something, H = Happens   หมายถึง “อธิษฐานจนกว่าจะมีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น” ด้วยฤทธิ์อำนาจของพระเยซูคริสต์

สรุป

            -เราไม่ได้ต้องการผู้นำหรือผู้ตาม แต่เราต้องการเพื่อน

                -ศัตรูหนึ่งคนก็มากเกินไปแล้ว แต่เพื่อนร้อยคนก็ยังไม่พอ

                -เราทุกคนเป็นเพื่อนร่วมงานกันในพระเยซูคริสต์          

 

 

    

                    

 
001
002
003
004
005
007
008
009
010
011
News Plus Date
บารนาบัส
22 May 2013
บารนาบัส ลูกแห่งการหนุนน้ำใจ   ข้อพระคัมภีร์ : กจ. ๔.๓๖, ๙.๒๗, ๑๑.๑๙-๒๖, ๑๒.๒๕-๑๕.๔๑, ๑ คร. ๙.๖, กท. ๒ คำนำ                 ถ้าคุณได้เจอกับบารนาบัสที่สวรรค์ และมีโอกาสถามเขาว่า ในชีวิตคริสเตียนและการรับใช้พระเจ้า คุณมีโอกาสที่จะสร้างกี่คนให้เป็นผู้รับใช้ที่ยิ่งใหญ่ของโลก เราก็เชื่อว่าบารนาบัสจะตอบว่า อาจจะหลายคนอยู่...
ข้อเขียน ชวนคิด
มีเรื่องจริงเล่าว่า วันหนึ่งนักบินกับช่างเครื่องได้นำเครื่องบินออกทดสอบ ขณะที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากเพดานเหนือศีรษะ ซึ่งเต็มไปด้วยสายไฟ สันนิษฐานว่าน่าจะมีหนูแอบเข้ามาและกำลังกัดแทะสายไฟ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็นับว่าอันตรายมาก นักบินจึงบังคับเครื่องให้บินสูงขึ้นไป จนถึงระดับ ๒ หมื่นฟุต และเมื่อร่อนกลับลงมายังรันเวย์และเปิดดูบริเวณเหนือศีรษะ ก็พบว่ามีหนูสองตัวนอนตายอยู่ที่นั่น เนื่องจากมันทนต่อความกดอากาศไม่ไหว คิดอีกที : เมื่อเรามีปัญหาที่แก้ไม่ตก มีวิธีหนึ่งที่จะสามารถแก้ไขได้คือ “บินสูงขึ้นไป” นำภาระปัญหาเหล่านั้นเข้าไปเฝ้าพระเจ้า
PTT Oil Price
World Time Clock

 

 หนังสือ-วรรณกรรม

หนังสือ-วรรณกรรมเขียนโดยอ.ธวัช เย็นใจ

 

Tawat Yenjai