พระเยซูกลับบ้าน
โครงร่างคำเทศนา
พระเยซูกลับบ้าน
มัทธิว ๑๓.๕๓-๕๘
ธวัช เย็นใจ
คำนำ
คนส่วนใหญ่ที่จากบ้านเกิดเมืองนอนไปนาน เมื่อมีโอกาสได้กลับมายังบ้านอีกครั้ง จะมีความรู้สึกคล้ายคลึงกันคือ ตื่นเต้นและดีใจที่จะได้พบกับญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงเก่าๆ คิดถึงความประทับใจบางอย่างในอดีต แล้วแต่ว่าจะเป็นสิ่งที่หรือไม่ดี บางทีจะรู้สึกแปลกไป เพราะความเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของชุมชน
“เมื่อเสด็จมาถึงตำบลบ้านของพระองค์แล้ว” (ข้อ ๕๔) เราไม่ทราบแน่ชัดว่าพระเยซูได้จากเมืองนาซาเร็ธไปนานเท่าไหร่ แต่ปรากฏว่าผู้คนในเมืองนั้นยังจำพระเยซูได้ดีว่า พระองค์ทรงเป็นลูกเต้าเหล่าใคร และมีญาติพี่น้องกี่คน? เมือง
นาซาเร็ธ (Nazareth) ชื่อนี้หมายถึงการปกป้องคุ้มครองหรือรักษาไว้ “บุรีรักษ์” ปัจจุบันชาวอาหรับเรียกว่าเมือง “เอน
-นาซิราห์ (En-Nasirah) อยู่ทางภาคเหนือของอิสราเอล ห่างจากกรุงเยรูซาเล็มประมาณ ๑๐๐ กม. เป็นเมืองที่ไม่ค่อยมีความสำคัญอะไร เป็นที่ดูหมิ่นดังที่นาธานาเอลกล่าวว่า “สิ่งดีอันใดจะมาจากนาซาเร็ธ” (ยน. ๑.๔๖)
พระราชกิจของพระเยซู
เมื่อพระเยซูทรงมีโอกาสกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอน พระองค์ได้ทำอะไรบ้าง?
“พระเยซูทรงสั่งสอนในธรรมศาลาของพวกเขา” (ข้อ ๕๔)
(๑)ธรรมศาลา (Synagogue)
แต่เดิมนั้นชาวยิวมีพระวิหารสำหรับการนมัสการพระเจ้า แต่ถูกกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์แห่งบาบิโลนเผาทำลาย พวกเขาจึงหันมาประชุมนมัสการกันตามธรรมศาลาในชุมชน เมื่อพวกยิวกลับจากการเป็นเชลยก็ได้ช่วยกันสร้างพระวิหารขึ้นมาใหม่ ต่อมาก็ถูกกองทัพโรมทำลายลงอีก เวลานั้นธรรมศาลาได้แพร่หลายไปทั่วแล้ว เป็นศูนย์กลางใช้สำหรับประชุมพบปะของผู้คน ศึกษาพระคัมภีร์และกิจกรรมอื่นๆ ไม่ว่าพระเยซูหรือเปาโลมักชอบเข้าไปที่ธรรมศาลาเสมอ
(๒)พระเยซูทรงสั่งสอน
ภารกิจที่เป็นเป้าหมายหลักของพระเยซูคือ การประกาศข่าวแห่งความรอด “ตั้งแต่นั้นมา พระเยซูทรงตั้งต้นประกาศว่า จงกลับใจเสียใหม่ เพราะว่าแผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว” (มธ. ๔.๑๗) “แล้วพระองค์เสด็จมาถึงเมืองนาซาเร็ธเป็นที่ซึ่งพระองค์ทรงเจริญวัยขึ้น พระองค์เสด็จเข้าไปในธรรมศาลาในวันสะบาโตตามเคย และทรงยืนขึ้นเพื่อจะอ่านพระธรรม” (ลก. ๔.๑๖)
เมื่อคริสเตียนมีโอกาสกลับบ้านเกิดเมืองนอนได้ทำอะไรบ้าง? เราทุกคนควรจะมีภารกิจที่เป็นเป้าหมายหลักเหมือนกับพระเยซูใช่ไหม คือ ร่วมมือกับคนในท้องถิ่น และมีโอกาสแสดงแสดงถึงความเชื่อในพระเยซูคริสต์ (มธ. ๒๘.๑๙-๒๐)
ท่าทีของประชาชน
มีคำซึ่งกล่าวว่า สิ่งยากที่สุดสำหรับคริสเตียนก็คือ การประกาศและเป็นพยานข่าวประเสริฐในบ้านเกิดเมืองนอนของตนเอง คำถาม : เราผู้เชื่อในปัจจุบันมีทัศนะต่อเรื่องนี้อย่างไร? พระเยซูก็ทรงพบกับปัญหานี้เช่นกัน
“ฝ่ายพระเยซูตรัสกับเขาว่า ผู้เผยพระวจนะจะไม่ขาดความนับถือ เว้นแต่ในเมืองของตน และในวงศ์วงานของตน” (ข้อ ๕๗)
(๑)ผู้คนแปลกใจ
“จนคนทั้งหลายประหลาดใจแล้วพูดกันว่า คนนี้มีสติปัญญาและฤทธิ์มหัศจรรย์อย่างนี้มาจากไหน?” พระคัมภีร์ฉบับภาษาอังกฤษใช้ ๓ คำที่น่าสนใจ คือ astonished, คืออัศจรรย์ใจยิ่ง wisdom มีความรู้ และ mighty works ทำไมพระเยซูจึงมีฤทธิ์อำนาจอย่างนี้?
แสดงให้เห็นว่า ถ้าประชาชนเหล่านี้ได้ศึกษาพระคัมภีร์เดิมอย่างถ่องแท้ พวกเขาก็จะรู้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระมาซีฮาห์ที่พระเจ้าทรงส่งมาเพื่อกอบกู้ชนชาติอิสราเอลให้รอดพ้นจากความผิดบาป แน่นอนอยู่แล้ว พระเจ้าต้องอัศจรรย์ ถ้าพระองค์ไม่อัศจรรย์ก็ไม่สามารถเป็นพระเจ้าได้!
ข้อคิด : ชีวิตคริสเตียนของเราทำให้ผู้คนในชุมชนอัศจรรย์ใจและสรรเสริญพระเจ้าใช่ไหม?
(๒)รู้จักครอบครัวของพระเยซู
ประชาชนกล่าวว่า “คนนี้เป็นลูกช่างไม้มิใช่หรือ มีแม่ชื่อมารีย์ และน้องชายของเขาชื่อยากอบ โยเซฟ ซีโมนและยูดาสมิใช่หรือ และน้องสาวก็อยู่กับเรามิใช่หรือ เขาได้สิ่งทั้งปวงเหล่านี้มาจากไหน?” (ข้อ ๕๕) น่าเสียดายและน่าเสียใจที่พวกเขารู้จักญาติพี่น้องทุกคนของพระเยซูดี แต่กลับ “ไม่รู้จักพระเยซู” อย่างดี
ตัวอย่างจากพระคัมภีร์ : ลก. ๒๔.๑๓-๓๕ ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูแล้ว ล่วงเข้าวันที่สาม(ในตอนเช้าวันอาทิตย์)มีสาวกสองคนกำลังเดินทางไปยังบ้านเอมมาอูส พระเยซูเสด็จมาทักทายสนทนาด้วย แต่ปรากฏว่าเขาตาฟางและไม่รู้จักพระเยซู ใน ยน. ๒๐.๑๑-๑๘ พระเยซูเสด็จมาพบมารีย์ที่หน้าอุโมงค์ฝังศพ แต่เธอจำพระเยซูไม่ได้ เข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนทำสวน
พระเยซูทรงรู้สึกอย่างไรที่ชาวเมืองนาซาเร็ธพากันพูดอย่างนั้น?
(๓)รู้สึกหมางใจ
“เขาทั้งหลายจึงหมางใจในพระองค์” (ข้อ ๕๗) พระคัมภีร์อีกฉบับใช้คำว่า offended คือรู้สึกโกรธ, ขุ่นเคืองใจ, และไม่พอใจ ในพจนานุกรมไทยจำกัดความดังนี้ “หมาง คือ ขัดเคืองใจ, ขุ่นข้องใจ หมางใจคือ ผิดใจกัน, เคืองอยู่ในใจ
(หมางเมินคือ ห่างเหิน, จากนั้นก็จะกลายเป็นความเฉยชา จากคนที่เคยสนิทคุ้นเคยกันก็ทำเหมือนกับไม่รู้จัก)
ทั้งๆที่พระเยซูทรงกระทำดีทุกประการ แต่ทำไมประชาชนจึงมีปฏิกิริยาต่อพระองค์เช่นนี้? ในทำนองเดียวกันในขณะที่เราดำเนินชีวิตที่ดี แต่ทำไมชาวโลกจึงไม่พอใจเรา?
ยน. ๑๕.๑๙ ในพระคัมภีร์ข้อนี้ น่าจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
สรุป
-คุณเคยกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอนบ้างไหม? และได้รับประสบการณ์อย่างไรบ้าง?
-เวลาที่คุณกลับไปบ้าน คุณได้ทำอะไร? (ทำเหมือนกับพระเยซูไหม?)
-ผู้คนรู้สึกแปลกใจในการดำเนินชีวิตของคุณบ้างไหม? พวกเขาอาจจะจดจำชีวิตเก่าของคุณได้ แต่อาจจะรู้สึกคับข้องใจกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนใหม่ของคุณก็เป็นได้ ดังนั้น อย่าท้อใจ จงประกาศและเป็นพยานเพื่อพระคริสต์ต่อไป
-ถ้าคุณทำตามอย่างโลกจะไม่มีปัญหา แต่ถ้าคุณทำตามพระคริสต์จะได้รับความหมางใจ แต่พระองค์หนุนใจว่า
“จงชื่นใจเถิด เพราะว่าเราชนะโลกแล้ว” (ยน. ๑๖.๓๓)








