วางใจในพระเจ้าก็เป็นสุข
วางใจในพระเจ้าก็เป็นสุข
สดุดี ๔๐.๑-๑๗
คำนำ
พระคัมภีร์บทนี้เป็นเพลงของกษัตริย์ดาวิด ซึ่งได้บันทึกไว้ในบทที่ ๗๐.๑-๕ และบทที่ ๓๘ ในทำนองคล้ายคลึงกัน
ประกอบด้วย ๓ เรื่องใหญ่ คือ หนึ่ง การถวายขอบพระคุณพระเจ้าเป็นส่วนตัว (๔๐.๑-๑๐) สอง บทเพลงคร่ำครวญเป็นส่วนบุคคล (ข้อ ๑๑-๑๒) และสาม เป็นบทเพลงแห่งการทูลขอต่อพระเจ้า (ข้อ ๑๓-๑๗)
ในพระคัมภีร์ฉบับ ๑๙๗๑ ให้หัวข้อว่า “คำสรรเสริญเพราะรับการช่วยกู้” (ที่จริงในทัศนะของคริสเตียนตามหลักพระวจนะนั้น แม้เราจะไม่ได้รับการช่วยเหลือก็ยังสรรเสริญพระเจ้าอยู่ดี) ฉบับมาตรฐาน ๒๐๑๑ บอกว่าเป็น “คำขอบพระคุณพระเจ้า เพราะได้รับการช่วยกู้”
พระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอด
*สดด.๔๐.๑-๓ เป็นประสบการณ์ของผู้เขียน “พระเจ้าทรงช่วยเหลือตนเองอย่างไรบ้าง”
(๑)พระองค์ทรงรับฟังคำคำอธิษฐาน “เอนพระองค์ลง” หรือโน้มพระกาย (inclined เอียง, โน้มจิตใจลง ด้วยความชอบใจ) เมื่อผู้อธิษฐานมีความอดทนอย่างเพียงพอในการเพียรรอคอย ยากอบบอกว่าให้เราผู้เชื่อ “จงเหมือนชาวนาอดทนรอผลที่จะได้จากท้องนา” (ยก. ๕.๗-๘)
(๓)พระเจ้าทรงช่วย “ฉุดขึ้นมาจากหลุมอันน่าสลด จากเลนตม และวางเท้าบนศิลา” (ข้อ ๒) เลนตมคือขี้โคลน, สกปรก, เน่าเหม็น ที่สิ่งไม่มั่นคง ซึ่งหมายถึงพระเจ้าทรงช่วยดึงชีวิตของเราที่เต็มไปด้วยความผิดบาปและความไม่มั่นคงแห่งโลกนี้ มาวางไว้บนสิ่งที่มันคงคือพระเยซูคริสต์ เปโตรบอกว่า “จงมาหาพระองค์ผู้เป็นศิลาที่ทรงชีวิต” (๑ ปต. ๒.๔)
(๓)พระเจ้าทรงทำให้เรามีความสุขและเป็นพยานได้ “ร้องเพลงบทใหม่สรรเสริญพระเจ้า” และผู้คนได้เห็นได้ยินและจะเคารพนับถือและไว้วางใจในพระเจ้า” (ข้อ ๓) คริสเตียนทุกคนสามารถเล่าถึงประสบการณ์กับพระเจ้าและชีวิตใหม่ในพระเยซูคริสต์ได้ (๒ คร. ๕.๑๗)
คนที่วางใจในพระเจ้าก็เป็นสุข
*สดด. ๔๐.๔-๗ กษัตริย์ดาวิดได้โมทนาขอบพระคุณพระเจ้า
(๑)คนใดที่วางใจในพระเจ้าก็เป็นสุข (ข้อ ๔) ฉบับ NKJ พระพรเป็นของผู้ที่... (blessed is that man..)ขอให้สังเกตว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความสุข มันไม่ง่ายเหมือนกับอวยพรปีใหม่หรือตรุษจีน “ให้ร่ำรวยและมีความสุข เฮง เฮง เฮง” ตัวอย่าง ในช่วงตรุษจีนที่ผ่าน เห็นผู้คนไปลูบสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งใส่กระเป๋า หัวเป็นมังกรและตัวเป็นเต่า ( นัยว่ามังกรทำให้มีอำนาจและเต่าทำให้อายุยืนนาน)
(๒)คนใดที่ไม่คบคนจองหองและคนสอนเท็จ (ข้อ ๔)
พระคัมภีร์หมายถึงคนผิดบาป และคำสอนที่ไม่ถูกต้องตรงกันพระวจนะของพระเจ้า
(๓)ประกาศพระราชกิจอันมหัศจรรย์ของพระเจ้า (ข้อ ๕)
อย่างแรก เรารับการสำแดงจากพระเจ้าก่อน อย่างต่อมา คือ ประกาศแก่ผู้อื่น “ถ้าข้าพระองค์ประกาศและบอกกล่าวแล้ว ก็มากมายเหลือที่จะนับ” นักเทศน์ท่านหนึ่งกล่าวว่า “ถ้าคุณพูดเรื่องพระเยซูกับใครสักคนหนึ่ง นั่นคุณไม่มีวันที่จะพูดผิดคน” (เพราะทุกคนเป็นคนบาปและต้องการความรอดจากพระเยซูคริสต์)
พระประสงค์ของพระเจ้า
(๑)ต้องการให้เชื่อฟัง
*สดด. ๔๐.๖-๘ ผู้เขียนสดุดีบอกว่า “พระเจ้าไม่ประสงค์เครื่องสัตวบูชาและเครื่องถวายบูชา” (แกะ แพะ โค นกเขาหรือนกพิราบ ข้าวปลาอาหาร) ไม่เหมือนพระบางอย่างที่ต้องการพวงมาลัย ช้างแกะสลัก หมูเห็ดเป็ดไก่ แต่ที่พระองค์ต้องการคือ “การเบิกหูของมนุษย์” คือให้เราเชื่อฟังพระดำรัสของพระองค์ (ฮร. ๑๐.๕-๗)
ผู้คนในศาสนาต่างๆมักจะใช้การถวาย (บริจาค,ทำบุญ) แทนการเชื่อฟังคำสอน!
อสย. ๕๐.๕ พระเจ้าทรงเบิกหูของข้าพเจ้า และข้าพเจ้าจะไม่ดื้อดึง ทุกๆเช้าขอพระเจ้าทรง “ปลุกหูข้าพเจ้า”
ตัวอย่าง ๑ ซมอ. ๑๕.๒๒ กษัตริย์ซาอูลได้ก้าวก่ายหน้าที่ของปุโรหิตซามูเอล สิ่งไม่ได้สั่งแต่ทำ แต่สิ่งที่ไม่ได้สั่งกลับทำ
(๒)ยอมรับการทรงเรียก
ประการแรก “แล้วข้าพเจ้าทูลว่า ข้าพระองค์มาแล้ว พระเจ้าข้า” (ข้อ ๗) เหมือนเมื่อครั้งที่พระเจ้าตรัสในพระวิหารว่า “เราจะใช้ผู้ใดไป และผู้ใดจะไปแทนเรา” อิสยาห์รีบตอบรับการทรงเรียกโดยทูลว่า “ข้าพระองค์อยู่ที่พระเจ้าข้า ขอทรงใช้ข้าพระองค์ไปเถิด” (อสย. ๖.๘) ประการที่สอง เป็นการยอมรับการทรงเรียกด้วยความเต็มใจ “ข้าพระองค์ปีติยินดีที่กระทำตามน้ำพระทัยของพระองค์” (ข้อ ๘) พระคัมภีร์ตอนนี้ยังเล็งถึง “การเสเด็จมาของพระเยซูคริสต์ด้วย”
(๓)สะสมพระดำรัสไว้ในใจ
“พระธรรมของพระองค์อยู่ในจิตใจของข้าพระองค์” (ข้อ ๘) คนไทยว่า “เอาหูไปนาเอาตาไปไร่” “เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา” เมื่อฟังพระวจนะได้ยินหูลงไปถึงใจ(บางคนจากหูถึงใจระยะทางแค่คืบเดียว แต่บางครั้งต้องใช้เวลาหลายปี) ตอนต่อมาบอกว่า “ข้าพเจ้าได้สะสมพระดำรัสไว้ในเพื่อข้าพเจ้าจะไม่ทำบาปต่อพระองค์” (สดด. ๑๑๙.๑๐)
ขอทรงช่วยกู้ด่วน
*สดด. ๔๐.๙-๑๕ ผู้เขียนกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
(๑)ประกาศข่าวประเสริฐของพระเจ้า proclaimed the good news of righteousness บอกข่าวเรื่องความซื่อสัตย์และความรอด, ความรักมั่นคงของพระเจ้า บอกว่า “ข้าพระองค์ไม่ได้ยับยั้งริมฝีปากไว้เลย” (ข้อ ๙) คือ มีอะไรก็พูดออกมาให้หมด อธิษฐาน เป็นพยานแบ่งปันข่าวดี ชักชวนคนมาโบสถ์ นำคนมาร่วมในกลุ่มเซล ฯลฯ
(๒)ไม่กลัวศัตรู “ความชั่วได้ล้อมข้าพระองค์ไว้” ความผิดบาปตามทัน จนมองอะไรไม่เห็น “หูอื้อตามัว” มันเยอะกว่าเส้นผมบนศีรษะ (๓ หมื่นเส้น) “จิตใจของข้าพระองค์ก็ฝ่อไป” (ข้อ ๑๒) คำว่ามองอะไรไม่เห็นมาจากภาษาเดิมว่า “ร้องไห้มากเกินไป” คำถาม : คุณเคยโศกเศร้าเพราะบาปไหม?, เคยใจฝ่อหรือเปล่า? (ใจฝ่อคือท้อ ขนาด ไม่กล้า)
(๓)พระเจ้าจะทรงช่วย “พระเจ้าทรงพอพระทัยที่ช่วยกู้ข้าพระองค์” (ข้อ ๑๓) สังเกตคำว่า “ช่วยกู้”(ภาพของความล่มจม) ช่วยสงเคราะห์ (ความขาดแคลน) บาดเจ็บ ข้อ ๑๖ (ทางด้านร่างกายและจิตใจ) ถูกเยาะเย้ย “กุ๋ย กุ๋ย” (ข้อ ๑๕)
ฉบับใหม่ “ฮะฮ้า ฮะฮ้า” (Aha, Aha) บทเรียน : คริสเตียนมักจะเป็นที่เยาะเย้ยเสมอ
สรุป
*สดด. ๔๐.๑๖-๑๗ ผู้เขียนได้สรุปลงอย่างสวยงาม
-ผู้แสวงหาพระเจ้าก็เปรมปรีดา
-ผู้รักความรอดของพระองค์กล่าวว่า “พระเจ้าใหญ่ยิ่งนัก”
-เชื่อมั่นว่า พระเจ้าทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอด (ผู้อุปถัมภ์และผู้ช่วยกู้)








