สังขารอนิจจัง
สังขารอนิจจัง
คนเราเริ่มตายตั้งแต่วันแรกที่เกิดมา จริงๆแล้วร่างกายของมนุษย์ไม่มีราคาค่างวดอะไรมากนัก ในสังขารของเรามีสารซัลเฟอร์พอที่จะฆ่าเห็บบนตัวหมาได้หนึ่งตัว มีโปรแตสเซี่ยมเพียงพอที่ยิงปืนใหญ่ของเด็กเล่นได้หนึ่งนัด มีคาร์บอนเพียงพอที่จะทำเป็นดินสอได้ ๙๐๐ แท่ง มีไขมันพอที่จะทำสบู่ได้ราว ๗ ก้อน และมีฟอสฟอรัสพอที่จะผลิตหัวไม้ขีดไฟได้ ๒,๒๐๐ อัน เท่านั้นจริงๆ
นักศาสนาบางคนแบ่งแยกคนในโลกนี้ออกเป็น ๓ พวก พวกแรกรับประทานอาหารวันละมื้อเดียว เรียกว่าพวกโยคี(ฤาษี) พวกที่สองรับประทานอาหารวันละสองมื้อ เรียกว่าพวกโภคี (คือบริโภคนิยม) และพวกที่สามเรียกว่า พวกโรคี(แผลงมาจากคำว่าโรค) รับประทานอาหารอาหารวันละตั้งแต่สามมื้อขึ้นไป
เคยมีการทำวิจัยเรื่องนี้ โดยแบ่งหนูออกเป็นสามกลุ่ม กลุ่มละ ๑๐๐ ตัว กลุ่มแรกให้มันกินทุกสิ่งทุกอย่างตามที่มันต้องการและให้กินตลอดเวลา กลุ่มที่สองให้กินแต่ผักเท่านั้น ส่วนกลุ่มที่สามให้มันกินอาหารแค่ครึ่งเดียว เมื่อเวลาผ่านไปหกเดือนมีอะไรเกิดขึ้น?
หนูกลุ่มแรกเหลือมีชีวิตรอดเพียง ๕ ตัว กลุ่มที่สองเหลืออยู่ ๕๐ ตัว และกลุ่มที่สามเหลือถึง ๙๕ ตัว แล้วก็สรุปการทดลองในเรื่องนี้ว่า การกินแบบอดๆอยากๆจะทำให้มีอายุยืน!
คุณเคยเดินผ่านคลีนิกเสริมความงามไหม? บางร้านจะเขียนป้ายไว้ว่า “ฉีดเสริมจมูก ๖,๐๐๐ บาท อยู่ได้สองปี ฉีดร่องแก้ม ๘,๐๐๐ บาท อยู่ได้สองปี ฉีดหน้าเรียว ทำโบทอกซ์ ๖,๐๐๐ บาท อยู่ได้แปดเดือน มี อย.รับรอง”
แต่ความจริงก็คือ ไม่ว่าคนเราต้องการอยากสวย อยากงาม อยากรวยและอยากมีอายุยืนนานสักเท่าไหร่ก็ตาม ที่สุดแล้วก็ต้องลงไปอยู่ในดินกว้างหนึ่งเมตร ยาวสองเมตรและลึกสองเมตรทั้งสิ้น เพราะสังขารเป็นอนิจจัง พระเจ้าตรัสไว้ตั้งแต่มนุษย์คู่แรกของโลก “เจ้าจะต้องหากินด้วยเหงื่ออาบหน้า จนกว่าเจ้าจะกลับเป็นดินไป เพราะเราสร้างเจ้ามาจากดิน เจ้าเป็นผงคลีดิน และจะต้องกลับเป็นผงคลีดินดังเดิม” (ปฐก. ๓.๑๙)








