เพลงซาโลมอน
Song of Solomon
คำนำ
พระธรรมบทเพลงซาโลมอน อยู่ในหมวดกวีนิพนธ์ฮีบรู (คือโยบ สดุดี สุภาษิต ปัญญาจารย์ บทเพลงซาโลมอน)
ส่วนใหญ่เขียนในสมัยของกษัตริย์ดาวิดและซาโลมอน ซึ่งถือว่าเป็นยุคทองแห่งวรรณกรรม บทกลอนต่างๆมีอิทธิพลอย่างมาก และเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการดำเนินชีวิตของชนชาติอิสราเอล
สิ่งที่ปรากฏในพระธรรมหมวดกวีนิพนธ์คือ หนึ่ง ปัญหาที่เกิดขึ้น สอง ประสบการณ์ของผู้เขียน สาม การแสดงออกถึงความเชื่อ(ศรัทธา)ในพระเจ้า สี่ ปรัชญาและทัศนคติของคนอิสราเอลที่แสดงออกมา กลายเป็นค่านิยมของมนุษยชาติทั้งของคนที่เชื่อพระเจ้าและไม่เชื่อ ตั้งแต่สมัยโบราณจนกระทั่งทุกวันนี้
Paul Benware ผู้เขียนหนังสือสำรวจพระคัมภีร์เดิม กล่าวว่า “เพลงซาโลมอนเป็นบทกวี ที่ตัวละครแสดงออกถึงความยินดี และอันตรายของความรักของมนุษย์”
จุดประสงค์
บทเพลงซาโลมอนได้แสดงออกถึงความรักของมนุษย์ เพื่อให้เป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า แสดงออกด้วยกิริยาท่าทางของกาย และด้วยคำพูดเกี้ยวพาราสีแบบหนุ่มสาวหรือคู่รักกัน แต่อยู่ในขอบเขตความพอเหมาะพอดี
ขอให้เข้าใจว่า ตลอดพระคัมภีร์เดิมและใหม่ มีคำเตือนอยู่มากมายเกี่ยวกับการทำผิดทางด้านศีลธรรมและผิดคุณธรรม โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับเพศ
๑ ธส. ๔.๓-๘ พระคัมภีร์กล่าวถึงชีวิตที่พอพระทัยพระเจ้า “นี่แหละเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า ให้ท่านเป็นคนบริสุทธิ์ เว้นเสียจากการล่วงประเวณี” ในเรื่องคนรักและเพศสัมพันธ์ อย่าเน้นไปที่ราคะตัณหาเหมือนคนที่ไม่รู้จักพระเจ้า
ไม่ให้ทำล่วงเกินต่อคนรัก
ฮร. ๑๓.๔ “จงให้การสมรสเป็นที่นับถือแก่คนทั้งปวง และให้เตียงสมรสปราศจากความชั่วช้า เพราะคนที่มีชู้และคนที่ล่วงประเวณีนั้น พระเจ้าจะทรงพิพากษาโทษเขา”
เนื้อหาสาระ
๑)ความรัก
พระธรรมบทเพลงซาโลมอน สำหรับคนไทยเราค่อนข้างอ่านยากอยู่สักหน่อย เพราะมีตัวละครพูดสลับกันไปมา
แต่พอสรุปได้ว่า ข้อความสำคัญคือ “ความรัก” ในภาษากรีกได้แยกแยะความรักออกเป็น ๔ อย่าง คือ หนึ่ง อีรอส eros-ความรักในเรื่องเพศ สอง สตอร์เก storge-ความรักในครอบครัว พ่อแม่ลูก สาม ฟีเล phile-ความรักต่อสติปัญญาและต่อพี่น้อง และอากาเพ agape-ความรักที่มาจากพระเจ้า
บทที่ ๑.๑-๓.๕ เป็นการเกี้ยวพาราสีกันของหนุ่มสาว และการเตรียมตัวแต่งงาน
บทที่ ๓.๖-๕.๑ กล่าวถึงความบริบูรณ์ของชีวิตการสมรส
บทที่ ๕.๒-๘.๑๔ การอุทิศตัวให้แก่กันและกัน
๒)การเปรียบเทียบและประยุกต์
ประการแรก เจ้าบ่าวเป็นภาพของพระเจ้าหรือพระเยซูคริสต์ ใน มธ. ๒๕.๑-๑๐ คำอุปมาเรื่องหญิงพรหมจารี ๑๐ คนที่รอคอยการมาของเจ้าบ่าว ดู ยน. ๓.๒๙ พระเยซูเปรียบเทียบพระองค์เองเป็นเจ้าบ่าว (อสย. ๖๑.๑๐, ๖๒.๕)
ประการที่สอง เจ้าสาวเป็นภาพของคริสตจักร ผู้เชื่อหรือคริสเตียนควรจะเตรียมพร้อมเหมือนกับเจ้าสาวรอคอยการมาของเจ้าบ่าว ในวันที่พระเยซูคริสต์เสด็จกลับมา (ดู วว. ๑๙.๗-๘, ๒๑.๒, ๙, ๒๒.๑๗)
สรุป
พระธรรมเล่มนี้เป็นความรู้สึกของกษัตริย์ซาโลมอนที่มีต่อเจ้าสาวชื่อชุลไมส์หรือชูเลม
เริ่มตั้งแต่แรกพบ จีบกันและในที่สุดก็ได้แต่งงาน บทกวีเต็มไปด้วยความรัก ความชื่นชมยินดีและความสุขพึงพอใจ เหมือนที่พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “ตั้งแต่เดิมสร้างโลก พระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นชายและหญิง เพราะเหตุนั้น บุรุษจึงต้องละบิดามารดาของตน ไปผูกพันอยู่กับภรรยา และเขาทั้งสองจะเป็นเนื้ออันเดียวกัน เขาจึงไม่เป็นสองอีกต่อไป แต่เป็นเนื้ออันเดียวกัน เหตุฉะนั้น ซึ่งพระเจ้าทรงผูกพันกันแล้ว อย่าให้มนุษย์ทำให้พรากจากกันเลย” (มก. ๑๐.๖-๙)
เจ้าสาวเธอมาจากครอบครัวที่ยากจนในเอฟราอิม และวันหนึ่งก็ได้พบกับคนเลี้ยงแกะหนุ่ม คือกษัตริย์ซาโลมอนที่ปลอมตัวมา
ในที่สุดกษัตริย์ซาโลมอนได้นำเธอไปยังพระราชวังในกรุงเยรูซาเล็มในฐานะเจ้าสาวของพระองค์ เรื่องจึงจบลงอย่างมีความสุข.









