คริสตจักรสเมอร์นา-Smyrna
คำเทศนา – ธวัช เย็นใจ
พระเยซูทรงคิดอย่างไรต่อคริสตจักร(๒)
คริสตจักรสเมอร์นา-Smyrna
วิวรณ์ ๒.๘-๑๑
คำนำ
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นผู้ที่ตั้งคริสตจักรขึ้น พระองค์ตรัสว่า “บนศิลานี้เราจะสร้างคริสตจักรของเราขึ้น และพลังแห่งความตายจะมีชัยต่อคริสตจักรนั้นก็หามิได้” (มธ. ๑๖.๑๘) ความหมายที่แท้จริงของคริสตจักร (Church) ในภาษากรีกคือ ekklesia หมายถึงผู้ที่เชื่อและวางใจในพระเยซูคริสต์ (คริสตจักรคือผู้ที่ถูกเรียกมาโดยเฉพาะ) ทรงรักคริสตจักรอย่างมากมาย และทรงยอมสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนเพื่อเราคริสเตียนทุกคน
คริสตจักรสเมอร์นาอยู่ในแคว้นเอเชียน้อย ห่างเมืองเอเฟซัสไปทางเหนือประมาณ ๓๕ ไมล์ ในสมัยโบราณสเมอร์นาเป็นเมืองท่าและความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างมาก ในสมัยของยอห์นมีประชากรอยู่ราว ๒ แสนคน ชื่อของเมืองนี้แปลว่า “ยางไม้หอม” (myrrh) ที่ใช้ทำน้ำหอมและเครื่องหอมต่างๆ พระคัมภีร์กล่าวถึงเครื่องหอมใช้ในพลับพลาของพระเจ้า (อพย. ๓๐.๒๓, สดด. ๔๕.๘) และพวกนักปราชญ์(โหราจารย์)จากทิศตะวันออก และได้นำถวายเครื่องหอมมาถวายแด่พระกุมารเยซู (มธ. ๒.๑๑)
ข้อคิด : พระคัมภีร์กล่าวถึงกลิ่น ๒ ชนิด คือ กลิ่นหอมแห่งชีวิตและกลิ่นแห่งความตาย (๒ คร. ๒.๑๕-๑๖) คริสเตียนเป็นกลิ่นแบบไหน? ขอให้สังเกตว่า สเมอร์นาเป็นเพียงคริสตจักรเดียวที่ไม่มีคำตำหนิจากพระเยซูคริสต์เลย – คริสตจักรของเราในปัจจุบันเป็นเช่นคริสตจักรสเมอร์นาใช่ไหม?
พระเยซูทรงเป็นอะไรสำหรับคริสตจักร
“จงเขียนถึงทูตสวรรค์แห่งคริสตจักรที่เมืองสเมอร์นาว่า พระองค์ผู้ทรงเป็นเบื้องต้นและเป็นเบื้องปลาย ผู้ทรงสิ้นพระชนม์และกลับฟื้นขึ้นอีก” (๒.๘)
(๑)เบื้องต้นและเบื้องปลาย
ยอห์นได้เขียนพระคัมภีร์ตอนนี้โดยใช้อักษรกรีก ๒ คำที่มีความหมายมาก คำแรก “อัลฟา” (Alpha) เป็นอักษรตัวแรกในภาษากรีก [เหมือนกับ “กอไก่” ในภาษาไทย (เรามักจะถามว่า “ไก่กับไข่อันไหนเกิดก่อนกัน?”)] คำที่สอง “โอเมกา” (Omega) เป็นอักษรกรีกตัวสุดท้าย หรือฮอนกฮูกในภาษาไทย หมายความว่า ก่อนหน้านี้ไม่มีอะไร และหลังจากนี้ไม่มีอะไร
พระคัมภีร์อีกฉบับหนึ่งแปลว่า “พระองค์ทรงเป็นผู้แรกและผู้สุดท้ายที่ตายและกลับมีชีวิตขึ้นอีก” ชาวโลกมีพระมากมาย แต่เรามีพระเจ้าผู้ทรงเที่ยงแท้แต่องค์เดียวเท่านั้น เป็นพระผู้สร้างทุกสิ่ง ทรงรัก และส่งพระบุตรมาช่วยไถ่โทษบาป (ยน. ๓.๑๖-๑๗)
(๑)พระผู้ทรงสิ้นพระชนม์และฟื้นคืนพระชนม์
พระเยซูเป็นพระเจ้าที่เสด็จมาสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ถูกฝังไว้ในอุโมงค์ หลังจากนั้นสามวันทรงฟื้นขึ้นจากความตาย และทรงพระชนม์อยู่เป็นนิตย์ คือ ไม่ตายอีกเลย ความจริงก็คือว่า ผู้ที่อ้างว่าเป็นศาสดาจำนวนมากในโลกนี้ล้วนแต่เสียชีวิตไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพระพุทธเจ้า พระมะหะหมัด ขงจื้อ ฯลฯ ยืนยันโดยมีแต่กระดูกที่เหลืออยู่
พระเจ้าที่ตายแล้วก็ไม่สามารถช่วยเหลือใครได้
วันหนึ่ง เราไปงานศพญาติคนหนึ่ง ซึ่งเขาพิธีทางศาสนาสามวัน เราเห็นเขาเอาอาหารใส่ถาดมาวางไว้หน้าโลงศพเพื่อให้คนตายรับประทาน เมื่อเวลาผ่านไปราวสามชั่วโมง เขาก็นำเอาอาหารนั้นไปเททิ้งข้างรั้ว และมีสุนัขสองสามตัว
วิ่งมากิน
พระเยซูตรัสชมเชยคริสตจักร
“เรารู้ว่าพวกเจ้ามีความทุกข์ลำบากและยากจน(แต่ว่าเจ้ามั่งมีในฝ่ายจิตวิญญาณ) และรู้เรื่องการใส่ร้ายของคนเหล่านั้น ที่กล่าวว่าพวกเขาเป็นพวกยิวและหาได้เป็นไม่ แต่พวกเขาเป็นธรรมศาลาของซาตาน...เจ้าทั้งหลายจะรับความทุกข์ทรมานถึงสิบวัน” (ข้อ ๙-๑๐)
มีคริสเตียนบางกลุ่มสอนว่า มาเป็นคริสเตียนแล้วจะสบาย จะมั่งมีศรีสุขและร่ำรวยเงิน เมื่อเชื่อพระเจ้าแล้วจะไม่
มีความทุกข์ยากเลย และไม่มีโรคภัยไข้เจ็บใดๆ ขอให้ทราบเถิดว่า นั่นเป็นคำสอนเท็จ แน่นอน เมื่อเชื่อพระเยซูแล้วจะได้รับสันติสุขในจิตใจ มีความรัก ความหวัง ความรอดและชีวิตนิรันดร แต่ไม่มีคำสัญญาที่บอกถึงความร่ำรวยและปราศจากความทุกข์ พระเยซูตรัสว่า “เราได้บอกเรื่องนี้แก่ท่าน เพื่อท่านจะได้มีสันติสุขในเรา ในโลกนี้ท่านจะประสบความทุกข์ยาก แต่จงชื่นใจเถิด เพราะเราชนะโลกแล้ว” (ยน. ๑๖.๓๓)
ในภาษากรีก ptocheian หมายถึงยากจนข้นแค้นแสนสาหัส เลือดตาแทบกระเด็น เป็นแบบไม่มีข้าวสารกรอกหม้อ ต่างจากความยากจนแบบธรรมดาทั่วไป (pernia) แต่ว่าเราเป็นมั่งคั่งในพระสัญญาของพระเจ้า ขณะที่คริสเตียนมีความทุกข์ยาก ชีวิตอันซื่อสัตย์และจงรักภักดีของพวกเขาเป็นเหมือนเครื่องหอมที่ถวายแด่พระเจ้า เปาโลอ้างถึงตนเองว่า “เราเป็นคนยากจน แต่ยังทำให้คนเป็นอันมากมั่งมี เป็นคนที่ไม่มีอะไรเลย แต่ยังมีสิ่งสารพัดบริบูรณ์” (๒ คร. ๖.๑๐)
ยากอบน้องของพระเยซูบอกว่า “พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงฟังเถิด พระเจ้าทรงเลือกคนยากจนในโลกนี้เป็นคนมั่งมีในความเชื่อ และให้รับมรดกแผ่นดินสวรรค์ที่พระองค์ทรงสัญญาไว้” (ยก. ๒.๕) -เราทุกคนร่ำรวยฝ่ายจิตวิญญาณแล้ว!
พระเยซูทรงหนุนใจคริสตจักร
“อย่ากลัวความทุกข์ทรมานซึ่งเจ้าจะได้รับนั้น...แต่เจ้าจงมีใจมั่นคงตราบเท่าวันตาย” (ข้อ ๑๐) (๑)ไม่ต้องกลัว
โดยปกติมนุษย์มักจะกลัวความยากจนมากกว่ากลัวความตาย จะกลัวผีมากกว่ากลัวพระเจ้า จะกลัวสิ่งที่มองไม่เห็นมากกว่าสิ่งที่มองเห็น และจะกลัวอนาคตมากว่ากลัวอดีตกับปัจจุบัน กลัวการมีชีวิตอยู่มากกว่ากลัวตกนรก!
พระคัมภีร์ได้หนุนใจคริสเตียนครั้งแล้วครั้งเล่า โมเสสบอกแก่ชนชาติอิสราเอลเมื่อเห็นกองทัพอียิปต์ไล่ติดตามมา “อย่ากลัวเลย จงมั่นคงไว้ จงคอยดูความรอดที่มาจากพระเจ้า” (อพย. ๑๔.๑๓) พระเจ้าตรัสกับโยชูวา “อย่ากลัวเลย” (ยชว. ๘.๑) ตรัสกับอิสยาห์ “อย่ากลัวเลย เพราะเราอยู่กับเจ้า” (อสย. ๔๓.๕) พระเยซูตรัสกับเหล่าสาวกว่า “ทำใจดีๆไว้ อย่ากลัวเลย เราเองแหละ” (มธ. ๑๔.๒๗) “อย่าให้ใจของท่านวิตกและอย่ากลัวเลย” (ยน. ๑๔.๑)
(๒)มีใจมั่นคงจนถึงที่สุด
ในภาษาเดิม pistos-be faithful) แปลว่ามีความซื่อสัตย์, เป็นที่ไว้วางใจได้, มีความเลื่อมใสศรัทธา, มีความเชื่อ, มีความจงรักภักดี, และมีใจหนักแน่นมั่นคง บทเรียน : พวกเราทุกคนควรจะมีลักษณะเหมือนกับคริสเตียนสเมอร์นาคือซื่อสัตย์ มีความเชื่อที่มั่นคงและจงรักภักดีต่อพระเจ้า จนกระทั่งวันสุดท้ายของชีวิต(ในโลกนี้)
พระเยซูทรงสัญญาแก่คริสตจักร
“เราจะมอบมงกุฎแห่งชีวิตให้แก่เจ้า...ผู้ที่มีชัยชนะจะไม่ได้รับอันตรายจากความตายครั้งที่สองเลย” (ข้อ ๑๐-๑๑)
สิ่งที่คริสเตียนสเมอร์นาจะได้รับ คือ
(๑)มงกุฎแห่งชีวิต
นี่เป็นบำเหน็จอันล้ำค่าที่พระเจ้าจะประทานแก่ผู้ที่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า (๑ คร. ๙.๒๕, ๑ ธส. ๒.๑๙, ๒ ทธ. ๔.๖-๘, ๑ ปต. ๕.๔, วว. ๔.๔ และ ยก. ๑.๑๒)
เพราะพระเยซูทรงยอมรับมงกุฎหนาม จึงให้ให้ผู้เชื่อได้รับมงกุฎงาม!
(๒)พ้นความตายครั้งที่สอง ชาวโลกเกิดหนึ่งครั้งตายสองครั้ง ส่วนคริสเตียนเกิดสองครั้งและตายหนึ่งครั้งเท่านั้น
“บึงไฟนรกคือความตายครั้งที่สอง” (วว. ๒๐.๑๔)
สรุป
-เรื่องราวของโพลิขาร์พ ศิษยาภิบาลของคริสตจักรสเมอร์นา ในสมัยที่การนับถือพระเยซูเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย
โพลิขาร์พเป็นคนที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อพระเจ้า พวกศัตรูได้จับท่านมัดติดกับเสากลางแจ้ง และนำฟืนมาก่อไว้รอบๆ พวกเขาบอกว่า “ถ้าโพลิขาร์พเพียงแต่พูดว่าพระเยซูไม่ใช่พระเจ้า ท่านก็ถูกปล่อยตัวและกลับไปอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข”
แต่โพลิขาร์พตอบว่า “ข้าพเจ้าได้ปรนนิบัติพระองค์มาแปดสิบปีแล้ว พระองค์ไม่ทำให้ข้าพเจ้าเจ็บช้ำน้ำใจแม้แต่เพียงครั้งเดียว แล้วข้าพเจ้าจะปฏิเสธพระองค์อย่างไรได้” สิ้นคำนั้นน้ำมันชันก็ถูกราดลงไปบนร่างกายของโพลิขาร์พ และไฟก็ถูกจุดขึ้น ขณะที่เปลวเพลิงกำลังลามไหม้ร่างกายของท่านอยู่นั้น โพลิขาร์พได้อธิษฐานเผื่อพวกท่านข่มเหงท่าน จนกระทั่งสิ้นลมหายใจ
นี่คือความทุกข์และความตาย แต่คนของพระเจ้าก็ยังมีความมั่นคงจนหายใจเฮือกสุดท้าย
ขอพระเจ้าทรงช่วยเราคริสเตียนทุกคนในปัจจุบันนี้ อดทน ซื่อสัตย์และจงรักภักดีจนถึงที่สุด.








