มาลาคี(Malachi)
ศึกษาพระธรรมมาลาคี-ธวัช เย็นใจ
มาลาคี(Malachi)
บทนำ
๑.คำนำ
พระคัมภีร์เดิมมี ๓๙ เล่มและธรรมมาลาคี(Malachi)เป็นเล่มสุดท้าย ข้อสังเกตคือพระธรรมปฐมกาลเริ่มต้นด้วยแง่บวกคือ “การทรงสร้างของพระเจ้า” (ปฐก.๑.๑) แต่ในพระธรรมมาลาคีจบลงด้วยในแง่ลบคือ “คำแช่งสาปของพระเจ้า” (มลค. ๔.๖) โดยมีข้อแม้อยู่ว่า หากประชากรของพระเจ้าไม่ยอมกลับใจเสียใหม่ แต่ถ้าพวกเขาหันมาหาพระองค์ก็จะได้รับพระพรอย่างมากมาย
ข้อคิด : เราทุกคนสามารถเลือกเอาได้ว่า จะรับเอาพระพรของพระเจ้า หรือว่าจะรับเอาคำแช่งสาปของพระองค์
เหมือนกับคาอินกับอาแบล หรือเหมือนกันเอซาวกับยาโคบ เขามีสิทธิที่จะเลือกและผลลัพธ์ออกมาต่างกัน
๒.ชื่อของมาลาคี
มาลาคีเป็นภาษาฮีบรู มีความหมายว่า “ทูตของเรา” (๑.๑, ๓.๑) หรือ “ผู้สื่อสารขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (messenger of the Lord) หรือผู้ส่งข่าวของข้าพเจ้า (my messenger) นักศาสนศาสตร์ได้ตีความหมายว่า (๑) ชื่อนี้หมายถึงหนังสือมาลาคี ที่มีเนื้อหาซึ่งพระเจ้าทรงต้องการส่งข่าวสารถึงชนชาติอิสราเอล (๒) เป็นชื่อของมาลาคีผู้เขียนพระธรรมเล่มนี้โดยตรง
ผู้เผยพระวจนะหรือปุโรหิตมักจะถูกเรียกขานว่า “ทูตขององค์พระผู้เป็นเจ้า” (มลค. ๒.๗, ฮกก. ๑.๑๓)
มาลาคีเป็นหนังสือเล่มสุดท้าย ที่พระเจ้าทรงส่งไปถึงพลไพร่ของพระองค์ซึ่งอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม นักการศึกษาพระคัมภีร์เชื่อว่า มาลาคีเป็นสมาชิกในธรรมศาลาใหญ่ที่จัดตั้งโดยเนหะมีย์ ในช่วงปี กคศ. ๔๓๐
บทเรียน : เราทุกคนเป็นทูตของพระเจ้า ที่ส่งออกไปประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์และนำประชาชนให้กลับใจใหม่และรับเอาความรอดนิรันดร์ (มธ. ๒๘.๑๙-๒๐)
๓.จุดประสงค์ของพระธรรมมาลาคี
ในเนื้อหาสาระของพระธรรมเล่มนี้ คือ (๑) มาลาคีต้องการสื่อสารไปถึงพวกผู้นำทางศาสนา คือพวกปุโรหิตทั้งหลายที่ปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าในวิหารกรุงเยรูซาเล็ม (๒) ต้องการบอกแก่ประชากรอิสราเอลถึงน้ำพระทัยของพระเจ้า
โดยชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ถ้าประชากรของพระองค์ดำเนินชีวิตอย่างเอาจริงเอาจัง พวกเขาจะไม่ดำเนินในทางแห่งความผิดบาปอีกต่อไป
ข้อความที่ต้องการเน้นมากคือ บทที่ ๑.๖-๑๓ มาลาคีได้บอกถึงท่าทีของคนยิวที่ “เคารพยำเกรงพระเจ้า”
จุดประสงค์ของพระธรรมมาลาคีให้ประชากร “เกรงกลัวองค์พระผู้เป็นเจ้า”
คำถาม : คริสเตียนควรท่าทีอย่างไรที่เรียกว่าเคารพยำเกรงพระเจ้า?
๔.เบื้องหลัง
๑)คนยิวที่กลับจากเป็นเชลย
คนยิวที่กลับจากเป็นเชลยในบาบิโลนภายใต้การนำของเศรุบาเบล พวกเขาได้รับการหนุนใจจากผู้เผยพระวจนะฮักกัยและเศคาริยาห์ให้ก่อสร้างพระวิหารเสร็จในปี กคศ. ๕๑๖ ต่อมาในปี กคศ. ๔๕๘ ในสมัยของกษัตริย์อารทาเซอร์ซีสแห่งเปอร์เซีย คนของพระเจ้าชื่อเอสราได้นำคนยิวหลายพันคนกลับมาสมทบ และฟื้นฟูการนมัสการพระเจ้าขึ้นในพระวิหารหลังใหม่ (อสร. ๗.๑๗)
ล่วงไปอีก ๑๔ ปี (กคศ. ๔๔๔) เนหะมีย์ก็ได้รับอนุญาตกลับกรุงเยรูซาเล็ม และซ่อมสร้างกำแพงขึ้นใหม่ (นหม.๖.๑๕) และทำการปฏิรูปเพื่อช่วยเหลือคนยากไร้ (นหม.๕.๒-๑๓) และได้สร้างจิตสำนึกเกี่ยวกับสถาบันครอบครัวที่บริสุทธิ์ ไม่สมรสข้ามชาติและศาสนา (นหม. ๑๐.๓๐) และให้ประชาชนถือรักษาวันสะบาโตอย่างเคร่งครัด (นหม. ๑๐.๓๑) และมีการหนุนใจให้ถวายเงินสิบลดอย่างเคร่งครัด (นหม. ๑๐.๓๗-๓๙)
ต่อมาในปี กคศ. ๔๓๓ เนหะมีย์ได้กลับไปยังประเทศเปอร์เซีย พวกอิสราเอลก็พากันเหินห่างจากพระเจ้า และหันกลับไปทำความผิดบาปอีก และเมื่อเนหะมีย์กลับมาอีกครั้งก็พบว่า ผู้คนไม่ยอมถวายสิบลด ไม่ถือรักษาวันบริสุทธิ์(สะบาโต)ของพระเจ้า ทำการสมรสกับคนต่างชาติต่างศาสนา และพวกผู้นำ(ปุโรหิต)ก็ได้ทำการคดโกงคอรัปชั่น (นหม. ๑๓.๗-๓๑)
เหตุการณ์ทำนองนี้ก็เกิดขึ้นในสมัยของมาลาคีเช่นเดียวกัน เพราะเป็นช่วงเวลาที่อยู่ไล่เลี่ยกัน มาลาคีอาจเขียนพระธรรมเล่มนี้ขึ้นในช่วงที่เนหะมีย์กลับไปยังประเทศเปอร์เซียก็เป็นได้
๒)คนยิวในสมัยของมาลาคี
พระธรรมมาลาคีเขียนขึ้นภายหลังจากที่ชนชาติอิสราเอลกลับจากเป็นเชลยในบาบิโลนแล้วประมาณ ๑๐๐ ปี
ในสมัยของผู้เผยพระวจนะฮักกัย ประชาชนดื้อดึงและทำเป็นหูทวนลมต่อพระสุรเสียงของพระเจ้า ไม่สนใจต่อการทำตามน้ำพระทัยของพระองค์ แต่ในสมัยของผู้เผยพระวจนะมาลาคีเลวร้ายไปยิ่งกว่านั้นคือ พวกเขาพากันหวนกลับไปในวิถีชีวิตเดิม ถ้าดูจากภายนอกและพิธีกรรมทางศาสนาจะเห็นว่ายังดีอยู่ แต่ภายในจิตวิญญาณนั้นได้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เหมือนภาษิตไทยที่ว่า “ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง” นั่นแหละ
ข้อคิด : พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้เป็นผู้บริสุทธิ์และยุติธรรม มนุษย์หลงเชื่อฟังคำของมารซาตาน จึงตกเป็นทาสของความผิดบาป พระเจ้าทรงประทานพระเยซูคริสต์ให้มาตายเพื่อไถ่บาปที่บนไม้กางเขน ผู้ที่เชื่อวางใจจะรอด มีเสรีภาพและมีชีวิตนิรันดร์ (ยน. ๓.๑๖, รม. ๕.๖-๑๐)
๕.เนื้อหาสาระ
เนื้อหาสาระของพระธรรมมาลาคีสรุปได้ดังนี้ ประการแรก “พระเจ้าทรงเป็นองค์กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่” (๑.๑๔) ประการที่สอง พระเจ้าทรงพระเดช-พระองค์จะเสด็จมาพิพากษาประชากรของพระองค์ (๓.๑-๕, ๔.๑) ประการที่สาม พระเจ้าทรงพระคุณ-จะทรงอวยพระพรและฟื้นฟูจิตวิญญาณพลไพร่ของพระองค์ (๓.๖-๑๒,๔.๒)
๑.บทที่ ๑.๑-๕ ความรักของพระเจ้า
๒.บทที่ ๑.๖-๒.๙ ปุโรหิตที่ไม่ซื่อสัตย์
-พวกเขาลบหลู่พระเจ้าในการถวายเครื่องสัตวบูชา (๑.๖-๙)
-พวกเขาไม่ซื่อสัตย์ในการสอนพระบัญญัติ (๒.๑-๙)
๓.บทที่ ๒.๑๐-๔.๓ ตำหนิติเตียนคนของพระเจ้าที่หันหลังกลับไปทางเดิม
-ความไม่ซื่อสัตย์ของประชาชนอิสราเอล (๒.๑๐-๑๖)
-พระเจ้าจะเสด็จมาเพื่อชำระปุโรหิตและพิพากษาประชาชน (๒.๑๗-๓.๕)
-การเรียกให้กลับใจใหม่ (๓.๖-๑๒)
-คำหนุนใจให้ถวายอย่างซื่อสัตย์ (๓.๖-๙)
-คำหนุนใจให้ปรนนิบัติรับใช้อย่างซื่อสัตย์ (๓.๑๓-๑๘)
๔.บทที่ ๔.๔-๖ การตักเตือนครั้งสุดท้าย
-ประกาศวันแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้า
๖.ประเด็นสำคัญ
เมื่อชนชาติอิสราเอลกลับมาจากการเป็นเชลยได้ราวหนึ่งร้อยปี พวกเขาก็มาถึงช่วงแห่งความท้อแท้ใจและอ่อนแอทางด้านความเชื่อและจิตวิญญาณ ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายประการ (นี่เป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้กับชีวิตของคริสเตียนปัจจุบันด้วย)
๑)ดินแดนอันเล็กน้อย
อิสราเอลเวลานั้นเป็นเพียงแคว้นเล็กของอาณาจักรเปอร์เซีย ซึ่งไม่มีความสำคัญอันใด
๒)มองไม่เห็นอนาคต
สิ่งที่บรรดาผู้เผยพระวจนะได้พยากรณ์ไว้ถึงอนาคตอันรุ่งเรือง ยังไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น
๓)ไม่เห็นพระรัศมีภาพของพระเจ้า
พวกเขาไม่เป็นพระองค์เสด็จมาประทับในพระวิหารด้วยพระบารมีและฤทธานุภาพ (๓.๑) ดังที่สดุดี ๖๘ กล่าวไว้ ทำให้พวกยิวสงสัยในความรักของพระเจ้า (๑.๒) และไม่เชื่อวางใจในความยุติธรรมของพระองค์อีกต่อไป (๒.๑๗, ๓.๑๔-๑๕)
๔)ความหดหู่ใจและสิ้นหวัง
-ชาวยิวจึงเฉื่อยชาลง และการนมัสการเป็นเพียงพิธีรีตองเท่านั้น
บทเรียน : คุณเคยรู้สึกท้อแท้ใจ วิตกกังวล กลัว หดหู่ใจและหมดหวังไหม? (บทความเรื่อง Depression)
-พระคัมภีร์หนุนใจ ยน. ๑๔.๒๗
๕)คำตำหนิ
-มาลาคีได้ตำหนิคนของพระเจ้า ที่สงสัยในความรักของพระองค์ (๑.๒-๕)
-ความไม่ซื่อสัตย์ของปุโรหิตทั้งหลาย (๑.๖-๒.๙)
-ความไม่ซื่อสัตย์ของประชาชนอิสราเอล (๒.๑๐-๑๖)
-คนยิวกล่าวหาพระเจ้าว่าไม่ยุติธรรม (๒.๑๗)
-พวกเขากล่าวว่าพระเจ้าไม่เสด็จมาพิพากษาเพื่อยกชูอิสราเอล
๖)คำตอบของมาลาคีเรื่องการเสด็จมาของพระเจ้า
-พระเจ้าจะเสด็จมาดังไฟถลุง (๓.๑-๔)
-พระองค์จะเสด็จมาพิพากษาอย่างแน่นอน แต่พิพากษาชนชาติของพระองค์ก่อน (๓.๕)
-พระเจ้าไม่เปลี่ยนแปลงพระสัญญาและพระประสงค์ แม้อิสราเอลไม่ซื่อสัตย์แต่จะไม่ถูกทำลายจหมดสิ้น (๓.๖)
-เมื่ออิสราเอลกลับใจเสียใหม่และรับการฟื้นฟูจิตวิญญาณ พวกเขาจะได้รับการอวยพระพรจากพระเจ้าอีกครั้งหนึ่ง (๓.๖-๑๒)
-บรรดาผู้ที่ถ่อมใจลงเชื่อฟังและถวายเกียรติแด่พระเจ้า จะรอดพ้นในวันเสด็จมาพิพากษาของพระองค์ (๓.๑๖-๑๘)
๗.บทสรุป
-วันอันยิ่งใหญ่อันน่าสะพรึงกลัว “วันนั้น” จะมาถึงอย่างแน่นอน จะเป็นเหมือนดังเตาหลอม (๔.๑, ๕)
-วันดังกล่าวจะเป็นที่ชื่นชมยินดีสำหรับผู้ชอบธรรม แต่น่าหวาดกลัวสำหรับคนชั่วร้าย (๔.๒-๓)
-ให้ทุกคนระลึกถึงบทบัญญัติของโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์ (๔.๔)
-ในการจัดเตรียมประชากรของพระเจ้า พระองค์จะทรงส่งเอลียาห์เพื่อเตือนให้มีการกลับใจเสียใหม่ (๔.๕-๖)
อภิปราย
ข้อคิดเพื่อการอภิปราย : เกี่ยวกับการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ภายใน ๒ ปีนี้
๑.พวกแรกบอกว่า พระเยซูจะเสด็จกลับมาวันที่ ๒๑ พค. ๑๑
๒.พวกที่สอง(มายัน)บอกว่าโลกจะสิ้นสุดลงใน วันที่ ๒๑ ธค. ๑๒








