เรียน อ.ธวัช เย็นใจ
ขอบคุณครับสำหรับข้อคิดเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ สคท. บอกตามตรงผมชอบทุกข้อเลย เพราะเป็นแฟนพันธ์แท้ของอาจารย์อยู่แล้ว
ชอบอ่านคอลัมน์ต่าง ๆ ใน thaisermons.com มาก มีมุมมองที่ไม่ซ้ำแบบใคร เรื่องการกระจายอำนาจให้ภูมิภาคนี่อยู่ในหัวใจของ
กรรมการชุดนี้เลยครับ ผมเคยอยู่ภาคมาก่อนทราบเรื่องนี้ดี ส่วนเรื่องการกระจายเงิน ตอนนี้กำลังทำเต็มที่เลยแต่ก็ได้ไม่มาก
เพราะความจำกัดเรื่องงบประมาณ แต่ก็ทำเท่าที่ทำได้โดยเริ่มที่ภาคอีสานก่อนและจะทะยอยไปตามภาคต่าง ๆ ตามลำดับ
ผมก็เลยคิดว่าการกระจายอำนาจการตัดสินใจให้ภาคที่ดีที่สุดคือให้ภาคต่าง ๆ มานั่งในบอร์ดบริหารของสคท.เสียเลยเพราะ
เป็น บอร์ดที่ตัดสินใจเรื่องบริหารเกือบทุกเรื่องอยู่แล้ว อาจจะแพงค่าเดินทางหน่อยแต่ถ้ามุ่งประหยัดเงินอย่างเดียว ผมว่า "งานก็จะไม่เดิน
และเงินก็จะไม่ได้" เรียกว่าเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง
ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคำแนะนำครับ และผมขอบคุณพระเจ้าสำหรับกรรมการชุดปัจจุบันนี้ที่พวกเราทำงานเป็นทีมจริง ๆ
เท่าที่สังเกตดูทุกคนมีความสุขในการรับใช้พระเจ้าที่ สคท. แม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยบ้างแต่ก็ไม่ท้อครับ เรื่องตั้ง ออฟฟิศของภาคต่าง ๆ
ผมก็ไม่เห็นว่าจะเป็นปัญหาอะไร กลับช่วยให้งานภูมิภาครวดเร็วมากขึ้นด้วย เอาเลยครับ ส่วนตัวแล้วเห็นด้วยโดยไม่มีข้อสงวนไว้เลย
ผมจะนำเข้าที่ประชุมอำนวยการนัดหน้าเพื่อกำหนดเป็นแนวนโยบายไว้ก่อน
ส่วนเรื่องการเสียสละโดยการบริจาคเงินของคณะผู้บริหารคนละล้าน บ้างห้าแสนบ้าง และกรรมการทุกคนลดหลั่นกันไปนี่ผมคิด
ว่าอาจารย์คงจะล้อเล่น แต่ผมคิดจริง ๆ นะครับ ฝากอาจารย์ช่วยอธิษฐานเผื่อเรื่องนี้อย่างจริงจังด้วย ถ้าไม่สำเร็จยังไงเอาไว้สมัยหน้า
ตอนอาจารย์มาลงสมัครก็ได้ครับ แต่ตัวเลขอาจจะต้องสูงกว่านี้หน่อย เพราะแว่วว่ามีคนอยากจะลงสมัครกันหลายคน ดูเหมือนผม
จะเป็นแรงบันดาลใจให้หลาย ๆ คนอยากเข้ามารับใช้พระเจ้าที่ สคท. เพราะขนาดมือใหม่หัดขับอย่างนี้ยังเข้ามาทำงานได้เลย
สำหรับผมขอเรียนให้อาจารย์ทราบตามตรงเลยว่าตอนนี้อยากจะเลี้ยงหลานใจจะขาดอยู่แล้ว ก็ลูกน้องอุ๊ที่อาจารย์ไปประกอบพิธีหมั้น
ให้นั่นแหละ เวลานี้อายุ 7 เดือน นน. 7 กิโล อ้วนจ้ำม่ำทีเดียว แต่ก็จะทำอย่างไรได้ เมื่อเราอาสามาทำงานตรงนี้เอง ก็จะทำให้ดีที่สุดครับ
ไม่ท้อ ไม่บ่น แค่ระบายความในใจให้อาจารย์ฟังบ้าง
เรากำลังจะจัดประชุมมิชันนารีที่อยู่ภายใต้ สคท.ทั้งหมดเลยครับ จะทำเป็น 3 รุ่น ๆ แรก วันที่ 21 กันยายนนี้ รุ่นที่ 2 เดือนพฤศจิกายน
และรุ่นที่ 3 จัดมกราคม ปีหน้า ส่วนสถาบันพระคริสตธรรมอาจารย์สุชาติกำลังดำนินการเชิญมาสัมมนาในวันที่ 18-19 ตุลาคมที่จะถึงนี้
ผมเชื่อว่าทั้งมิชันนารี และสถาบันพระคริสตธรรมเป็นกำลังสำคัญสำหรับงานของพระเจ้าในประเทศไทย
นอกจากนั้นผมตั้งใจว่าเราจะไปร่วมประชุมกับภาคต่าง ๆให้ครบทุกภาคเดือนที่แล้วไปประชุมกับภาคอีสานที่อุดรธานี
เดือนหน้าก็จะลงไปพบกับพี่น้องที่ภาคใต้ ตอนนี้ถ้าพูดถึงเวลาในการรับใช้พระเจ้าและเวลาในการทำเต็นท์ ก็ประมาณ 80:20
แต่หัวใจก็อยู่ที่งานของพระเจ้าทั้งหมดแล้วครับ
ขอพระเจ้าทรงโปรดอวยพระพรอาจารย์และครอบครัว ว่าง ๆ เราคงต้องนัดทานข้าวและคุยกันสักที มีหลายเรื่องอยากเล่าให้อาจารย์ฟัง
ปรีชา เจ็งเจริญ
แก้ไขล่าสุด (วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน 2010 เวลา 16:09 น.)









