เรื่องของผัว(มั่ง)!
เรื่องของผัว(มั่ง)!
ธวัช เย็นใจ
หญิงไม่ร้าย ถ้าชายไม่เลว[1]
ในที่สุดข่าวกรณี “ฟิล์ม-แอนนี่” และเฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ บอสใหญ่ค่ายอาร์เอส
ก็กลายเป็นหนังม้วนยาวและปานปลายไปแล้ว แถมยังดูเหมือนว่าจะหาทาง “จบ” ที่ยากขึ้นเรื่อยๆ
จากเรื่องของคนสองคน ลุกลามอย่างต่อเนื่อง มีทั้งตัวละครและเหตุการณ์ใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ด้วยกระแสกดดันที่ได้รับจากทั้งอาร์เอสต้นสังกัด สื่อมวลชนที่รุกไล่ ทั้งกระแสสังคม
องค์กรต่างๆเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศูนย์พิทักษฺสิทธิสตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง กลุ่ม
สตรีในจังหวัดลำปาง ฯลฯ ส่งผมให้ฟิล์มล้มป่วย เพราะกินยาเพื่อบรรเทาความเครียดจนเกินขนาด[2]
เมื่อหลายวันก่อนแวะเวียนเข้าไปในเว็บเรื่องผัวๆเมียๆในอินเตอร์เนท พบเรื่องของสามี(ที่เลว) ซึ่งได้ออกกฎ ๗ ประการสำหรับผู้เป็น “ภรรยาที่ดี” ไว้ดังนี้
๑. เมื่อสามีออกจากบ้าน ห้ามถามว่าจะไปไหน แต่ให้ถามว่ามีเงินหรือเปล่า
๒. เมื่อสามีกลับมาถึงบ้าน ห้ามถามว่าไปไหนมา แต่ให้ถามว่าหิวไหม
๓. เมื่อเห็นสามีโกรธ ให้เงียบๆเอาไว้ อย่าทำหน้างอ ประชดประชันหรือต่อล้อต่อเถียง(เด็ดขาด)
๔. เมื่อสามีขอเงิน ห้ามถามว่าจะเอาไปทำอะไร แต่ให้ถามว่าจะเอาเท่าไหร่
๕. เมื่อสามีโมโห ให้เธอทำตัวเป็นกระสอบทราย
๖. เมื่อเงินเดือนออก อย่าถามว่าได้มาเท่าไหร่ แต่ให้ถามว่าพอใช้ไหม
๗. เมื่อสามีไปเที่ยว ห้ามถามว่าไปเที่ยวกับใคร แต่ให้ถามว่าสนุกไหม
ทั้งนี้ให้ภรรยาถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด คำสั่ง ณ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
ลงชื่อ..............................
(สามีที่เลว)
ตรงกันข้ามกลับมีสามีอีกประเภทหนึ่งที่ “สุดโต่ง” คือเป็นหงอต่อหน้าเมียเสมอ ซึ่งในสังคมไทยเราเห็นมี
เยอะแยะอยู่เหมือนกัน มีเพื่อนคนหนึ่งบอกเราว่า คนเรานี่มักจะมีคนเก่งอยู่ในดวงใจเสมอ ตอนที่เป็นเด็กเราเห็นพ่อแม่เป็นคนเก่งที่สุด เมื่อโตขึ้นและเข้าโรงเรียนก็เห็นครูเป็นคนเก่งที่สุด ตอนที่เป็นวัยรุ่นเห็นว่าเพื่อนเป็นคนคนเก่งที่สุด เรียนจบและทำงานก็เห็นว่าหัวหน้าเก่งที่สุด เมื่อแต่งงานแล้วเห็นว่า “เมีย” เก่งที่สุด (ฮา!)
เมื่อหลายปีก่อนผมได้ไปประกอบพิธีแต่งงานให้ชายหนุ่มหญิงสาวคู่หนึ่ง เสร็จแล้วขณะที่นั่งรับประทานอาหาร
(โต๊ะจีน)อยู่นั้น ก็มีคนหนึ่งยื่นแผ่นกระดาษให้ และเมื่ออ่านดูก็เห็นว่าเป็นกลอน “คนรัก(กลัว)เมีย” ซึ่งมีข้อคิดบางตอนดีอยู่
เหมือนกัน แต่บางตอนก็ไม่สอดคล้องกับหลักคำสอนของพระคัมภีร์ ลองอ่านดูนะครับ...
“รักเมียต้องสงบ ต้องเคารพนบนอบเมีย
รักเมียต้องหมั่นเคลียร์ เพราะว่าเมียขี้สงสัย
รักเมียอย่าแชเชือน ยกเงินเดือนให้เมียไป
รักเมียต้องเอาใจ ไม่มีใครดีเท่าเมีย
รักเมียอย่ากินเหล้า ถ้าขืนเมาเดี๋ยวงานเสีย
รักเมียอย่าอ่อนเพลีย เดี๋ยวเมียโกรธอดของดี
รักเมียชีวิตรุ่ง ตำแหน่งพุ่งมีศักดิ์ศรี
รักเมียต้องถ้วนถี่ เล็กน้อยนี่ต้องเอาใจ
รักเมียต้องบูชา ยกภรรยาขึ้นหิ้งไป
รักเมียต้องเข้าใจ ไม่มีใครใหญ่กว่าเมีย
รักเมียอย่าขึงขัง เมียไม่ฟังเราจะเสีย
รักเมียเมียเป็นใหญ่ เมียว่าไงต้องว่าตาม
รักเมียทุกโมงยาม อย่าลามปามห้ามซักไซ้
รักเมียต้องเร็วไว ถึงอย่างไรเธอก็เมีย
รักเมียเป็นนิสัย มีแต่ได้ไม่มีเสีย
รักเมียอย่าเสียงดัง เพราะเมียไม่ฟังเสียงของใคร
ชาติหน้ามีฉันใด โปรดจำไว้จงรักเมีย”
พระคัมภีร์ได้สอนเกี่ยวกับเรื่องของสามีไว้มากมาย พระเจ้าได้ทรงเปรียบเทียบพระองค์เองเป็นเหมือนกับสามีของชนชาติอิสราเอล “เพราะผู้สร้างเจ้าเป็นสามีของเจ้า พระนามของพระองค์คือพระเยโฮวาห์จอมโยธา และองค์บริสุทธิ์ของอิสราเอลเป็นผู้ไถ่ของเจ้า เขาเรียกพระองค์ว่า พระเจ้าของสากลโลก” (อสย. ๕๔.๔) แต่น่าเสียดายที่มนุษย์ผู้อยู่ในฐานะของภรรยาก็นอกใจ(ทำผิดบาปต่อ)พระเจ้าอยู่ตลอดเวลา “เชื้อสายของอิสราเอลเอ๋ย แน่ทีเดียวที่ภรรยาทรยศละทิ้งสามีของนางฉันใด เจ้าก็ทรยศต่อเราฉันนั้น” (รยม. ๓.๒๐)
ตั้งแต่เล่มแรกคือปฐมกาลไล่เรื่อยไปจนถึงพระคัมภีร์ใหม่ เราได้เห็นพฤติกรรมที่ดีและไม่ดีของบรรดาสามีทั้งหลาย เช่น อาดัมเป็นผู้ชายคนแรกของโลกที่พระเจ้าทรงสร้างเข้าขึ้นมาตามพระฉายของพระองค์ แต่น่าเสียใจ ที่อาดัมก็ไม่ยอมไตร่ตรองอะไรเลย พอภรรยาส่งผลไม้ต้องห้ามมาให้ก็กินเข้าไปในทันที และทันใดนั้นเขาก็ “เสื่อมจากพระสิริ” ของพระเจ้า (ปฐก. ๒-๓)
โนอาห์เป็นตัวอย่างของสามีและพ่อที่ดี เขาเชื่อฟังทำตามพระบัญชาของพระเจ้าอย่างเคร่งครัด นำครอบครัวในการสร้างเรือใหญ่ ประกาศข่าวการพิพากษาของพระองค์ด้วยเรื่องน้ำท่วมโลก แม้ว่าผู้คนในสมัยนั้นไม่มีสักคนเดียวที่เชื่อและพ้นจากจากพระพิโรธ แต่โนอาห์ก็นำภรรยาและลูกๆรวมแปดคนรอดพ้นจากน้ำท่วมโลกครั้งใหญ่ และเริ่มต้นนับหนึ่งของมนุษยชาติอีกครั้ง (ปฐก. ๖-๘)
พระคัมภีร์ใหม่ได้กล่าวถึง “สามีที่ดี” ไว้ดังนี้
๑)สามีที่ดีพึงปฏิบัติต่อภรรยาตามสมควร (๑ คร. ๗.๓)
๒)สามีที่ดีไม่ถือสิทธิอำนาจในร่างกายของตนเอง หรือถือสิทธิอำนาจในร่างกายของภรรยา (๑ คร.๗.๓-๔)
พูดอย่างง่ายๆก็คือว่า สามีต้องไม่ใช้อำนาจข่มขู่ภรรยาไม่ว่าจะเรื่องการใช้แรงงานหรือในเรื่องเพศสัมพันธ์
๓)สามีจะต้องอยู่กินกับภรรยาคู่ชีวิตแบบผัวเดียวเมียเดียวเท่านั้น ไม่มีการแยกทางหรือหย่าร้างเด็ดขาด (๑ ทธ.๓.๒, ทต. ๑.๖) ยกเว้นชั่วคราวเพื่อเรื่องการอธิษฐาน
๔)สามีที่ดีจะต้องอยู่กินกับภรรยาด้วยความเข้าอกเข้ากันอันดีต่อกัน (๑ ปต. ๓.๗, ๑ คร.๗.๖)
๕)สามีที่ดีจะต้องเป็นผู้นำภรรยาในทางด้านจิตวิญญาณ “ฝ่ายสามีเป็นศีรษะของภรรยา เหมือนพระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของคริสตจักร” (อฟ. ๕.๒๓) เป็นผู้นำครอบครัวในการอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ การนมัสการพระเจ้าและปรนนิบัติรับใช้พระองค์
๖)สามีที่ดีจะต้องรักภรรยาของตนเอง โดยเปาโลเปรียบเทียบเรื่องนี้ในทำนองเดียวกันกับข้างต้นว่า “ฝ่ายสามีจงรักภรรยาของตนเหมือนพระคริสต์ทรงรักคริสตจักร และสามีต้องเสียสละชีวิตของตนเพื่อภรรยา เหมือนที่พระเยซูได้ทรงสละพระชนม์ชีพของพระองค์เพื่อคริสตจักร (อฟ. ๕.๒๕, ๓.๑๙)
เอาแค่เบาะๆเพียงหกข้อนี้ก็พอ
ถ้าผู้ชายคนใดทำได้ก็นับได้ว่าเป็นสามีที่ดีแล้วครับ.
[1] พาดหัวปกของเนชั่นฯ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓
[2] บทความพิเศษ “บทเรียนราคาแพง” มติชนสุดสัปดาห์ ๘-๑๔ ตค. ๕๓








