ความรัก(เข้าใจไหม?) ๑ ยอห์น ๔.๗-๒๑
ความรัก(เข้าใจไหม?)
๑ ยอห์น ๔.๗-๒๑
คำนำ
มักมีคำถามว่า ทำไมพระเจ้าทรงสร้างโลกนี้? ทำไมนะพระองค์จึงทรงสร้างมนุษย์และสรรพสิ่ง? แม้ว่ามนุษย์ได้หลงไปในความผิดบาป ทำไมพระองค์ยังทรงตามหาและนำพวกเขากลับคืนมา? เมื่อเราทำผิดครั้งแล้วครั้งเล่าและทำตัวไม่น่ารัก แต่พระเจ้าก็ยังประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ลงมาตายเพื่อเรา?
คำตอบมีเพียงประการเดียวคือ “ความรัก”
มีเรื่องเล่าถึงตอนที่พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมา ทูตแห่งความซื่อสัตย์ได้ทัดทาน “มนุษย์จะทำให้ความยุติธรรมเสียไป” และทูตแห่งความบริสุทธิ์ก็คัดค้านว่า “มนุษย์จะทำความผิดบาปและโลกนี้จะแปดเปื้อน” แต่ทูตแห่งความรักทูลว่า “ขอพระองค์ทรงสร้างมนุษย์ขึ้นมาเถอะพะยะค่ะ ถ้าเขาหลงไปทำผิด ข้าพระองค์จะนำเขากลับมาพระองค์เอง”
สิ่งที่ทำให้มนุษย์มีความสุข
“เราทั้งหลายจึงรู้และเชื่อในความรักที่พระเจ้าทรงมีต่อเรา พระเจ้าทรงเป็นความรัก” (ข้อ ๑๖)
เอ. เอ็ม. ซีดาส กล่าวว่า มีสามสิ่งที่ทำให้มีคนเรามีความสุข คือ
ประการที่หนึ่ง มีงานให้ทำ
งานนั้นมีความหมายสำหรับชีวิตของมนุษย์ งานทำให้มนุษย์มีคุณค่าและมีศักดิ์ศรี – ในฐานะที่เราเป็นผู้เชื่อในพระเจ้า เราได้รับของประทานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อจะรับใช้พระเยซูคริสต์ คือการรับใช้ผู้อื่น (รม. ๑๒.๑-๑๖) และมีหน้าที่ประกาศข่าวประเสริฐของพระองค์ (มธ. ๒๘.๑๙-๒๐)
ข้อคิด : “ความยิ่งใหญ่ของคนนั้น ดูได้จากการที่เขารับใช้ผู้อื่น” ดูตัวอย่างจากพระเยซู (มก. ๑๐.๔๒-๔๕) มหาตมะคานธี และแม่ชีเทเรซ่า
ประการที่สอง มีสิ่งที่รอคอยอยู่
เช่น วันหยุด วันพักผ่อนประจำปี หรือเวลาที่คนรักจะมาหา สุขภาพที่จะดีขึ้น หรือความฝันที่กำลังจะกลายเป็นจริง – “ที่ใดมีความหวัง ที่นั่นมีความสุข” สิ่งที่คริสเตียนรอคอยคือ วันหนึ่งเราจะได้รับการต้อนรับเข้าสู่เบื้องพระพักตร์ของพระเจ้า เราจะได้ไปอยู่ในที่ดีพร้อมซึ่งพระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้สำหรับเรา (ยน. ๑๔.๑-๔)
ปัจจุบันโลกนี้ไม่น่าอยู่สำหรับคริสเตียนใช่ไหม? แต่เรามีความหวังในอนาคตอันสดใส
ประการที่สาม มีคนให้เรารัก เช่น สามีภรรยา และญาติพี่น้องเพื่อนฝูง หรือมีคนที่รักเรา คือพระเจ้าและพระเยซูคริสต์
พระเจ้าทรงเป็นความรัก
“เรารักพระเจ้า เพราะองค์ทรงรักเราก่อน” (ข้อ ๑๙)
“เรารักผู้อื่น เพราะความรักมาจากพระเจ้า” (ข้อ ๗)
๑)ความรักแสดงออกโดยนำคนอื่นมาถึงความรอด ไม่มีเวลาไหนที่ดีเท่ากับคริสตมาสและเทศกาลต่างๆของคริสเตียน ที่เราจะชักชวนเพื่อนที่ไม่เชื่อมาที่โบสถ์
๒)ความรักแสดงออกโดยเสียสละ ตัวอย่าง : ในวันคริสตมาสที่ผ่านมา คริสตจักรของเราได้ขอให้สมาชิกทุกคนนำเอาของขวัญชิ้นหนึ่งราคาประมาณ ๕๐ บาท เพื่อจะเอาไปให้แก่ผู้ด้อยโอกาสที่อยู่ตามชนบทอัน
ห่างไกล
๓)ความรักแสดงออกโดยการให้อภัย นี่เป็นการแสดงออกมาโดยความจริงใจ มิใช่เป็นการถูกบังคับหรือทำแบบเสียไม่ได้ เปโตรคิดว่าการให้อภัยถึงเจ็ดครั้งนั้นสุกยอดแล้ว แต่พระเยซูคริสต์ทรงบอกว่า “ต้องให้อภัย ๗ คูณด้วย ๗๐” (หมายถึงไม่จำกัดครั้ง) พระองค์เป็นตัวอย่างที่ดี ขณะถูกตรึงอยู่บนไม้กางเขน ก็อธิษฐานต่อพระบิดาและให้อภัยแก่เหล่าศัตรู
สรุป
-ความรักเป็นบ่อเกิดแห่งความสุข
-ความรักแท้มิใช่เป็นเพียงลมปากเท่านั้น แต่เป็นการแสดงออกด้วยการกระทำ
-ความรักไม่มีวันสูญสิ้น (๑ คร. ๑๓.๘)








