ผู้รับใช้ของพระเจ้า
ศึกษาพระคัมภีร์เรื่องผู้รับใช้
ผู้รับใช้ของพระเจ้า
Peter (วิเชียร) Buhr
ตอนที่สาม ผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระเจ้า-โยเซฟ
ความเดิม
ตอนที่หนึ่ง ผู้รับใช้ที่เชื่อฟังพระเจ้า (Obedience) คือโนอาห์และอับราฮัม
ตอนที่สอง ผู้รับใช้ของพระเจ้าที่มีความทรหดอดทน (Endurance, Perseverance)คือโมเสสและ
โยชูวา
ตอนที่สาม ผู้รับใช้ที่ซื่อสัตย์ของพระเจ้า (Faithfulness) คือ โยเซฟ
คำนำ
โยเซฟเป็นบุตรคนที่สิบเอ็ดของยาโคบ และเป็นลูกชายคนแรกของนางราเชล น้องชายของเขาคือเบนจามิน ชื่อของโยเซฟมีความหมายว่า “เพิ่มเติม” เจริญและดีขึ้น
๑.บทเรียนจากชีวิตของโยเซฟในโรงเรียนแห่งการรับใช้ เริ่มต้นที่ในบ้านและครอบครัว
โยเซฟและพวกพี่ชายได้ทำงานเลี้ยงสัตว์ของยาโคบผู้เป็นบิดา (ปฐก. ๓๗) ต่อมายาโคบสั่งให้โยเซฟไปหาพวกพี่ชายที่กำลังเลี้ยงแพะแกะที่เมืองเชเคม และโยเซฟตอบผู้เป็นพ่อว่า “ฉันพร้อมแล้ว” บทเรียนจากเรื่องนี้คือ มีพ่อแม่หลายคนที่ผิดพลาด โดยไม่ฝึกสอนลูกชายหญิงของตนให้ทำงาน ขณะที่เขายังอยู่ในบ้าน พวกลูกๆไม่ได้เรียนรู้คุณค่าของการทำมาหากิน การดูแลที่ดิน และทรัพย์สินของผู้เป็นพ่อแม่
โยเซฟซื่อสัตย์ในการทำงาน เมื่อเห็นพวกพี่ชายได้ทำบางอย่างผิด จึงนำความผิดนั้นมาเล่าให้คุณพ่อฟัง
๒.ยาโคบรักโยเซฟมากกว่าบุตรคนอื่นๆของตน
เพราะเหตุนั้น พวกพี่ชายจึงพากันเกลียดชังโยเซฟ “และพูดดีกับเขาไม่ได้” (ปฐก. ๓๗.๔) บทเรียนสำหรับคริสเตียนคือ พ่อแม่หลายคนได้ทำอย่างไม่ถูกต้องในเรื่องนี้ คือ รักแบบลำเอียง หรือ “เลือกที่รัก มักที่ชัง” ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาในครอบครัว พ่อแม่จะต้องพยายามรักลูกทุกคนให้เท่าเทียมกัน เขาจะต้องแสดงให้เห็นว่า ลูกแต่ละคนมีคุณค่า น่ารัก มีความสำคัญเหมือนกันหมด
๓.ความฝันของโยเซฟ
เราไม่ทราบแน่ชัดว่า ทำไมพระเจ้าทรงให้โยเซฟฝัน แต่ก็แสดงให้เห็นล่วงหน้าว่า พระเจ้าจะทรงใช้ชีวิตเขาอย่างไร สักวันหนึ่งข้างหน้าโยเซฟจะมีอำนาจปกครองเหนือพวกเขา (ปฐก. ๓๗.๕-๑๑) แต่เมื่อพวกพี่ชายได้ยินเรื่องความฝันนั้น เขาก็ยิ่งเกลียดชังโยเซฟมากขึ้น บทเรียนฝ่ายจิตวิญญาณคือ แม้ว่าเรา(คริสเตียนปัจจุบัน)ไม่มีความฝันอย่างโยเซฟ แต่ขอให้เราเข้าใจว่า พระเจ้าทรงมีแผนการสำหรับชีวิตของเรา และทรงมีพระประสงค์จะใช้เราในพระราชกิจของพระองค์ เหมือนดังที่พระเจ้าทรงใช้ซามูเอล (๑ ซมอ. ๓) อิสยาห์ (อสย. ๖) เยเรมีย์ (ยรม. ๑) เปาโล (กจ. ๙.๑-๒๒) เปโตรและโครเนลิอัส (กจ.๑๐)
โรงเรียนแห่งการรับใช้ใน “บ่อที่ไม่มีน้ำ” (ปฐก. ๓๗.๒๔)
วันที่ยาโคบสั่งให้โยเซฟออกไปเยี่ยมเยียนพวกพี่ๆที่กำลังเลี้ยงแพะแกะอยู่ในถิ่นทุรกันดาร เขาได้เดินเที่ยวหาจนกระทั่งพบพวกพี่ชาย แต่คนพวกนั้นไม่ยินดีเลยที่เห็นหน้าโยเซฟ และพูดกันว่า “เจ้าช่างฝันมาโน่นแล้ว” เขาจึงรุมจับถอดเสื้อออกแล้วโยนโยเซฟทิ้งลงในบ่อ พระคัมภีร์ไม่ได้บันทึกสักคำเดียวเกี่ยวกับโยเซฟ เขาไม่ได้ร้องตะโกน ไม่ได้ต่อสู้หรือร้องไห้ หรือขอความช่วยเหลือใดๆ เมื่อตกลงไปในบ่อ เขาก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ที่นั่นอีกนานเท่าไหร่ เขาอยู่ที่ก้นบ่ออย่างแท้จริง เวลานั้นคงจะทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากแหงนหน้ามองไปที่สวรรค์ เสาะแสวงหาพระเจ้า ดังที่ผู้เขียนสดุดีกล่าวว่า “จิตใจของข้าพเจ้าสงบคอยท่าพระเจ้าแต่องค์เดียว ความรอดของข้าพระองค์มาจากพระเจ้า” (สดด. ๖๒.๑)
“ที่นี่ไม่มีน้ำและอาหาร” โยเซฟรำพึงกับตนเอง “เราอาจจะมีชีวิตอยู่อีกสิบวัน หรืออาจจะยี่สิบวันกระมัง?”
บางครั้งในชีวิตของเราก็อาจจะมีประสบการณ์เหมือนกับโยเซฟ เราตกอยู่ในบ่อแห่งความทุกข์ยากลำบาก บ่อแห่งโรคภัยไข้เจ็บ บ่อแห่งความสิ้นหวัง จนตรอก เงินหมดแล้ว มืดแปดด้าน เหงาเดียวดาย เพื่อนไม่เข้าใจ เพื่อนไม่เข้าใจ คู่รักสิ้นชีวิต มีปัญหาร้อยแปดประดังเข้ามา ณ เวลานั้น มีแต่ผู้เดียวที่จะช่วยเราได้คือ พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่และทรงรักเราอย่างเหลือล้น พระองค์ทรงมีแผนการที่ดีสำหรับเรา
กษัตริย์ดาวิดเคยตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ และได้กล่าวว่า “พระเจ้าทรงฉุดข้าพเจ้าขึ้นมาจากหลุมอันน่าสลด ออกจากเลนตม แล้ววางเท้าของข้าพเจ้าลงบนศิลา กระทำให้ย่างเท้าของข้าพเจ้ามั่นคง” (สดด. ๔๐.๒)
ขณะที่โยเซฟคิดว่า ตนเองคงจะจบชีวิตลงในบ่อนั้น พวกพี่ชายได้เห็นพ่อค้าชาวอิชมาเอลผ่านมา จึงช่วยกันฉุดน้องชายขึ้นมาจากบ่อ และขายไปเป็นทาสในแดนไกล เราไม่ทราบแน่นอนว่า พระเจ้าได้ส่งพวกพ่อค้าให้มาทันเวลาพอดี
อย่างไร แต่เรารู้ว่า “พระเจ้าทรงช่วยคนที่รักพระองค์ให้เกิดผลอันดีในทุกสิ่ง” (รม. ๘.๒๘) แล้วพ่อค้านั้นก็ได้นำโยเซฟไปถึงแผ่นดินอียิปต์และขายเขาให้เป็นทาสอีกต่อหนึ่ง (ปฐก. ๓๗.๒๘, ๓๙.๑)
โรงเรียนแห่งการรับใช้ในบ้านของโปทิฟาร์ (ปฐก. ๓๙)
๑.โยเซฟรับใช้ในบ้านของโปทิฟาร์
โยเซฟถูกขายให้เป็นทาสในบ้านของโปทิฟาร์ ซึ่งเป็นผู้บัญชาการทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ของกษัตริย์ฟาโรห์ เขาทำงานที่บ้านโปทิฟาร์ได้ไม่นาน ผู้เป็นนายก็สังเกตเห็นว่า โยเซฟเป็นคนรับใช้ที่ซื่อสัตย์ ขยันขันแข็ง และพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย
“พระเจ้าได้ทรงโปรดให้การงานทุกอย่างที่กระทำเจริญขึ้นในมือของโยเซฟ” (ปฐก. ๓๙.๓) จนกระทั่งผู้เป็นนายได้ไว้วางใจในโยเซฟ และมอบทรัพย์สิ่งของทั้งปวงไว้ในความดูแลของโยเซฟทั้งสิ้น “แล้วพระเจ้าได้ทรงอำนวยพระพรให้แก่ครอบครัวของคนอียิปต์ เพราะเห็นแก่โยเซฟ” (ข้อ ๕)
๒.การทดลองในบ้านของโปทิฟาร์
พระคัมภีร์ตอนนี้กล่าวว่า “โยเซฟนั้นเป็นคนสวย หน้าตาคมคาย[1]” (ในพระคัมภีร์ฉบับภาษาอังกฤษไม่ได้ใช้คำว่า “สวย” pretty สำหรับผู้ชาย, แต่ใช้คำว่า “รูปหล่อ” หรือหน้าตาดี handsome in form and appearance) เมื่อโยเซฟทำงานในบ้านนั้น ภรรยาของโปทิฟาร์ได้มองดูโยเซฟด้วยอารมณ์รักใคร่ จึงได้ชักชวนว่า “มานอนกับฉันเถิด” โยเซฟไม่ยอมเอออวยด้วย แต่นางก็ชวนวันแล้ววันเล่า เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มไม่ยอมแน่แล้ว นางจึงใช้วิธีฉุดขึ้นเตียง โยเซฟจึงวิ่งหนีไป
นางจึงไปฟ้องสามีและใส่ร้ายป้ายสีโยเซฟ โปทิฟาร์จึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่อาจจะเฉลียวใจบางอย่างในพฤติกรรมของภรรยาของตน จึงไม่ได้จับเฆี่ยนตีหรือประหารชีวิตของโยเซฟ เพียงแต่สั่งจำไว้ในคุกหลวง แต่พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับโยเซฟ (ปฐก. ๓๙.๒๑)
โรงเรียนแห่งการรับใช้ที่ในคุก
๑.พระเจ้าทรงโปรดให้พัศดีเมตตาปรานี
ขณะที่โยเซฟถูกขังอยู่ในคุก เขาได้ดูแลรับผิดชอบการงานทุกอย่างที่อยู่ในคุกนั้น “และพระเจ้าได้ทรงโปรดให้งานนั้นเจริญขึ้น” (ปฐก. ๓๙.๒๓) ในคุกนั้นมีนักโทษหลวงสองคนที่ได้ฝัน วันรุ่งขึ้นเขาทั้งสองจึงเล่าให้โยเซฟฟัง แล้วโยเซฟก็ได้แก้ความฝันนั้นอย่างถูกต้อง คือ นักโทษคนหนึ่งถูกประหารชีวิต และอีกคนหนึ่งได้รับการแต่งตั้งให้กลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิม เมื่อนักโทษคนนั้นออกจากคุกไปแล้ว ก็ลืมโยเซฟเสียสนิทเลย
คุณเคยทำความดีแล้วถูกลืมบ้างไหม? มนุษย์ก็มักจะเป็นอย่างนั้น แต่พระธรรมฮีบรูบอกว่า “พระเจ้าไม่เคยการงานที่เราทำเพื่อพระองค์”
๒.โยเซฟได้รับใช้ในคุกสองปี
ในเวลานั้น กษัตริย์ฟาโรห์ได้ทรงพระสุบิน(ฝัน)สองเรื่อง ที่ไม่มีใครสามารถแก้ความฝันได้ นักโทษคนที่เคยรับการทำนายฝันจากโยเซฟได้กลับไปทำงานในตำแหน่งเดิมก็ระลึกถึงโยเซฟขึ้นมาได้ เขาจึงเล่าให้ฟาโรห์ฟังถึงเรื่องดังกล่าว ฟาโรห์จึงเรียกชายหนุ่มชาวยิวจากคุกไปแก้ฝันให้ พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับโยเซฟ จึงทำให้เขาสามารถทำนายฝันได้ทุกอย่างจากนั้นฟาโรห์ก็ทรงตั้งให้โยเซฟดูแลการเก็บเกี่ยวตลอดเจ็ดปี เพื่อเตรียมการไว้สำหรับปีที่จะกันดารอาหาร (ปฐก. ๔๑.๒๕-๓๖)
เมื่อโยเซฟได้พิสูจน์ความซื่อสัตย์และความอดทนจนถึงที่สุดแล้ว ก็ได้เวลาอันเหมาะที่พระเจ้าจะทรงยกเขาขึ้นมีตำแหน่งและอำนาจเป็นเบอร์สองของประเทศอียิปต์!
โรงเรียนแห่งการรับใช้ที่ประเทศอียิปต์
๑.ปีที่กันดารอาหาร
พระคัมภีร์กล่าวว่า ความแห้งแล้งและอดอยากขนาดหนัก จนผู้คนต่างลืมไปว่า ความอุดมสมบูรณ์ที่เคยมีนั้นเป็นอย่างไรบ้าง พระเจ้าได้ทรงใช้โยเซฟให้ช่วยเหลือชาวอียิปต์ และพ่อแม่พี่น้องของโยเซฟเองให้มีอาหารกินตลอดเจ็ดปีที่กันดารอาหาร
๒.โยเซฟและพี่ชายได้กลับคืนดีกัน (ปฐก. ๔๑-๕๐)
ยาโคบได้ใช้พวกลูกๆจากคานาอันให้ไปยังประเทศอียิปต์เพื่อซื้อข้าว ตอนแรกพวกพี่ชายรู้สึกระแวงว่าโยเซฟยังคงโกรธอยู่ และจะแก้แค้นเมื่อพ่อตายแล้ว แต่ในวันสุดท้ายนั้นเองโยเซฟกล่าวแก่พี่ชายว่า“อย่ากลัวเลย พวกท่านคิดร้ายต่อเราก็จริง แต่ฝ่ายพระเจ้าทรงดำริให้เกิดผลดีอย่างที่บังเกิดขึ้นนี้แล้ว คือ ช่วยชีวิตคนเป็นอันมาก” (ปฐก.๕๐.๑๙-๒๐) โยเซฟได้ทำสิ่งที่ยากที่สุดคือ ให้อภัยแก่คนที่ทำร้ายตนเอง
พระเยซูคริสต์ทรงเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องนี้ ขณะที่อยู่บนไม้กางเขนพระองค์ทรงอธิษฐานเผื่อศัตรูว่า “ขอทรงอภัยโทษเขา เพราะเขาไม่รู้ว่าได้ทำอะไรลงไป” ต่อมาเปาโลก็บอกแก่พี่น้องคริสเตียนว่า “อย่าทำการแก้แค้นเลย แต่จงมอบการนั้นไว้กับพระเจ้า”
บทเรียนประการแรก ขอให้พวกเราซึ่งเป็นผู้รับใช้และเป็นผู้อารักขาที่ไว้วางใจได้ (๑ คร. ๔.๑-๒) ประการที่สอง ผู้ที่ชนะตนเองก็ชนะโลก ถ้าพระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย.
[1] คำว่า “สวย” ในภาษาไทยจะใช้สำหรับผู้หญิงหรือสิ่งของเท่านั้น จะไม่ใช้สำหรับผู้ชาย เพราะอาจจะทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นพวกเกย์ กะเทย และหรือส่อเป็นพวกรักร่วมเพศไป (ธวัช เย็นใจ)








