สคท.แบบศรีธนญชัย
บทความเพื่อจิตวิญญาณ
สคท.แบบศรีธนญชัย
ธวัช เย็นใจ
คนไทยส่วนใหญ่รู้จักศรีธนญชัย
เหมือนคนทางภาคเหนือรู้จักไอ้ “เซี่ยงเมี้ยง”
ซึ่งเป็นคนมีสติปัญญา ฉลาด หักแหลม มีเชาว์ไหวพริบ
ดีมาก แต่เสียอย่างเดียว เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
กลโกงสารพัด ไม่ละเว้นแม้แต่พระแต่เจ้า
พวกขี้โกงทั้งหลายต่างยกย่องให้ศรีธนญชัยเป็นบรมครู
แต่บางคนเห็นว่าเป็นแค่คนบาปคนหนึ่งเท่านั้น!
มีเรื่องเล่าว่า วันหนึ่งศรีธนญชัยนึกอยากไปเล่นหมากรุกกับพระที่วัด เมื่อเดินออกจากบ้านมาถึงริมแม่น้ำ เห็นเณรรูปหนึ่งกำลังพายเรือผ่านมา จึงเรียกให้จอดและบอกว่า “ขอข้ามเรือหน่อย” เณรรูปนั้นรีบจอดเรือ แล้วทำทีเป็นเดินข้ามเรือไปมา ศรีธนญชัยจึงรู้ว่าเจอดีเข้าให้แล้ว จึงรีบบอกว่า “นี่พ่อเณร ขออาศัยนั่งเรือข้ามฟากไปวัดหน่อย”
เณรจึงให้ศรีธนญชัยนั่งเรือไปด้วย แต่กลับลุกขึ้นยืนพายอย่างตั้งอกตั้งใจ ศรีธนญชัยเกรงว่าเรือจะล่ม จึงถามไปว่า “ทำไมไม่นั่งพายเล่าพ่อเณร?” พอได้ยินดังนั้น เณรก็เอาพายวางลงและนั่งทับพายไว้ ศรีธนญชัยรู้ว่าได้พลาดท่าเสียทีให้แกเณรสองครั้งแล้ว ก็รู้สึกคั่งแค้นใจยิ่งนัก เพราะไม่เคยพ่ายแพ้เชาว์ปัญญาใครมาก่อน รีบบอกให้เณรพายเรือเหมือนชาวบ้านชาวเมือง ให้ถึงจุดหมายปลายทางเถิด
สักครู่เณรก็หันมาถามว่า จะให้จอดตรงไหน ศรีธนญชัยยังมีอารมณ์โกรธอยู่ จึงตอบไปว่า จะจอดตรงไหนก็จอดเถิด เณรจึงหักหัวเรือทิ่มเข้าไปในกอไผ่ ทำให้ศรีธนญชัยต้องลงจากเรือปีนเข้าไปในกอไผ่ที่มีหนามแหลมคมเต็มเอี๊ยดไปหมด ตั้งใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนวันกว่าจะหลุดจากดงไผ่นั้นได้
เมื่ออ่านเรื่องนี้แล้ว ทำให้คิดสหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย อันเป็นที่รักของเรา
เนื่องจากมีกรรมการฯแบบศรีธนญชัยกันมากหลาย เรื่องราววุ่นๆมันควรจะจบ มันก็ไม่ยอมจบ ต่างวางหมากทั้งรุกทั้งรับกันอย่างแยบยล สองชั้นสามชั้น มันก็เคยอีรุงตุงนัง แก้ยากยิ่งขึ้นเหมือนลิงติดแห มันเริ่มตั้งแต่คณะกรรมการเสียงส่วนใหญ่ที่ทำการปลดประธานฯออกจากตำแหน่ง แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ธรรมนูญเปิดทางให้ทำได้ แต่ก็ใจร้อนกันไปหน่อย จึงเป็นการเปิดแผลขนาดเบาะๆที่ปลายคิ้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่เสียเกียรติและศักดิ์ศรี ยอมกันไม่ได้ เข้าทำนอง “เสียอะไรก็เสียได้ แต่อย่าเสียหน้า” นั่นแหละ ถ้าใจเย็นๆปล่อยให้หมดสมัยไปซะมันก็จะสะดวกโยธินกว่าเยอะเลย
ทีนี้ทางฝ่าย “เสือซุ่ม” หรือศรีธนญชัย ที่รอจังหวะอยู่ คือบรรดาคนที่อกหักพลาดหวังจากการเลือกตั้งกรรมการ สคท.ครั้งที่แล้ว บรรดาคนที่หมดอายุลงแล้วกลับไปดูแลหลานเหลนและเลี้ยงกล้วยไม้ ซึ่งส่วนลึกๆยังกระสันอำนาจอยู่ รวมไปถึงอดีตกรรมการแก่ๆ วัยไม้ใกล้ฝั่ง จวนเจียนจะกลับไปเฝ้าพระเจ้าอยู่รอมร่อแล้ว แต่ก็ยังใคร่เสวยในอำนาจวาสนาอยู่ ก็เลยวางแผนเรียกประชุมแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยขึ้นเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๐๑๑ แล้วแอบอ้างว่าเป็นการประชุมวิสามัญอย่างเป็นธรรม ทั้งๆที่ขัดกับหลักการของธรรมนูญ สคท.อย่างชัดเจน กล่าวคือ ประธานฯไม่มีอำนาจเรียกประชุมสมาชิกของ สคท. โดยพละการ นอกจากจะได้ผ่านการอนุมัติของกรรมการอำนวยการเสียก่อน
อาศัยช่วงชุลมุนหน้าประตู ลูกกำลังขลุกขลิก จัดการเตะโด่งกรรมการ สคท.(ที่ยังอยู่ในตำแหน่ง) ๗-๘ คนข้ามรั้ว
ไปไปอยู่คนละฟาก คิดว่าวิธีนี้จะเป็นการแก้ปัญหาแบบลัดมือเดียว “หักด้ามพร้าด้วยเข่า” เอาเกลือจิ้มเกลือเลย หรือหนามมันยอกเหรอ ก็เอาหนามนั้นแหละบ่ง
ไม่จบเรื่องครับ แต่ตรงกันข้ามมันกลายเป็นบูมเบอแรง เหมือนดังเพลงที่พี่เบิร์ดธงชัยร้องไง “ยิ่งขว้างไปแรงก็ยิ่งกลับมาเร็ว” ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันได้กลับมาไล่ปาดคอใครต่อใคร จนต้องวิ่งหนีกันจ้าละวัน เพราะคิดว่าจะลักไก่ธรรมนูญและวางบ่วงได้ แต่ปรากฏว่ามีการดักทางถูก มันก็เลยสวมเข้ากับคอเจ้าของบ่วงพอดิบพอดี!
จากนั้น ศรีธนญชัย สคท. กลุ่มที่ว่านี้ก็เลยคิดว่า อย่ากระนั้นเลย ไหนๆก็มาประชุมกันแล้ว อย่าให้เสียเที่ยว เลือก
กรรมการมันซะเลย ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละครับ ได้คนหน้าเดิมๆที่หมดวาระแล้วเข้ามาเป็นกรรมการกันเป็นทิวแถว ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่ชอบหลักของธรรมนูญ แถมที่ปลายเชือกมีสตรีผู้กระสันอำนาจพ่วงท้ายมาด้วยต่างหากอีกนางหนึ่ง
มองไปเหลียวมาก็เห็นว่า “ไอ้หยา พวกข้านี่ทำผิดธรรมนูญ สคท. ซะแล้ว” จะเดินหน้าก็ติดกึก จะถอยหลังก็ติดกัก จะก้าวจงจากหลังเสือก็คงโดนงาบแน่ ต่างก็คิดกันว่า เราจะยอมเป็นปลาตายน้ำตื้นทำไมเล่า? ช่องทางรอดมีอยู่เพียงน้อยนิด เหลืออยู่วิธีเดียวเท่านั้น “เปลี่ยนแปลงแก้ไขธรรมนูญ” มันซะเลย
เร็วเท่ากับความคิด ก็ทั้งขู่ทั้งบังคับบางคนให้ช่วยร่างธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมา(นี่เป็นคำยืนยันจากปากของเจ้าตัวเอง) หลายคนเรียกว่า “ธรรมนูญ” นี้ว่าฉบับ “ศรีธนญชัย” เพราะมันสั้นมาก เพียงไม่กี่หน้า แต่แฝงไว้ด้วยพิษสงอันร้ายกาจและน่าสะพรึงกลัว มีการแอบข้อความอันลุ่มลึกไว้ หมกเม็ด ซ่อนเร้นมีดดาบที่คมกริบไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการให้อำนาจแก่วุฒิกรรมการ หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ(อย่างล้นฟ้า) ลดตำแหน่งประธานภาคต่างๆ(เป็นกรรมการอำนวยการโดยตำแหน่ง) ลงมาเหลือแก่เพื่อนร่วมงาน เรียกให้สวยหรูหน่อยก็คือกระถางต้นไม้
มีตำแหน่งใหม่อันทรงพลานุภาพ คือ “เลขาธิการ” อันนี้น่าสยดสยองยิ่งกว่าสิ่งใด
ซึ่งเรื่องเลขาธิการที่ว่านี้ เคยเสนอกันมาตั้งหลายสมัยแล้ว แต่ก็แท้งกลางคันทุกที ตอนนี้ทุกภาคก็ลงมติกันแล้ว “เซย์ โน”
คุณเคยอ่านตอนจบของศรีธนญชัยไหม?
ผมหมายถึงตอนที่แกตายน่ะ มันเลวร้ายกว่าที่คิดไว้มากเลยนะ
ขอพระเจ้าช่วยผู้นำ สคท.ทุกคน จะจบลงอย่างสวยงาม.








