สัญลักษณ์ซาตาน
เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมามีข่าวเล็กๆที่เว็บของคริสเตียนไทยหยิบมาจากผู้จัดการออนไลน์ โดย ASTV เรื่องผู้นำมุสลิมในมาเลเซียห้ามศาสนิกชนของตนสวมเสื้อที่มีสัญลักษณ์ของซาตาน คือเสื้อทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเตด ที่มีรูปของมารซาตานอยู่ตรงกลาง
“อิหม่ามมาเลย์ชี้มุสลิมต้องไม่สวมเสื้อยืดแมนยูฯ เพราะมีรูปชัยฎอนหรือซาตานอยู่ในสัญลักษณ์ของทีม”
แต่เนื่องจากทีมแมนยูฯและทีมอื่นๆที่อยู่ในพรีเมียลีกของอังกฤษ เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่ชาวมุสลิมมาเลย์ และครูผู้เคร่งศาสนาลงความเห็นว่า เสื้อยืดทีมดังกล่าวผิดหลักศาสนาอิสลาม “นี่เป็นเรื่องอันตรายมาก จึงไม่มีเหตุผลเลยที่พวกเราชาวมุสลิมจะต้องไม่เคารพบูชาสัญลักษณ์ของศาสนาอื่น(เช่นไม้กางเขนของศาสนาคริสต์) รวมไปถึงรูปชัยฎอนด้วย...ไม่ว่าจะเพื่อการกีฬาหรือสวมตามแฟชั่นก็ตาม”
“แม้จะได้เป็นของขวัญก็ตาม เราควรปฏิเสธ และจะยิ่งบาปมากขึ้นไปอีก หากเราซื้อมาใส่ทั้งๆที่รู้ว่าผิด” นูฮ์ กาดอท ผู้นำศาสนาแนวหน้าของรัฐยะโฮร์กำชับอีกว่า “มุสลิมที่สวมเสื้อยืดเหล่านั้น ควรจะกลับตัวกลับใจในทันที”
เอ...ทางฝ่ายคริสเตียนมีความคิดเห็นในเรื่องนี้อย่าง?!!
หลังจากนั้นสามสี่วันก็มีข่าวทำนองเดียวกันนี้โผล่มาอีก แต่เกิดขึ้นแถวยุโรปโน่น
“วัยรุ่นชาวรัสเซีย ๖ คน ผู้ประกาศตนว่านับถือลัทธิซาตาน ถูกศาลตัดสินจำคุกในข้อหากระทำฆาตกรรม โดยฆ่าหั่นศพสี่รายเพื่อประกอบพิธีกรรม จำเลยหนึ่งในจำนวนนั้นชื่อนิโคไล โอโกลอบเนียค ถูกพิพากษาจำคุก ๒๐ ปี ส่วนคนอื่นถูกจำคุกคนละ ๑๐ ปี
มีรายงานว่า พวกเขาได้ฆ่าเหยื่อและหั่นศพเป็นชิ้นๆ แล้วกินอวัยวะของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายนั้น เหตุเกิดในพื้นที่ป่านอกเมืองยาโรสลาฟล์ ทางตอนเหนือของกรุงมอสโคว์ แก๊งค์ดังกล่าวนี้เรียกตนเองว่า “ชาวลัทธิซาตาน” เคยทำการบูชายัณห์ด้วยสัตว์มาก่อนหน้านี้ อัยการให้ความเห็นประกอบคำฟ้องร้องว่า “น่าสะอิดสะเอียน” และทารุณโหดร้ายผิดมนุษย์ธรรมดา”
ถ้าใครที่รู้จักซาตานอย่างแท้จริง ก็จะเห็นว่าพฤติกรรมแบบนี้เป็นเรื่องแค่อนุบาล เพราะในพระคัมภีร์ได้กล่าวถึงความเลวร้ายของมารร้ายไว้อย่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก มันโหดร้ายเกิดที่จะพรรณนาออกมาเป็นภาษาของมนุษย์ได้ เมื่อวันที่พวกเสื้อสีแดงเดินขบวนเข้ากรุงเทพฯ ได้กรีดเลือดสมัครพรรคพวก(บางคนบอกว่ามีเลือดสัตว์ผสมอยู่เยอะเลย) แล้วเอาไปสาดตามที่ต่างๆ ที่บ้านนายกอภิสิทธิ์และที่รัฐสภาฯ พร้อมกับยึดย่านการค้าสี่แยกราชประสงค์ ลอบฆ่าด้วยปืนแบบสไนเปอร์ จากนั้นก็เผาบ้านเผาเมืองวอดวายป่นปี้เป็นการส่งท้าย หนังสือพิมพ์เรียกเหตุการณ์คราวนั้นว่า “วันนรกแตก” (คือพวกผีร้ายได้ทะลักออกมาจากกรุ และอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง)
แต่เมื่อเทียบกับพฤติกรรมของซาตานก็ยังนับว่าจิ๊บจ๊อยอยู่มาก!
ซาตาน มาจากภาษาฮีบรู Sa-tan ในภาษากรีกเรียกว่า ซาตานเนส (satanas) หมายถึงผู้ต่อต้านหรือปฏิปักษ์ (adversary) ของพระเจ้า มันมีชื่ออีกว่า “มารร้าย” (devil) ภาษากรีกว่าไดอะโบลอส (diabolos) หมายถึงผู้ล่อลวง โกหกมดเท็จ (ดู ๑ ซมอ. ๒๙.๔, ๑ พกษ. ๕.๔, ๑๑.๑๔, สดด. ๓๘.๒๐)
อิสยาห์ได้บอกถึงที่มาของซาตานว่าเป็น “เทวดาตกสวรรค์” เดิมมันมีชื่อว่า “โอรสแห่งพระอรุณ” หรือดาวประจำ
กลางวัน แต่เกิดความเหิมเกริม มักใหญ่ใฝ่สูงและกบฏต่อพระเจ้า และตั้งใจว่าจะเป็นพระเจ้าเสียงเอง[1] มันใช้คำว่า “ข้าจะขึ้นไปๆๆ” แต่พระคัมภีร์บันทึกว่า พระเจ้าทรงขับไล่มัน “ซาตานถูกนำลงมาสู่แดนคนตาย” (อสย. ๑๔.๑๒-๑๖) มันจึงท่องเที่ยวไปในโลกนี้เพื่อจะหาโอกาสทำลายมนุษย์ โดยเฉพาะคนของพระเจ้าในทุกวิถีทาง (โยบ ๑.๖, ๒.๑, ศคย. ๓.๑)
พระคัมภีร์บอกถึงบุคลิกนิสัยของซาตานอย่างชัดเจนไว้ดังนี้
ซาตานคือความชั่วร้ายทุกชนิด (มธ. ๔.๑, ลก. ๔.๒) การคดโกงคอรัปชั่น หน้าไหว้หลังหลอก การล่วงประเวณี(เรื่องเพศนำหน้ามาก่อนเลย) ความโลภในทรัพย์สินเงินทอง ได้เท่าไหร่ไม่รู้จักพอ(ถมไม่เต็ม ว่างั้นเถอะ) มีเงินหมื่นล้านแสนล้านก็ยังไม่หยุด ต่อท่อน้ำเลี้ยงเพื่อทำลายประเทศชาติได้ตลอดเวลา
มันทำหน้าที่ใส่ร้ายป้ายสีคริสเตียน (วว. ๑๒.๙-๑๐) ซาตานจะบอกผู้คนว่า พวกที่เชื่อพระเจ้าน่ะไม่ได้ดีเด่อะไรหรอก เป็นการสร้างภาพทั้งนั้น เห็นพวกมันไปโบสถ์ อ่านพระคัมภีร์ อธิษฐานและพูดเรื่องพระเยซูไม่หยุดปากนั้น เพราะถูกล้างสมอง ตามก้นฝรั่ง ที่จริงมันก็เหมือนศาสนาทั่วไปนั่นแหละ เชื่อเถอะทุกศาสนาก็ดีเหมือนกันทั้งนั้น!
ซาตานเป็นจอมล่อลวงมนุษย์ บางครั้งมาในรูปของมังกรยักษ์ งูใหญ่หรือพญานาค (วว.๑๒.๙) มันจะยืมมือมนุษย์ผู้โง่เขลาให้สร้างสัญลักษณ์ของมันขึ้นเป็นรูปสัตว์(นานาชนิด) ขึ้นมากราบไหว้บูชาและจัดงานเฉลิมฉลองใหญ่โต แสงสีเสียงเพียบ ตื่นตาตื่นใจ พร้อมกับเชิญชวนผู้คนไปเที่ยวและได้ทำบุญด้วย เช่น งานแห่เจ้าแม่ งานแห่มังกร งานแห่ผีประจำท้องถิ่น
ซาตานเป็นพระของผู้คนและมีอิทธิพลเหนือโลกนี้ (๒ คร. ๔.๔) คุณสังเกตไหว้ว่า พระของคนยุคนี้มีปรากฏแบบเป็นวัตถุมงคลที่ตั้งอยู่ตามสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะตั้งอยู่บนเนินเขาหรือภูเขาซึ่งมองเห็นได้แต่ไกล ปรากฏในรูปแบบของบุคคลหรือนักศาสนาที่ตายไปแล้ว ยังนำรูปเหมือนหรือรูปปั้นมากราบไหว้บูชา แขวนไว้ที่คอหรือวางไว้ที่หน้ารถ
มันเป็นพ่อของการมุสา (ยน. ๘.๔๔) อดอฟ ฮิตเลอร์แม่ทัพจอมเผด็จการนาซีแห่งเยอรมันได้กล่าวว่า “ คุณจะต้องโกหกคำโต และต้องโกหกบ่อยๆ และต้องโกหกให้เหมือนกับว่าเป็นเรื่องจริง และในที่สุดผู้คนจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง” นี่เป็นความคิดมาจากมารซาตานแน่นอน พูดขาวให้เป็นดำ และดำให้เป็นขาว มีบอกว่าไม่มีและไม่มีบอกว่ามี ความดีให้พูดว่าชั่วและชั่วบอกว่าดี เมื่อเราบอกว่าพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดและเขาแย้งว่า “ไม่จริงหรอก” ทุกศาสนาล้วนแต่ไปสวรรค์ทั้งนั้น แล้วแต่ว่าใครจะถือจริงหรือไม่เท่านั้น!
ซาตานเป็นผู้ฆ่าคน (ยน. ๘.๔๔) พฤติกรรมนี้เริ่มต้นตั้งแต่ที่สวนเอเดน จากนั้นมันนำความเจ็บไข้ได้ป่วยมายังมนุษย์ ทำให้เกิดอุบัติเหตุ ทำให้ติดยาเสพติด เหล้า บุหรี่ ยาบ้า การพนันทุกรูปแบบ(หวย ลอตเตอรี่ ไพ่ คาสิโน) อาหารที่เจือสารพิษ ผงชูรส สีย้อมผ้า ไขมันอิ่มตัว ซาตานทำให้เกิดความทุกข์ยากลำบากต่างๆ การทะเลาะเบาะแว้ง ความเห็นไม่ลงรอยกัน สงครามและการเข่นฆ่าทำลายล้างกัน
มันเป็นเจ้าแห่งย่านอากาศ (อฟ. ๒.๒) ซาตานใส่ความคิดลงในสมองของมนุษย์(โดยเฉพาะคนไทย)ว่า มีผีมารอยู่ทุกที่ทุกแห่ง ที่ในบ้านมีผีบ้านผีเรือน ที่บริเวณบ้านมีศาลพระภูมิ ที่ตามแหล่งธรรมชาติก็จะมีผีเจ้าป่าเจ้าเขา เทพารักษ์
แม่น้ำมีพระแม่ธรณี(สัญลักษณ์ของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งไง) ในอากาศมีพระพาย ที่แม่น้ำก็มีพระแม่คงคา(โอโฮ พอคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง น้ำนองเต็มตลิ่งแล้วก็จะมีการนมัสการพระแม่องค์นี้กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา) แต่พระคัมภีร์สอนว่าแม้ซาตานจะมีสมัครพรรค(เป็นผี)อยู่มากมายก็จริง แต่พระเยซูคริสต์มีฤทธิ์อำนาจเหนือวิญญาณชั่วเหล่านี้ ฮาเลลูยา อาเมน
สมัยใหม่ซาตานเปลี่ยนรูปแบบไปแล้ว มันอยู่ในคอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค สิงสถิตอยู่ตามร้านกาแฟ(คาเฟ่) ตามโรงหนัง ห้างสรรพสินค้า ในบาร์ ผับและร้านเกมส์อินเตอร์เนท ไม่เว้นแม้แต่ร้านเสริมความงาม ซาตานมันทำให้มนุษย์ไม่พึงพอใจในรูปร่าง(ไม่เพรียวพอ) หน้าตา(มีสิวขึ้น คางใหญ่) จมูก(แบน) ตา (ตี่) ผิวพรรณ (ดำหรือคล้ำ) ของตนเอง จึงต้องมีการตัดออก ตกแต่ง และเพิ่มเติมให้มันดูดีขึ้น
ซาตานเป็นผู้ครอบครองและมีพลังอำนาจ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับพระเจ้า (มธ. ๑๒.๒๖, ลก. ๑๑.๑๘)
มันเป็นผู้ทดลอง (มธ. ๔.๕, ๑ ธส. ๓.๕) เราเคยอ่านเรื่องของโยบใช่ไหม? เจอหนักเลย สูญเสียทุกอย่าง ลูกทุกคนตาย ทรัพย์สมบัติถูกปล้น ตัวเองเป็นโรคร้าย แทบเอาตัวไม่รอด ดีนะว่าเขามีความเชื่ออย่างมั่นคง พระคัมภีร์บอกว่า ในเหตุการณ์ทั้งเหล่านี้ โยบไม่ได้ต่อว่าหรือแช่งด่าพระเจ้าเลย กลับคุกเข่าลงกราบนมัสการพระองค์ และพูดว่า “ข้าพเจ้ามาจากท้องแม่ตัวเปล่า และจะต้องกลับไปตัวเปล่า พระเจ้าทรงให้มาและพระองค์ก็ทรงเอาไปเสีย” (โยบ ๑.๒๐-๒๒)
ซาตานไม่เว้นแม้กระทั่งพระเยซูคริสต์ ในมัทธิวบทที่ ๔ เราพบว่า ได้บังอาจทดลองพระองค์ในขณะที่ทรงอดพระกายาหาร ๔๐ วัน ๔๐ คืน โดยครั้งแรกใช้เรื่องอาหารมาล่อลวง เมื่อไม่สำเร็จก็ใช้เรื่องความอยากมีชื่อเสียงชักจูง และเมื่อไม่สำเร็จก็ใช้เรื่องอำนาจครอบครองโลกมาต่อรอง แต่พระเยซูไม่ได้ตกหลุมพรางของมัน กลับตวาดว่า “ไอ้ซาตาน จงไปเสียให้พ้น” (มธ. ๔.๑๐-๑๑) แล้วมารก็ละพระเยซูไป และมีเหล่าทูตสวรรค์มาปรนนิบัติพระองค์
คุณเอื้อ อัญชลี[2]ได้เล่าไว้อย่างน่าสนใจ “ก่อนที่มีพุทธนั้น คนไทยนับถือผี ไทยแต่เดิมนับถือผี ถึงเดี๋ยวนี้ก็ยังนับถืออยู่ ค้นคว้าจากผู้รู้ไทย คำว่าผีมาจากภาษามคธคือ “ภีตะ” ซึ่งแปลว่าเงา ผีใช้เรียกสิ่งที่คนไม่อาจะเข้าใจได้ด้วยปัญญาและเหตุผล เสถียรโกเศศให้ความหมายว่า ผีคือสิ่งลึกลับซึ่งมีสภาพเกินคน เพราฉะนั้นตามปกติแล้วผีจึงมีอำนาจเหนือคน
อาจทำให้คนได้ดีหรือให้ได้ร้ายก็ได้
เมื่ออิทธิพลของลัทธิพราหมณ์เข้ามาครอบสังคมไทยก็เปลี่ยนไปในลักษณะเดียวกัน ผีของเราก็เปลี่ยนไปด้วย สำหรับคนไทยสมัยก่อน แม้แต่พระอินทร์ก็ถือเป็นผีด้วย คือรู้จักกันในนามของผีฟ้า ซึ่งเป็นผีผู้เป็นใหญ่ในท้องฟ้า สำแดงตนด้วยเสียงฟ้าผ่าเอ็ดอึง เพื่อขับไล่ความแห้งแล้ง(อสูร)ให้หนีไป”
เมื่อสิบปีก่อนคริสตจักรของเรา[3]ได้ส่งผู้รับใช้ไปผู้ประกาศกับชาวกะเหรี่ยงที่หมู่บ้านแม่เหล็ก จังหวัดลำพูน คนแรกที่กลับใจรับเชื่อพระเยซูคริสต์คือลุงเล้า ซึ่งเป็นหมอผีประจำหมู่บ้าน จากนั้นลุงเล้าก็นำคนจำนวนมากมารับเชื่อ จนกระทั่งปัจจุบันนี้มีคริสเตียนที่หมู่บ้านแห่งนี้ราว ๘๐ คนแล้ว
วันหนึ่งผมก็ถามลุงเล้าว่า “เมื่อตอนที่ลุงเล้าเป็นหมอผีอยู่ เวลาที่ผีมันทำคนให้เจ็บไข้ได้ป่วย หรือเกิดอุบัติเหตุ และผีมันบอกว่าอยากจะกินหมู ไก่ หรือวัวนั้น ถามตรงๆว่าผีอยากกินหรือลุงเล้าอยากกิน?”
“อ๋อ ผมอยากกินเอง” ลุงเล้าตอบพร้อมกับหัวเราะแหะๆ
สรุป : เมื่อเราได้รู้เรื่องของมารซาตาน ผีและวิญญาณชั่วทั้งหลายแหล่แล้ว คริสเตียนทุกคนก็รู้ดีว่า
ประการแรกเราไม่ควรเกี่ยวข้องกับเรื่องพรรค์นี้ ไม่ว่าในทางดีหรือทางร้าย
ประการที่สอง เราไม่ควรทำอะไรที่เป็นสัญลักษณ์เล็งถึงสิ่งที่ชั่วร้ายเหล่านี้ เช่น การใส่เสื้อที่มีลายมังกร ใส่เสื้อทีมกีฬาตราซาตาน
ประการที่สาม คริสเตียนไม่ต้องเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเทศกาลที่เป็นของซาตาน เช่น แห่มังกร แห่ผีตาโขน ลอยกระทง(บูชาเพื่อขอขมาลาโทษพระแม่คงคา) สงกรานต์ (คุณลองไปอ่านประวัติความเป็นมาของเทศกาลนี้ดูสิ ก็จะพบว่าเกี่ยวข้องกับความเชื่อของศาสนาฮินดูและไสยศาสตร์โดยตรงเลย)
ผมรู้ว่าเมื่อฟันธงลงไปอย่างนี้ จะมีหลายคนเห็นขัดแย้งแตกต่าง เพราะเขาอยากจะประยุกต์ขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมเหล่านี้ให้เข้ากับบรรยากาศของคริสเตียน ซึ่งผมจะนำมากล่าวในโอกาสต่อไปว่าอะไรประยุกต์ได้และอะไรไม่ได้
หากท่านผู้อ่านคับข้องใจก็เขียนมาที่ อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน
ยินดีรับฟังความคิดเป็นของทุกท่านครับ.
[1] ไม่ต้องแปลกใจในเรื่องนี้ เพราะปัจจุบันก็มีมนุษย์จำนวนมากที่อยากจะเป็นพระเจ้า (อยากยิ่งใหญ่และมีอำนาจล้นฟ้า) แต่พระเจ้ากลับทรงอยากเป็นมนุษย์ คือการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอด
[2] บทความเรื่อง “คัมภีร์ผีและเทวดา : นามและรูปของศาสนา โดยเอื้อ อัญชลี มติชนรายสัปดาห์
[3] คริสตจักรแบ๊บติสต์เชียงใหม่ องค์กรคริสตจักรกลุ่มสยามแบ๊บติสต์ ในสังกัดสหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย กรมศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม








