เฮโรดกับศีรษะของยอห์น
โครงคำเทศนา-ธวัช เย็นใจ
เฮโรด(อันทิพา)
กับศีรษะของยอห์น
มธ. ๑๔.๑-๑๒
คำนำ
ประวัติของยอห์น : พระคัมภีร์ตอนนี้ได้กล่าวถึง “การตายของยอห์นผู้ให้บัพติสมา” ยอห์นเป็นลูกของปุโรหิต
เศคาริยาห์กับเอลีซาเบธ แม้ว่าทั้งสองคนเป็นคนดี ซื่อสัตย์ และรับใช้พระเจ้าอย่างเอาจริงเอาจัง แต่เขาก็เป็นหมัน ซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงสำหรับคนยิวในสมัยนั้น เพราะถือว่า “ไม่ได้รับพระพรจากพระเจ้า” หรือเป็นครอบครัวที่ถูกแช่งสาป แต่เราเห็นได้เห็นว่า พระเจ้าทรงพระเมตตาและให้สามีภรรยาคู่นี้มีลูกอย่างอัศจรรย์
ดูประวัติความเป็น มาของเรื่องนี้ได้จาก ลก. ๑.๕-๒๕
กษัตริย์เฮโรดอันทิพา
(๑)ความผิดล่วงประเวณี
ยอห์นเติบโตขึ้นก็ได้ถวายตัวเป็นพวกนาศีร์ คือเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าและเขาเป็นคนที่พูดจาตรงไปตรงมา ทำให้ผู้คนไม่ชอบ โดยเฉพาะกษัตริย์เฮโรดที่หย่าภรรยาของตนและไปเอาภรรยาของน้องชาย(ฟีลิป)มาเป็นภรรยาของตนเอง ในพระคัมภีร์ใหม่มีเฮโรด ๕ คนด้วยกัน คือ ๑)เฮโรดมหาราช ๒)เฮโรดอันทิพา ๓)เฮโรดอากริปปา ๑ ๔)เฮโรด อากริปปาที่ ๒ และ๕)เฮโรดอารเคลลัส กษัตริย์องค์ที่มีปัญหากับยอห์นคือเฮโรดอันทิพา (ลูกของเฮโรดมหาราช)
(๒)ผลของการเทศนา
ยอห์นเป็นคนแบบขวานผ่าซาก ท่านเทศนาโจมตีความผิดบาปของกษัตริย์เฮโรดอย่างไม่ไว้หน้า จึงทำให้กษัตริย์ไม่พอใจอย่างมาก และได้สั่งให้ทหารจับท่านจำคุกไว้ (มธ. ๑๔.๑๓)
คำสอนจากพระคัมภีร์เดิมในเรื่องความผิดทางเพศ ลวต. ๑๘.๑๖,๒๐.๒๑ พระคัมภีร์กล่าวถึงการล่วงประเวณีและการอย่าร้าง “ถ้าชายใดรับภรรยาของพี่ชายหรือน้องชายมาเป็นภรรยาของตนเอง เขาก็เป็นมลทิน(บาป)”
คำสอนจากพระคัมภีร์ใหม่ มธ. ๕.๒๗-๓๒ ลึกซึ้งและชัดเจนมากกว่า ประการแรก พระเยซูทรงตั้งมาตรฐานไว้สูงมาก คือ การที่ชายมองหญิงคนใดด้วยการคิดถึงเรื่องเพศ พระองค์ก็ทรงบอกว่า เขาคนนนั้นได้ทำบาปล่วงประเวณีในใจกับหญิงนั้นแล้ว ประการที่สอง พวกยิวบอกว่าให้หย่าร้างได้ถ้ามีเหตุผลเพียงพอ แต่พระเยซูบอกว่า “ห้ามหย่าร้าง” ยกเว้นในกรณีเช่นชู้เท่านั้น
ยอห์นผู้ให้บัพติสมา
(๑)ยอห์นเป็นนาศีร์
นาศีร์เป็นการบนตัวไว้สำหรับพระเจ้าชั่วระยะเวลาหนึ่ง หรืออาจจะตลอดไปก็ได้ นาศีร์จะไม่ตัดผม งดเว้นอาหารบางอย่าง และจะไม่แตะต้องสิ่งที่เป็นมลทิน เช่น เหล้าองุ่น ศพของคน เป็นต้น แต่สำหรับยอห์นมีลักษณะพิเศษไปมากกว่านั้นคือ ดำรงชีวิตอยู่ในป่า กินน้ำผึ้งป่ากับจักจั่น(พืชชนิดหนึ่ง)เท่านั้น ท่านได้เทศนาเรื่องแผ่นดินสวรรค์ให้แก่ชาวยิวฟัง และให้บัพติสมาในน้ำ(ที่แม่น้ำจอร์แดน) ซึ่งแสดงถึงการกลับใจเสียใหม่ (มธ. ๓.๑-๑๒)
(๒)ยอห์นเป็นคนตรงไปตรงมา
“เพราะยอห์นเคยทูลกษัตริย์เฮโรดว่า พระองค์ไม่มีสิทธิ์ที่จะรับพระนางเฮโรเดียมาเป็นภรรยา” (มธ. ๑๔.๔)
ก่อนหน้านี้ยอห์นเทศนาอย่างขวานผ่าซาก เรียกประชาชนชาวยิวว่า “เจ้าชาติงูร้าย” (ลก. ๓.๗) อย่าคิดว่าตัวมีอับราฮัมเป็นบิดาแล้วจะรอดพ้นจากพระอาชญาของพระเจ้าได้ ยอห์นบอกประชาชนว่า “ให้รู้จักการแบ่งปันแก่คนอื่น” ท่านบอกแก่พวกสรรพากรว่า “อย่าเก็บภาษีเกินพิกัด” และบอกพวกทหารเช่นกันว่า “อย่ากรรโชกทรัพย์ อย่าใส่ความเพื่อจะเอาเงิน”
ท่าทีของกษัตริย์เฮโรด
มธ. ๑๔.๕ ทำไมกษัตริย์เฮโรดจึงมีความต้องการอยากจะฆ่ายอห์น? แต่ทำไมจึงฆ่าไม่ได้?
๑)นักการเมืองมักกลัวเสียงของประชาชน
“กษัตริย์เฮโรดมีพระประสงค์จะฆ่ายอห์น แต่ก็ทรงกลัวฝูงชน เพราะว่าพวกเขานับถือยอห์นว่าเป็นผู้เผยพระ
วจนะ” (มธ. ๑๔.๕) ปัจจุบันนี้เราเห็นว่ามีคนแบบเฮโรดเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด เขากลัวเสียงของคนอื่น แต่ไม่เกรงกลัวพระสุรเสียงของพระเจ้า
ข้อคิด : บางครั้งคริสเตียนเราก็เป็นแบบนี้เช่นกัน
มาระโกบันทึกว่า “เฮโรดจึงใช้คนไปจับยอห์นมาล่ามโซ่ขังคุกไว้ เพื่อเห็นแก่นางเฮโรเดียสชายา” “เฮโรดเกรงกลัวยอห์น เนื่องจากทรงทราบว่าท่านเป็นคนชอบธรรมและบริสุทธิ์ เฮโรดจึงทรงปกป้องท่านไว้ เมื่อเฮโรดได้ยินคำสั่งสอนของท่านก็ทรงฉงนสนเท่ห์ แต่ก็ทรงยินดีที่จะฟัง” (มก. ๖.๑๗, ๒๐)
(๒)ฉลองวันประสูติของเฮโรด
“แต่เมื่องานฉลองวันประสูติของเฮโรดมาถึง บุตรีนางเฮโรเดียสมาเต้นรำต่อหน้าพวกแขก ทำให้เฮโรดโปรดมาก จึงสัญญาโดยปฏิญาณว่า เธอจะขอสิ่งใดๆก็จะให้สิ่งนั้น” (มธ. ๑๔.๖-๗) มาระโกบอกว่า พวกแขกเหรื่อของเฮโรดซึ่งเป็นขุนนาง ทหารชั้นผู้ใหญ่ และแขกคนสำคัญอื่นๆพากันชอบใจการเต้นรำของหญิงสาวมาก เฮโรดจึงสัญญาว่า “หากขออะไร เราจะให้แก่เจ้าจนถึงกึ่งหนึ่งของราชสมบัติ” (มก. ๖.๒๓)
บางคนอธิบายว่า เป็นเพราะว่ากษัตริย์เฮโรดดื่มเหล้ามาก หรือหลงนางเฮโรเดียสอย่างหัวปักหัวปำ จึงพลั้งปากสัญญาพล่อยๆไปเช่นนั้น หรือเพราะเขาเป็นคนขี้โอ่
(๓)ขอศีรษะของยอห์น
หญิงสาวจึงรีบไปถามมารดาของตนเอง นางก็แนะนำให้ลูกสาวของศีรษะของยอห์นผู้ให้บัพติสมา ใส่ถาดมาให้หม่อมฉันเดียวนี้เลย พระคัมภีร์บอกถึงต้นสายปลายเหตุว่า“นางเฮโรเดียสจึงผูกพยาบาทยอห์น และปรารถนาจะประหารท่านเสีย แต่ประหารไม่ได้” (มก. ๖.๑๙)
มีผู้กล่าวว่า ผู้หญิงมีความกระหายมากกว่าผู้ชาย ๕ เท่า และมีความแค้นมากกว่า ๗ เท่า!
สรุป
ในพระคัมภีร์ตอนนี้มีตัวอย่างจาก ๒ คน ที่คริสเตียนสามารถเลียนแบบอย่างได้คือ
-ยอห์นผู้ซื่อสัตย์ของพระเจ้า ที่ยอมหักแต่ไม่ยอมงอ เหมือนมีคำพูดว่า “ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย” (แต่คนพูดความจริงตาย)
-กษัตริย์เฮโรด มีชีวิตจมปลักอยู่ในความผิดบาป เขาได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาความผิดของพระเยซู และเยาะเย้ยเหยียดหยามพระองค์ ด้วยการเสื้อสีม่วงสำหรับกษัตริย์มาสวมใส่ให้พระองค์ แล้วส่งตัวไปให้แก่ปีลาต แต่ในที่สุดกษัตริย์เฮโรดก็ถูกจักรพรรดิคาลิกูลาแห่งโรม สั่งเนรเทศไปยังแคว้นกอล(ฝรั่งเศส) และสิ้นชีวิตที่นั่น.








