บทความเสริมสร้างจิตวิญญาณ-ธวัช เย็นใจ
ไหทองคำ!
เมื่อมีเวลาว่างผมมักชอบเข้าเยี่ยมชมในเว็บที่เกี่ยวเรื่องโบราณๆ พวกนิทานปรัมปราอะไรทำนองนั้น เพราะมีข้อคิดและบทเรียนดีอยู่เยอะเลย แล้วนำมาเล่าต่อให้แฟนไทยเซอร์มอนส์ดอทคอม และประยุกต์ให้เข้ากับบรรยากาศของคริสเตียนแบบเนียนๆหน่อย
ไปเจอเรื่องหนึ่งเข้าแบบไทยแท้ทีเดียว
มีเรื่องเล่าว่า ชายคนหนึ่งที่กลัวว่าพวกลูกหลานจะไม่เอาใจใส่ดูแลยามที่ตนเองเฒ่าชะแรแก่ชราแล้ว เขาจึงเที่ยวบอกใครต่อใครว่า เขาได้สะสมทองคำจำนวนมากใส่ไว้ในไหใบหนึ่ง เวลาไปไหนมาไหนก็จะอุ้มไหไปนั้นไปด้วย เวลานอนก็กอดไว้ ทำให้พวกลูกหลานอยากจะได้สมบัตินั้น จึงพากันมาปรนนิบัติพัดวีอย่างดี
จนกระทั่งวันหนึ่ง ชายแก่คนนี้ก็เสียชีวิตลง พวกลูกหลานจึงจัดงานศพให้อย่างสมเกียรติ และนัดแนะกันว่า หลังจากพิธีศพแล้วจะมาเปิดไหและแบ่งทองคำกัน
“รู้สึกว่าไหใบนี้จะมีกลิ่นแปลกๆนะ?” คนหนึ่งพูดขึ้นขณะอุ้มไหออกมาว่าที่นอกชานบ้าน
“พ่อคงจะเก็บทองคำไว้นาน มันอาจจะขึ้นราก็ได้” อีกคนหนึ่งออกความเห็น
“เหมือนกับอะไรมันเน่าอยู่ในไห”
เพื่อขจัดความสงสัย
พอเปิดฝาไหออกมาเท่านั้นแหละ ทุกคนก็ผงะและใช้มืออุดจมูก เพราะในนั้นมีแต่ขี้!
???!!
ข้อคิด : นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าทำอะไรโดยหวังผลประโยชน์ส่วนตนเท่านั้น
เปาโลได้ยกตัวอย่างจากชายคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าอยู่ที่คริสตจักรเอเฟซัส “ข้าพเจ้าไม่มีผู้ใดมีน้ำใจเหมือนกับทิโมธี เขาเป็นคนเอาใจใส่ทุกข์สุขของท่านอย่างแท้จริง” พร้อมกับบอกถึงพฤติกรรมของคนพวกหนึ่งว่า “เพราะว่าคนอื่นๆย่อมแสวงหาประโยชน์ของตนเอง ไม่ได้แสวงหาผลประโยชน์ของพระคริสต์” (ฟป. ๒.๒๐-๒๑)
ประการต่อมา พระคัมภีร์สอนหน้าที่ของลูกๆต่อบิดามารดา “ฝ่ายบุตรจงนบนอบเชื่อฟังบิดามารดาของตนในองค์พระผู้เป็นเจ้า เพราะกระทำอย่างนั้นเป็นการถูก...เพื่อเจ้าจะไปดีมาดีและมีอายุยืนยาวนานบนแผ่นดินโลก” (อฟ. ๖.๑-๓)
ในฐานะที่เราเป็นคริสเตียนจะต้องสำแดงชีวิตเป็นอย่างอันดี โดยการเอาใจใส่บุคคลในครอบครัวของตนเองก่อน
(มิใช่เพื่อหวังผลประโยชน์หรือมรดก) พระวจนะของพระเจ้ากล่าวว่า “ถ้าแม้ผู้ใดไม่เลี้ยงดูวงศ์ญาติของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในบ้านเรือนของตน ผู้นั้นก็ได้ ปฏิเสธพระศาสนา(ความเชื่อในพระเจ้า)เสียแล้ว และชั่วยิ่งกว่าคนที่ไม่เชื่อเสียอีก” (๑ ทธ.๕.๘)
พูดกันตรงๆก็คือว่า ถ้าคุณบอกว่าเป็นคริสเตียน แต่ไม่ดูแล เอาใจใส่และเลี้ยงดูพ่อแม่ของตนเอง ก็อย่ามาพูดให้เมื่อยปากเลย เพราะมันไม่สอดคล้องกับหลักของพระคัมภีร์.









