gototopgototop
Get Adobe Flash player
โครงคำเทศน์
แหล่งรวมบทความ
Trendy:
Global Thaisermons



E-BOOK โครงคำเทศน์

อ่านคำเทศนาผ่าน e-book

 
 
คลิ๊ค อ่าน E-BOOK เรื่อง ทีมเวิร์ค

   บริการเช่ารถตู้-จากสมาชิก

 

 

Delicious
ค้นหาบทความ-โครงเทศน์

www.thaisermons.com

คิดแบบไทย  โดยธวัช เย็นใจ

                                                      ไม่กระดิกหู

 

                ในหนังสือประมวลโวหารคำไทย[1]เริ่มคำแรกคือ “กข ไม่กระดิกหู” หมายถึงเรียนหนังสือแล้วไม่รู้เรื่อง อ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้เลย พจนานุกรมฉบับมติชนได้ให้ความจำกัดความของคำนี้ว่า “ไม่รู้เรื่องเลย” 

                ใครที่เป็นอย่างนี้อาจแสดงถึงความบกพร่องทางด้านสติปัญญา หรือขาดการเอาใจใส่ในสิ่งนั้น

                ความหมายคงใกล้เคียงกับคำว่า “เป่าปี่ใส่หูควาย” หรือ “สีซอให้ควายฟัง” หรือ “ไปไหนมา สามวาสองศอก” หรือพูดไม่รู้ฟังนั่นแหละ!

                เหมือนกับกษัตริย์ซาโลมอนที่เริ่มต้นด้วยการคิดว่าตนเองเป็นนักปราชญ์(ปัญญาจารย์) ต่อมาก็พบว่าเป็นเพียงผู้รู้ และในตอนท้ายของชีวิตท่านก็ตระหนักว่าตนเองเป็นเพียง “ผู้เรียนรู้” เท่านั้น เหมือนดังที่เปาโลบอกว่า บางทีความรู้ก็มีอันตรายอยู่เหมือนกัน “เราทั้งหลายทราบแล้วว่า เราทุกคนต่างมีความรู้ ความรู้นั้นทำให้ลำพอง แต่ความรักเสริมสร้างขึ้น” (๑ คร. ๘.๒)

                ข้อคิด : ปัจจุบันสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งคือ ชาวโลกที่ยังไม่รู้ถึงข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์เจ้า

                เพราะความไม่รู้นี่เอง ที่ต้องทำให้พวกเขาถึงความพินาศฝ่ายจิตวิญญาณ พระเจ้าทรงเป็นความรักและห่วงใยจิตวิญญาณที่กำลังพบความหายนะ พระองค์จึงต้องใช้โยนาห์ไปประกาศแก่ชาวเมืองนีนะเวห์ เพราะความบาปชั่วของเขาถูกฟ้องร้องขึ้นไปเบื้องพระพักตร์พระองค์ “เมืองใหญ่นี้มีพลเมืองมากกว่าหนึ่งแสนสองหมื่นคน ผู้ไม่ทราบว่าข้างไหนมือขวาและข้างไหนมือซ้าย” (ยนา. ๔.๑๑)

                มิใช่เพราะพวกเขาตั้งใจทำบาป แต่เขาไม่รู้จักทางขององค์ผู้บริสุทธิ์

            “ผู้ที่ยังไม่เชื่อในพระเยซู จะทูลขอต่อพระองค์อย่างไรได้ ผู้ที่ยังไม่ได้ยินถึงพระองค์ จะเชื่อในพระองค์อย่างไรได้

และเมื่อไม่มีผู้ใดประกาศให้เขาฟัง เขาจะได้ยินถึงพระองค์อย่างไรได้” (รม. ๑๐.๑๔)

                หากคริสเตียนเราประกาศข่าวประเสริฐให้แก่คนที่ “ไม่กระดิกหู” (ฝ่ายวิญญาณ)แล้ว

                หากเขากลับใจเสียใหม่ และมาถึงความรอดและชีวิตนิรันดร์

                เขาก็พ้นโทษและเราก็พ้นโทษด้วย

                แต่ถ้าพวกเขาไม่ฟังและไม่ยอมรับรู้ นั่นก็เป็นเรื่องความรับผิดชอบของเขา และเราพ้นโทษแล้ว

                แต่หากเราไม่ประกาศฯ แน่นอน ความผิดย่อมตกอยู่กับเราแบบเต็มๆเลย

                แล้วพระเจ้าจะถามเมื่อเราขึ้นไปพบพระองค์ที่สวรรค์.

                 



[1] สำนวน สุภาษิตและคำพังเพย ของไพโรจน์ อยู่มณเทียร เยลโลการพิมพ์ กรุงเทพฯ

 
001
002
003
004
005
007
008
009
010
011
News Plus Date
ถอดโซ่ตรวนนักโทษ
17 May 2013
ถอดโซ่ตรวนนักโทษ เสรีภาพที่แท้จริงหรือ?                                                                                                            ข่าวที่น่ายินดีอย่างยิ่งในช่วงนี้ก็คือ นักโทษคดีอุจฉกรรจ์ตาม             เรือนจำต่างๆในประเทศไทย ได้รับการถอดโซ่ตรวนออกจาก             ขาแล้ว เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา ถือเป็น             การตอบสนองต่อมติขององค์การสหประชาชาติ...
ข้อเขียน ชวนคิด
มีเรื่องจริงเล่าว่า วันหนึ่งนักบินกับช่างเครื่องได้นำเครื่องบินออกทดสอบ ขณะที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากเพดานเหนือศีรษะ ซึ่งเต็มไปด้วยสายไฟ สันนิษฐานว่าน่าจะมีหนูแอบเข้ามาและกำลังกัดแทะสายไฟ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็นับว่าอันตรายมาก นักบินจึงบังคับเครื่องให้บินสูงขึ้นไป จนถึงระดับ ๒ หมื่นฟุต และเมื่อร่อนกลับลงมายังรันเวย์และเปิดดูบริเวณเหนือศีรษะ ก็พบว่ามีหนูสองตัวนอนตายอยู่ที่นั่น เนื่องจากมันทนต่อความกดอากาศไม่ไหว คิดอีกที : เมื่อเรามีปัญหาที่แก้ไม่ตก มีวิธีหนึ่งที่จะสามารถแก้ไขได้คือ “บินสูงขึ้นไป” นำภาระปัญหาเหล่านั้นเข้าไปเฝ้าพระเจ้า
PTT Oil Price
World Time Clock

 

 หนังสือ-วรรณกรรม

หนังสือ-วรรณกรรมเขียนโดยอ.ธวัช เย็นใจ

 

Tawat Yenjai