gototopgototop
Get Adobe Flash player
โครงคำเทศน์
แหล่งรวมบทความ
Trendy:
Global Thaisermons



E-BOOK โครงคำเทศน์

อ่านคำเทศนาผ่าน e-book

 
 
คลิ๊ค อ่าน E-BOOK เรื่อง ทีมเวิร์ค

   บริการเช่ารถตู้-จากสมาชิก

 

 

Delicious
ค้นหาบทความ-โครงเทศน์

www.thaisermons.com

ธวัช เย็นใจ : บรรณาธิการเว็บไซต์

                                            โลกทัศน์คริสเตียน

                                        Christian World View

 

                “ชีวิตมักเป็นเรื่องศึกษาสิ่งตรงกันข้าม” เป็นคำกล่าวของจอร์จ บาร์นา ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Think Like Jesus  ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ เขาได้ทำการสำรวจโลกทัศน์ของคริสเตียนในอเมริกา มีข้อมูลที่น่าสนใจมาก

                จอร์จ บาร์นาได้ตั้งคำถามว่า พระเจ้ามีอยู่จริงไหม? แล้วพระลักษณะของพระองค์เป็นอย่างไร? อะไรคือธรรมชาติ? โลกนี้เกิดขึ้นมาทำไมและอย่างไร? อะไรเกิดขึ้นหลังจากที่เราตายไปแล้ว? สิทธิอำนาจฝ่ายจิตวิญญาณมีอยู่จริงหรือไม่? และคริสตจักรสามารถช่วยคุณได้อย่างไร?

            จอร์จ บาร์นากล่าวถึงชีวิตคริสเตียนในหลายๆด้าน เช่น พฤติกรรมในช่วงที่เจ็ดวันผ่านมา กิจกรรมทางด้านศาสนาหรือจิตวิญญาณ ความเชื่อในพระเจ้าหรือในพระเยซูคริสต์

                                                                                                มีโลกทัศน์              ไม่มี         คต.แต่ชื่อ

-มีเจตนาไม่ซื้อสินค้ายี่ห้อหนึ่งยี่ห้อใด เพื่อจะต่อต้านผู้ผลิต                             ๒๘ %                    ๗ %      ๗๗ %

-อาสาสมัครช่วยเหลือองค์กรการกุศล                                                                               ๔๙                          ๒๙        ๒๒

-สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า สิ่งเสพติด                                                                                                ๗                             ๒๒          ๓๗

-ไม่ดูหนังหรือวีดิโอที่มีเนื้อหารุนแรง                                                                    ๕๐                          ๒๗          ๑๔

-ดูเรื่องราวในอินเตอร์เนท ที่ไม่เหมาะสม                                                            ๐                             ๙             ๙

-อธิษฐานเผื่อผู้นำประเทศ                                                                                   ๙๐                          ๘๒          ๗๓

-อ่านพระคัมภีร์ส่วนตัว                                                                                         ๓                             ๕๔          ๒๔

-เข้าร่วมนมัสการพระเจ้าในคริสตจักร                                                                                ๗๙                          ๖๐          ๒๙

-อาสาช่วยงานคริสตจักร                                                                                     ๕๑                          ๓๓          ๑๑

-ไปร่วมกลุ่มสามัคคีธรรม(เซลส์)                                                                         ๒๓                          ๒๗          ๑๒

-มีความเชื่อในพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด                                                                                ๑๐๐                       ๘๗          ๕๒

-เชื่อว่าพระคัมภีร์ทั้งเล่มถูกต้อง รับการดลใจจากพระเจ้า                                               ๑๐๐                       ๕๙          ๒๕

-ประกาศและเป็นพยานข่าวประเสริฐ                                                                                ๑๐๐                       ๕๑          ๒๑

-เชื่อว่าการทำคุณงามความดีไม่สามารถไปสวรรค์ได้                                      ๑๐๐                       ๓๙          ๑๖

-มารซาตานมีอยู่จริง                                                                                             ๑๐๐                       ๒๒          ๑๓

-พระเยซูดำเนินชีวิตในโลกนี้โดยปราศจากบาป                                                               ๑๐๐                       ๕๑          ๒๗

-ผู้ไม่เคยเรียนพระคัมภีร์เข้มข้นอย่างในสถาบันพระคริสตธรรม สามารถตีความหมายได้อย่างถูกต้อง

                                                                                                                                ๑๐๐                       ๕๘          ๕๐

-การอธิษฐานต่อธรรมิกชนที่ล่วงลับไปแล้วไม่มีผลอะไร                                  ๗๖                          ๒๙          ๒๐

-คนที่เกิดมาไม่ใช่คนดีหรือชั่ว เขาต้องเลือกเอาเมื่อเติบโตขึ้น                          ๕๖                          ๑๔          ๑๐

-เชื่อในพระเจ้าเดียว ในลักษณะตรีเอกานุภาพ                                                 ๑๐๐                       ๘๔          ๕๕

-จิตวิญญาณเป็นสิ่งที่ดำรงอยู่ตลอดไป                                                                             ๙๓                          ๗๕          ๕๒

-พระคัมภีร์ของศาสนาต่างๆแสดงถึงความจริงฝ่ายวิญญาณ                         ๘๕                          ๓๐          ๑๓

-สามารถค้นพบความจริงได้ทางตรรกะ เหตุผล และประสบการร์ส่วนตัว     ๗๑                          ๒๕          ๑๘

--พระคัมภีร์ประณามรักร่วมเพศอย่างชัดเจน ถือว่าเป็นความผิดบาป          ๙๒                          ๔๗          ๒๗

-เป็นไปไม่ได้ที่จะติดต่อกับคนที่ตายไปแล้ว                                                       ๗๘                          ๔๓          ๓๐

-มนุษย์ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผีมารวิญญาณชั่ว                                          ๘๘                          ๓๗          ๑๗

-มีเป้าหมายในชีวิตอย่างชัดเจน                                                                          ๙๗                          ๗๕          ๖๗

 

ลัทธิต่าง

                จอร์จ บาร์นา ได้กล่าวถึงลัทธิต่างๆที่ไม่ได้เป็นไปตามแบบพระคัมภีร์

                ๑.ลัทธิเทวัสนิยม : พระเจ้าทรงละเว้นการปฏิบัติหน้าที่  ซึ่งบรรดานักคิดทั้งหลายเช่น วอลแตร์ จอห์น ล็อค สเทเฟน ฮอว์กิ้น และอัลเบิร์ต ไอสไตน์ คนเหล่านี้เชื่อว่าพระเจ้ามีอยู่จริงและทรงสร้างจักรวาล แต่ทรงปล่อยให้โลกเป็นตามครรลองของมันและพระองค์ไม่มีส่วนสัมพันธ์ใดๆกับมนุษย์

                ๒.ลัทธิธรรมชาตินิยม : สิ่งที่คุณเห็นคือสิ่งที่คุณได้รับ ความเชื่อแบบนี้ได้รับการสนับสนุนจากเบอร์เทรนด์ รัสเซล คาร์ล มาร์กซ์ และคนอื่นๆอีกจำนวนมาก พวกเขาบอกว่าพระเจ้าไม่มีอยู่จริง  พระองค์ไม่ได้สร้างโลกและไม่มีการอัศจรรย์ใดๆ สสารวัตถุและจักรวาลดำรงอยู่ก่อนแล้ว  มนุษย์เป็นเพียงสิ่งหนึ่งบนโลกเท่านั้น

                ๓.ลัทธิว่างเปล่านิยม : ปฏิเสธการดำรงอยู่ มีผู้เชี่ยวชาญในความเชื่อแบบนี้เช่น ฟรายด์ดิช นิชเช่, ฟรานซ์ กาฟกา, ซามูเอล เบ็คเคต และเคิร์ต วอนเนกัท จูเนียร์ เขาบอกว่าไม่มีสิ่งใดดำรงอยู่อย่างแท้จริง ไม่มีพระเจ้า ไม่มีความรู้ ไม่มีความหมายและไม่มีคุณค่าอะไร ปฏิเสธทุกอย่างสิ้นเชิง ไม่มีสงครามฝ่ายวิญญาณและไม่มีพระผู้ช่วยให้รอด

                ๔.ลัทธิจิตนิยม : ความเป็นจริงที่ไร้ความหมาย ลัทธินี้เป็นส่วนหนึ่งของลัทธิธรรมชาตินิยม ผู้นำของเขาคือ จีน พอล, ซาเทร, และอัลเบิร์ต คาร์มัส ยืนยันว่าชีวิตไม่มีความหมายสูงสุด ทุกคนต้องกำหนดความหมายให้ชีวิตของตนเอาเอง ดังนั้นเพื่อให้ตรงกันข้ามกับลัทธิว่างเปล่านิยม การดำรงชีวิตให้เป็นประโยชน์จึงต้องสร้างคุณค่าของชีวิตขึ้นมา

                ๕.ลัทธิปัจเจกชน : เน้นความเป็นตัวตนของมนุษย์ ใครจะเชื่อในเรื่องใดก็ได้ไม่มีการบังคับกัน คนเหล่านี้อาจจะเชื่อในเรื่องของพระเจ้าและพระคัมภีร์ แต่จะเลือกเชื่อในส่วนที่ตนเองเห็นชอบเท่านั้น บางครั้งคนเหล่านี้จะแฝงตัวอยู่ในกลุ่มสิทธิมนุษยชน (NGO)

                ๖.ลัทธิเทวนิยม : เชื่อว่ามีพระหรือพระเจ้าและเทพต่างๆ แต่ไม่ใช่บุคคล เป็นการผสมผสานกันกับหลายลัทธิ  ระหว่างศาสนาและปรัชญาตะวันตกกับตะวันออก ศาสนาพุทธ ศาสนาฮินดู ศาสนาเซน และการทำสมาธิ การอัศจรรย์เหนือธรรมชาติ

                ๗.ลัทธินิวเอจ : (New Age) เป็นการรวมข้อดีของทุกศาสนามาเข้าไว้ด้วยกัน  และเชื่อว่ามนุษย์สามารถเป็นพระเจ้าได้ ผู้นำคนหนึ่งกล่าวว่า “ข้าพเจ้าเชื่อว่าไม่มีพระเจ้า จนกระทั่งพบว่า ข้าพเจ้าเป็นพระเจ้า”

                ๘.ลัทธิกิตติคุณแห่งความมั่งคั่ง (Prosperity Gospel) สอนว่าเชื่อพระเจ้า/พระเยซูแล้วจะมั่งคั่งร่ำรวย ไม่มีอุปสรรคปัญหาใดๆในชีวิต จะไม่เจ็บไข้ได้ป่วย จะมีความสุขสบายและเจริญรุ่งเรืองตลอดไป

                ๙.ลัทธิอัศจรรย์อิงไสยศาสตร์ สอนว่าเมื่อเชื่อพระเจ้าแล้วจะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งเกินเลยจากคำสอนในพระวจนะของพระเจ้า เช่น การพูดภาษาแปลกๆ การรักษาโรค การหัวเราะ ร้องไห้ ล้ม ทำเสียงสัตว์ในพระวิญญาณ มีผงทองตกลงมาจากฟ้า มีน้ำมันไหลเยิ้มออกมาจากพระคัมภีร์ สามารถเดินทางไปสวรรค์และนรกได้ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ และสามารถติดต่อกับคนที่ตายไป หรือเป็นพยานเรื่องความรอดกับผีต่างๆและนำผีกลับใจเสียใหม่ได้ เป็นต้น

                ๑๐.ลัทธิตกขอบ : เช่น

                -ผู้นำมีอำนาจเด็ดขาด สมาชิกจะต้องเชื่อฟังผู้นำเท่านั้น (ผู้นำคริสตจักรมีอำนาจควบคุมชีวิตผู้เชื่อทุกคน) กลุ่มเน้นวันสิ้นโลก เช่น

                -ลัทธิฮาโรลด์ แคมปิ้ง วัย ๘๖ ปี พยากรณ์ว่าพระเยซูจะเสด็จมาในวันที่ ๒๑ พค. ๑๑ 

                -ลัทธิจิมโจนส์ ที่ฆ่าสาวกด้วยยาพิษเมื่อปี ๑๙๗๘ ที่ในป่าประเทศกายอานา

                -ลัทธิเดวิดเดียน เผาสาวกตายไป ๘๓ คนในปี ๑๙๙๓ ในรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา

                -ลัทธิโซล่าร์ เทมเปิ้ล ที่ยิงสาวกตายไป ๗๓ คนที่ประเทศคานาดา ในปี ๑๙๙๔ คนเหล่านี้เชื่อว่า พระเจ้าจะส่งดาวหางมารับพวกเขาไปสวรรค์

                -ลัทธิแอปเปิ้ล ไวท์ เรียกตัวเองว่า เฮฟเว่น เกต (ประตูสวรรค์) คนเหล่านี้ได้ฆ่าตัวตายหมู่ ๓๙ คน

                -ลัทธิมูน ผู้นำเป็นชาวเกาหลี แพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่น นักเรียนและนักศึกษา ในโครงการ “หนุ่มสาวก้าวสวย”

มูนบอกว่าตนเองเป็นพระเยซูคริสต์  ค้าอาวุธสงคราม ชอบมั่วเรื่องเพศ และจัดพิธีสมรสหมู่ครั้งละนับพันๆคู่ให้แก่สมาชิกของตน’

            -ลัทธิลูกของพระเจ้า เน้นความรักและการแบ่งปันทุกอย่างแก่กัน แม้กระทั่งเรื่องเพศ

                -ลัทธิพยานพระเยโฮวาห์ คนพวกนี้จะนับถือเฉพาะพระเยโฮวาห์(พระเจ้า)เท่านั้น และไม่ยอมรับว่าพระเยซูเป็นพระเจ้าที่เสด็จมาในโลกนี้ในฐานะพระบุตร พระผู้ช่วยให้รอด

                -ลัทธิเซเว่นเดย์ แอดเวนติสต์ ก่อตั้งโดยนางเอเลน ไวท์ สอนเน้นในเรื่องการบริโภคอาหารตามหลักคำสอนในพระคัมภีร์เดิม และนมัสการพระเจ้าในวันเสาร์เท่านั้น

                -ลัทธิโรมันคาทอลิก หรือคริสตัง ซึ่งยึดมั่นในพิธีกรรมทางศาสนา และกราบไหว้บูชาพวกแม่พระ นักบุญต่างๆ และถือว่าโป๊ป(สันตปาปา)เป็นตัวแทนของพระเยซูคริสต์ในโลกนี้ ตัวโป๊ปเองไม่เคยทำผิดใดๆทั้งสิ้น                                                                                                                     

 

 

 

 
001
002
003
004
005
007
008
009
010
011
News Plus Date
บารนาบัส
22 May 2013
บารนาบัส ลูกแห่งการหนุนน้ำใจ   ข้อพระคัมภีร์ : กจ. ๔.๓๖, ๙.๒๗, ๑๑.๑๙-๒๖, ๑๒.๒๕-๑๕.๔๑, ๑ คร. ๙.๖, กท. ๒ คำนำ                 ถ้าคุณได้เจอกับบารนาบัสที่สวรรค์ และมีโอกาสถามเขาว่า ในชีวิตคริสเตียนและการรับใช้พระเจ้า คุณมีโอกาสที่จะสร้างกี่คนให้เป็นผู้รับใช้ที่ยิ่งใหญ่ของโลก เราก็เชื่อว่าบารนาบัสจะตอบว่า อาจจะหลายคนอยู่...
ข้อเขียน ชวนคิด
มีเรื่องจริงเล่าว่า วันหนึ่งนักบินกับช่างเครื่องได้นำเครื่องบินออกทดสอบ ขณะที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากเพดานเหนือศีรษะ ซึ่งเต็มไปด้วยสายไฟ สันนิษฐานว่าน่าจะมีหนูแอบเข้ามาและกำลังกัดแทะสายไฟ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็นับว่าอันตรายมาก นักบินจึงบังคับเครื่องให้บินสูงขึ้นไป จนถึงระดับ ๒ หมื่นฟุต และเมื่อร่อนกลับลงมายังรันเวย์และเปิดดูบริเวณเหนือศีรษะ ก็พบว่ามีหนูสองตัวนอนตายอยู่ที่นั่น เนื่องจากมันทนต่อความกดอากาศไม่ไหว คิดอีกที : เมื่อเรามีปัญหาที่แก้ไม่ตก มีวิธีหนึ่งที่จะสามารถแก้ไขได้คือ “บินสูงขึ้นไป” นำภาระปัญหาเหล่านั้นเข้าไปเฝ้าพระเจ้า
PTT Oil Price
World Time Clock

 

 หนังสือ-วรรณกรรม

หนังสือ-วรรณกรรมเขียนโดยอ.ธวัช เย็นใจ

 

Tawat Yenjai