แล้วไงต่อ?
ธวัช เย็นใจ
มีเรื่องเล่าว่า นายพรานสองคนเข้าไปล่าสัตว์ในป่า
แต่ไม่รู้ด้วยเหตุอะไร ขณะที่กำลังซุ่มโป่งนายพรานคนหนึ่งก็ครางออกมาเบาๆ พร้อมกับเอามือกดที่หน้าอกของตนเอง จากนั้นก็ล้มลงไปนอนแผ่หลาบนพื้นแล้วแน่นิ่งไป
เพื่อนของเขารู้สึกตกใจมาก รีบเข้าไปประคอง และเห็นว่าคนป่วยหายใจรวยริน เขาจึงควักโทรศัพท์มือถือออกมากดหมายเลขฉุกเฉิน พร้อมกับละล่ำละลักว่า “ช่วยผมด้วยครับ เพื่อนของผม...เพื่อนของผมกำลังจะตาย..ช่วยผมหน่อย จะทำยังไงดี?”
“ใจเย็นๆค่ะ” เสียงปลายสายตอบมาอย่างราบเรียบ “ค่อยๆพูด เล่าอย่างช้าๆนะคะว่ามีอะไรเกิดขึ้น?”
“คือ คืออย่างนี้ครับ ผม..ผมจะเริ่มต้นที่ไหนดี?” นายพรานผู้แจ้งเหตุลนลาน “อ้อ เพื่อนของผม เรามาล่าสัตว์ด้วยกัน แต่อยู่ดีๆเขาก็ล้มลงไปกลางป่า...ช่วยผมด้วย ดูเหมือนว่าเขาหายใจแผ่วเบา”
“อยากแรกเลยนะคะ คุณต้องแน่ใจว่า เขาตายแล้วหรือยัง?” หน่วยฉุกเฉินแนะนำ
เสียงของผู้แจ้งเหตุเงียบหายไป แล้วก็มีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด “ปัง!”
จากนั้นก็มีเสียงของนายพรานถามมาตามสายว่า “แล้วไงต่อ?”
“???!!”
เรื่องนี้ทำให้คิดถึงเมื่อเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศไทย เมื่อเดือนตุลาคมต่อช่วยพฤศจิกายนที่ผ่านมา มวลน้ำขนาดใหญ่ไหลท่วมภาคกลาง และทะลักไปท่วมถึงกรุงเทพมหานคร ตอนแรกมีการตั้งศูนย์หน่วยช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอยู่ที่ดอนเมือง ซึ่งรับปากอย่างมั่นเหมาะว่า จะรับมืออยู่ น้ำจะไม่ท่วมชั้นในของเมืองหลวง
ประชาชนต่างพากันหวั่นวิตกกันมาก แต่วันหนึ่งน้ำก็พากันเดินขบวนเข้ามาถึงบริเวณปทุมธานีและรังสิต ศูนย์ช่วยเหลือฯจึงประกาศว่า “ขณะนี้น้ำกำลังจะท่วมปทุมธานีและรังสิตแล้ว ขอให้ประชาชนอย่าตกอกตกใจ ให้มีสติ อย่าแตกตื่น แต่ขอให้รีบเก็บข้าวของอพยพหนีน้ำตั้งแต่ชั่วโมงนี้เลย”
ตอนนี้น้ำท่วมกรุงเทพฯเรียบร้อยแล้ว
ประชาชนต่างพากันถามว่า “แล้วไงต่อ?”









