gototopgototop
Get Adobe Flash player
โครงคำเทศน์
แหล่งรวมบทความ
Trendy:
Global Thaisermons



E-BOOK โครงคำเทศน์

อ่านคำเทศนาผ่าน e-book

 
 
คลิ๊ค อ่าน E-BOOK เรื่อง ทีมเวิร์ค

   บริการเช่ารถตู้-จากสมาชิก

 

 

Delicious
ค้นหาบทความ-โครงเทศน์

www.thaisermons.com

สารานุกรมพระคัมภีร์

โฮซันนา ขอโปรดช่วยเถิด

ธวัช  เย็นใจ

 

            พวกเขาจึงจูงลูกลามาให้พระเยซู แล้วเอาเสื้อผ้าของตนปูลง

            บนหลังลา พระองค์จึงทรงลานั้น มีคนจำนวนมากเอา

            เสื้อผ้าของตนปูตามถนน และบางคนก็ตัดกิ่งไม้เขียวสดจาก

            ทุ่งนามาปู คนที่เดินไปข้างหน้ากับคนที่เดินตามมาข้างหลัง

            ก็โห่ร้องว่า

                        “โฮซันนา ขอให้ผู้เสด็จมาในพระนามขององค์พระ

            ผู้เป็นเจ้าทรงพระเจริญ ความเจริญรุ่งเรืองจงมีแก่แผ่นดินที่

            จะมาตั้งอยู่ ซึ่งเป็นของดาวิดบรรพบุรุษของเรา โฮซันนาในที่

            สูงสุด”  (มก. ๑๑.๗-๑๐)

             

          โฮซันนา (Hosanna) อ่านว่า Ho-zan-a ในภาษาฮีบรูคือ Hosa-na ในพระคัมภีร์เป็นคำทับศัพท์ที่มีความหมายว่า “ขอทรงโปรดช่วยให้รอดเดี๋ยวนี้เถิด” หรือ “ช่วยด้วย” (save now) แรกเริ่มเดิมทีนั้นเป็นการอธิษฐานในพระธรรมสดุด ๑๑๘.๒๕ บทเพลงแห่งชัยชนะ “ข้าแต่พระยาเวห์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้รอดเถิด ข้าแต่พระยาเวห์ ขอทรงประทานความสำเร็จให้แก่ข้าพระองค์เถิด”

                ในพระคัมภีร์ภาษาไทยใช้คำทับศัพท์ ซึ่งมาจากภาษาเดิมสองคำคือ “พระยาเวห์”(พระเจ้า) และคำ “ช่วยให้รอด”

ปรากฏเพียงครั้งเดียวในพระธรรมสดุดีดังที่กล่าวมาข้างต้น ชาวยิวจะร้องเพลงบทนี้ในเทศกาลเฉลิมฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่แห่งของกษัตริย์ของตน เป็นชัยชนะที่มาจากพระเจ้า ทุกคนที่ไปร่วมงานนี้จะถือทางตาลโบกไปมาแสดงถึงความชื่นชมยินดี ต้อนรับการเสด็จมาของพระราชา  (สดด. ๑๑๘.๒๕-๒๗)

                ข้อความนี้ใช้ร้องเป็นเพลงในเทศกาลตั้งทับอาศัย (เต็นท์) พวกปุโรหิจะร้องเพลงนี้ทุกๆวัน วันละหนึ่งครั้ง และในวันที่เจ็ดปุโรหิตจะเดินรอบแท่นบูชาเจ็ดครั้งพร้อมกับร้องเพลงไปด้วยว่า “ฮาเล” แล้วประชาชนจะต้องร้องรับตอบว่า “ลูยา”พร้อมกับโบกกิ่งไม้ใบปาล์มไปมา

                คนไทยเราเห็นภาพนี้เกิดขึ้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ ๘๐ พระพรรษา ประชาชนพากันไปคอยต้อนรับการเสด็จของพระองค์ท่าน ตามถนนหนทางจนถึงในพระราชวัง ผู้คนนับล้านโบกธงสีเหลือและธงชาติไทย แล้วโห่ร้องพร้อมกันด้วยเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหวว่า “ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ”

                เหตุการณ์คล้ายคลึงในพระคัมภีร์เดิมได้เกิดขึ้นอีกครั้งในพระคัมภีร์ใหม่ เมื่อพระเยซูได้เสด็จเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม ผู้คนจำนวนมากต่างถือทางตาลและใบไม้เขียวโบกไปมา และปูเสื้อผ้าของตนลงบนพื้น เพื่อให้พระองค์ผู้ทรงลาเหยียบลงไป เป็นการแสดงต้อนรับพระองค์ในฐานะกษัตริย์ฝ่ายจิตวิญญาณแห่งแผ่นดินสวรรค์ (มก. ๑๑.๗-๑๐)

                ในพระธรรมยอห์นได้เพิ่มรายละเอียดลงไป “พระเยซูเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างผู้พิชิต” พวกประชาชนต่างถือทางอินทผลัมและร้องตะโกนว่า “โฮซันนา ขอให้พระองค์ผู้เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า คือพระมหากษัตริย์แห่งอิสราเอลทรงพระเจริญ” (ยน. ๑๒.๑๒-๑๕) และอ้างข้อความจากคำพยากรณ์ในพระธรรมเศคาริยาห์ที่ว่า “ธิดาแห่งศิโยนเอ๋ย อย่ากลัวเลย จงดูกษัตริย์ของเธอเสด็จมาประทับบนลูกลา” (ศคย. ๙.๙)

                บทเรียนจากเรื่องนี้คือ

                ๑.พระเยซูทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่

                การเสด็จมาของพระเยซูคริสต์นั้นเป็นไปตามคำทำนายในพระคัมภีร์เดิมทุกประการ พระองค์ทรงเป็นทั้งพระมหากษัตริย์แห่งแผ่นดินโลกและสวรรค์ แม้ว่าพระองค์มีพระชนม์อยู่ในโลกนี้เพียง ๓๐ ปี แล้วเสด็จสู่สวรรค์แต่ในอนาคตพระองค์จะกลับมาอีกและรับเราทุกคนไปอยู่กับพระองค์ที่นั่นอย่างมีความสุขนิรันดร

                ๒.พระเยซูทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอด

                คำว่า “เยซู” (Jesus)ในภาษาฮีบรูมีความหมายว่า “ช่วยให้รอด” (Jehoshua) หรือพระมาซีฮาห์ (Mashiah) ในภาษากรีกคือ “ผู้ที่ได้การเจิมตั้งไว้เป็นกษัตริย์” (Christos) ดังนั้น พระเยซูจึงอยู่ในฐานะของพระผู้ช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากความผิดบาป (ยน. ๓.๑๖) และเป็นกษัตริย์แห่งแผ่นดินสวรรค์ที่เสด็จมาครอบครองจิตวิญญาณของมนุษย์

                ๓.ท่าทีของคริสเตียน

                เมื่อทราบความจริงเช่นนี้แล้ว  ประการแรก เราคริสเตียนซึ่งเป็นผู้เชื่อและวางใจ ควรจะท่าทีเหมือนกับชาวกรุงเยรูซาเล็มคือ อ่อนน้อมถ่อมใจลงยอมรับการเสด็จมาของพระองค์ ด้วยวางจิตใจและจิตวิญญาณลง เป็นหนทางให้พระองค์เสด็จผ่านไป ประการที่สอง ยกย่องสรรเสริญพระเยซู ด้วยนมัสการ ด้วยเสียงเพลงและคำอธิษฐาน ประการที่สาม

มีใจชื่นชมยินดีในพระองค์ตลอดเวลา “จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า จงชื่นชมยินดีเถิด” (ฟป. ๔.๔)

                โฮซันนา!.

 

 
001
002
003
004
005
007
008
009
010
011
News Plus Date
วิธีแก้ไขปัญหา สคท. บทเรียนจากสภาองค์การอุตสาหกรรม
25 May 2013
วิธีแก้ไขปัญหา สคท. บทเรียนจากสภาองค์การอุตสาหกรรม ธวัช เย็นใจ   ระยะนี้ผมห่างหายจากการเขียนเกี่ยวกับ สคท. ไปนาน พอสมควร บอกตรงๆครับว่า “จนปัญญา” แล้ว ไม่รู้จะพูด อย่างไรต่อไป แต่พระวจนะของพระเจ้าก็มาถึงหลายครั้งว่า อย่าเพิ่งท้อใจและอย่าเพิ่งสิ้นหวัง เพราะพระองค์ยังทรง ทำกิจอยู่ตลอดเวลา จงอธิษฐานต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ...
ข้อเขียน ชวนคิด
มีเรื่องจริงเล่าว่า วันหนึ่งนักบินกับช่างเครื่องได้นำเครื่องบินออกทดสอบ ขณะที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากเพดานเหนือศีรษะ ซึ่งเต็มไปด้วยสายไฟ สันนิษฐานว่าน่าจะมีหนูแอบเข้ามาและกำลังกัดแทะสายไฟ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็นับว่าอันตรายมาก นักบินจึงบังคับเครื่องให้บินสูงขึ้นไป จนถึงระดับ ๒ หมื่นฟุต และเมื่อร่อนกลับลงมายังรันเวย์และเปิดดูบริเวณเหนือศีรษะ ก็พบว่ามีหนูสองตัวนอนตายอยู่ที่นั่น เนื่องจากมันทนต่อความกดอากาศไม่ไหว คิดอีกที : เมื่อเรามีปัญหาที่แก้ไม่ตก มีวิธีหนึ่งที่จะสามารถแก้ไขได้คือ “บินสูงขึ้นไป” นำภาระปัญหาเหล่านั้นเข้าไปเฝ้าพระเจ้า
PTT Oil Price
World Time Clock

 

 หนังสือ-วรรณกรรม

หนังสือ-วรรณกรรมเขียนโดยอ.ธวัช เย็นใจ

 

Tawat Yenjai