สารานุกรมพระคัมภีร์
โฮซันนา ขอโปรดช่วยเถิด
ธวัช เย็นใจ
พวกเขาจึงจูงลูกลามาให้พระเยซู แล้วเอาเสื้อผ้าของตนปูลง
บนหลังลา พระองค์จึงทรงลานั้น มีคนจำนวนมากเอา
เสื้อผ้าของตนปูตามถนน และบางคนก็ตัดกิ่งไม้เขียวสดจาก
ทุ่งนามาปู คนที่เดินไปข้างหน้ากับคนที่เดินตามมาข้างหลัง
ก็โห่ร้องว่า
“โฮซันนา ขอให้ผู้เสด็จมาในพระนามขององค์พระ
ผู้เป็นเจ้าทรงพระเจริญ ความเจริญรุ่งเรืองจงมีแก่แผ่นดินที่
จะมาตั้งอยู่ ซึ่งเป็นของดาวิดบรรพบุรุษของเรา โฮซันนาในที่
สูงสุด” (มก. ๑๑.๗-๑๐)
โฮซันนา (Hosanna) อ่านว่า Ho-zan-a ในภาษาฮีบรูคือ Hosa-na ในพระคัมภีร์เป็นคำทับศัพท์ที่มีความหมายว่า “ขอทรงโปรดช่วยให้รอดเดี๋ยวนี้เถิด” หรือ “ช่วยด้วย” (save now) แรกเริ่มเดิมทีนั้นเป็นการอธิษฐานในพระธรรมสดุด ๑๑๘.๒๕ บทเพลงแห่งชัยชนะ “ข้าแต่พระยาเวห์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ทั้งหลายให้รอดเถิด ข้าแต่พระยาเวห์ ขอทรงประทานความสำเร็จให้แก่ข้าพระองค์เถิด”
ในพระคัมภีร์ภาษาไทยใช้คำทับศัพท์ ซึ่งมาจากภาษาเดิมสองคำคือ “พระยาเวห์”(พระเจ้า) และคำ “ช่วยให้รอด”
ปรากฏเพียงครั้งเดียวในพระธรรมสดุดีดังที่กล่าวมาข้างต้น ชาวยิวจะร้องเพลงบทนี้ในเทศกาลเฉลิมฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่แห่งของกษัตริย์ของตน เป็นชัยชนะที่มาจากพระเจ้า ทุกคนที่ไปร่วมงานนี้จะถือทางตาลโบกไปมาแสดงถึงความชื่นชมยินดี ต้อนรับการเสด็จมาของพระราชา (สดด. ๑๑๘.๒๕-๒๗)
ข้อความนี้ใช้ร้องเป็นเพลงในเทศกาลตั้งทับอาศัย (เต็นท์) พวกปุโรหิจะร้องเพลงนี้ทุกๆวัน วันละหนึ่งครั้ง และในวันที่เจ็ดปุโรหิตจะเดินรอบแท่นบูชาเจ็ดครั้งพร้อมกับร้องเพลงไปด้วยว่า “ฮาเล” แล้วประชาชนจะต้องร้องรับตอบว่า “ลูยา”พร้อมกับโบกกิ่งไม้ใบปาล์มไปมา
คนไทยเราเห็นภาพนี้เกิดขึ้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ ๘๐ พระพรรษา ประชาชนพากันไปคอยต้อนรับการเสด็จของพระองค์ท่าน ตามถนนหนทางจนถึงในพระราชวัง ผู้คนนับล้านโบกธงสีเหลือและธงชาติไทย แล้วโห่ร้องพร้อมกันด้วยเสียงอันดังสนั่นหวั่นไหวว่า “ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ”
เหตุการณ์คล้ายคลึงในพระคัมภีร์เดิมได้เกิดขึ้นอีกครั้งในพระคัมภีร์ใหม่ เมื่อพระเยซูได้เสด็จเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม ผู้คนจำนวนมากต่างถือทางตาลและใบไม้เขียวโบกไปมา และปูเสื้อผ้าของตนลงบนพื้น เพื่อให้พระองค์ผู้ทรงลาเหยียบลงไป เป็นการแสดงต้อนรับพระองค์ในฐานะกษัตริย์ฝ่ายจิตวิญญาณแห่งแผ่นดินสวรรค์ (มก. ๑๑.๗-๑๐)
ในพระธรรมยอห์นได้เพิ่มรายละเอียดลงไป “พระเยซูเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็มอย่างผู้พิชิต” พวกประชาชนต่างถือทางอินทผลัมและร้องตะโกนว่า “โฮซันนา ขอให้พระองค์ผู้เสด็จมาในพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้า คือพระมหากษัตริย์แห่งอิสราเอลทรงพระเจริญ” (ยน. ๑๒.๑๒-๑๕) และอ้างข้อความจากคำพยากรณ์ในพระธรรมเศคาริยาห์ที่ว่า “ธิดาแห่งศิโยนเอ๋ย อย่ากลัวเลย จงดูกษัตริย์ของเธอเสด็จมาประทับบนลูกลา” (ศคย. ๙.๙)
บทเรียนจากเรื่องนี้คือ
๑.พระเยซูทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่
การเสด็จมาของพระเยซูคริสต์นั้นเป็นไปตามคำทำนายในพระคัมภีร์เดิมทุกประการ พระองค์ทรงเป็นทั้งพระมหากษัตริย์แห่งแผ่นดินโลกและสวรรค์ แม้ว่าพระองค์มีพระชนม์อยู่ในโลกนี้เพียง ๓๐ ปี แล้วเสด็จสู่สวรรค์แต่ในอนาคตพระองค์จะกลับมาอีกและรับเราทุกคนไปอยู่กับพระองค์ที่นั่นอย่างมีความสุขนิรันดร
๒.พระเยซูทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอด
คำว่า “เยซู” (Jesus)ในภาษาฮีบรูมีความหมายว่า “ช่วยให้รอด” (Jehoshua) หรือพระมาซีฮาห์ (Mashiah) ในภาษากรีกคือ “ผู้ที่ได้การเจิมตั้งไว้เป็นกษัตริย์” (Christos) ดังนั้น พระเยซูจึงอยู่ในฐานะของพระผู้ช่วยมนุษย์ให้รอดพ้นจากความผิดบาป (ยน. ๓.๑๖) และเป็นกษัตริย์แห่งแผ่นดินสวรรค์ที่เสด็จมาครอบครองจิตวิญญาณของมนุษย์
๓.ท่าทีของคริสเตียน
เมื่อทราบความจริงเช่นนี้แล้ว ประการแรก เราคริสเตียนซึ่งเป็นผู้เชื่อและวางใจ ควรจะท่าทีเหมือนกับชาวกรุงเยรูซาเล็มคือ อ่อนน้อมถ่อมใจลงยอมรับการเสด็จมาของพระองค์ ด้วยวางจิตใจและจิตวิญญาณลง เป็นหนทางให้พระองค์เสด็จผ่านไป ประการที่สอง ยกย่องสรรเสริญพระเยซู ด้วยนมัสการ ด้วยเสียงเพลงและคำอธิษฐาน ประการที่สาม
มีใจชื่นชมยินดีในพระองค์ตลอดเวลา “จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า จงชื่นชมยินดีเถิด” (ฟป. ๔.๔)
โฮซันนา!.









