ขอตายตามสุนัข
ขอตายตามสุนัข
ธวัช เย็นใจ
เคยได้ยินข่าวว่าสุนัขบางตัวมันรักเจ้าของมาก
เมื่อเวลาเจ้าของทิ้งไปมันจะตรอมใจและกลายเป็น
สุนัขซึมเศร้าเหงาทรวง และเปลี่ยนเป็นสุนัขมีปัญหา
เคยได้ยินมาอีกว่า สุนัขบางตัวเมื่อเจ้าของเสียชีวิตลง
มันจะไปยืนเฝ้า นั่งเฝ้าและนอนเฝ้าที่หลุมฝังศพ
ไม่ยอมกินอะไร จนกระทั่งมันตายตามเจ้าของไป!
แต่รายนี้มาแปลกกว่า จากข่าวต่างประเทศ[1] ชิ้นเล็กๆ มีหญิงสาวอายุ ๒๕ ปีคนหนึ่ง ข่าวระบุเพียงแต่ชื่อว่า “คิม” เธอก่อเหตุฆ่าตัวตายหลังจากที่สุนัขตัวโปรดของเธอตายลง โดยเพื่อนร่วมงานพบศพของหญิงสาวนอนกอดร่างของสุนัขที่ตายแล้วภายในบ้านพักที่เมืองปูซาน ตอนใต้ของประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ที่ผ่านมา
พร้อมกับมีจดหมายลาตายที่เธอขอให้เพื่อนๆฝังศพของตนไว้กับสุนัข หญิงสาวคนนี้ฆ่าตัวตายโดยวิธีเผาถ่านรมควันตนเองภายในห้องน้ำ และปิดเทปกาวตามช่องหน้าต่างและประตูเอาไว้หมด สาเหตุของการตายคือ สูดดมก๊าสคาร์บอน มอนอกไซด์เป็นพิษเข้าไป ข่าวระบุว่า คิมอาจเสียใจที่สุนัขที่เลี้ยงไว้นานถึง ๔ ปี ตายลง จึงฆ่าตัวตายดังกล่าว (เอเอฟพี)
อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกประทับใจมากๆเลย!
ทำให้คิดถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ครั้งเมื่อพระองค์ทรงสร้างโลกและจักรวาล รวมถึงมนุษย์คู่แรกเสร็จแล้ว ก็ทรงให้เขาทั้งสองอยู่ในสวนเอเดนอันสวยงาม แต่อาดัมกับเอวาก็ไม่พึงพอใจในสิ่งที่พระเจ้าประทานให้แก่เขา จึงตกเป็นเหยื่อของมารซาตานในคราบของงูที่เข้ามาล่อลวงจนหลงทาง
มนุษย์เราทุกคนปัจจุบันนี้เป็นลูกหลานของอาดัมกับเอวา ก็เลยต้องพระพระโรธด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “เพราะว่าทุกคนทำบาปและเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า” (รม.๓.๒๓) และ “ค่าจ้างของความบาปคือความตาย แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดรในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” (รม. ๖.๒๓)
ขอบพระคุณพระเจ้าที่มิได้ปล่อยให้มนุษย์จมอยู่ในความผิดบาป
ไม่ยอมให้ดำเนินชีวิตไปตามยถากรรม (ตามเวรตามกรรม)
จนจิตวิญญาณพินาศในบึงไฟนรก
คนไทยมีคำพูดว่า “ตายเหมือนหมาข้างถนน” อยากจะเปรียบเทียบว่ามนุษย์ที่ทำผิดบาปนั้นก็เหมือนกับสุนัข
เมื่อพูดอย่างก็อาจจะมีบางคนบอกว่า เป็นการพูดอย่างดูถูกกันมากเกินไป เหมือนที่คนยิวมักจะเปรียบเทียบคนต่างชาติเป็นเหมือนสุนัข และในวาระสุดท้ายก็จะกลายเป็นท่อนฟืนสำหรับเผาในบึงไฟนรก
คุณคิมเธอรักและเห็นคุณค่าของสุนัขที่เธอเลี้ยงไว้ เมื่อมันจากไปเธอก็ทรงแสดงความรักและอาลัยโดยการฆ่าตัวตายตามไปด้วย บางคนอาจจะคิดว่านี่เป็นเรื่องงี่เง่าและไม่คุ้มค่าเสียจริงๆ เพราะมันก็แค่หมาตัวหนึ่งเท่านั้น มันจะมาเทียบได้อะไรกับชีวิตของคน แต่ลองคิดในแง่มุมของพระเจ้าบ้าง ก็คงไม่ต่างกันมากนัก มนุษย์คนหนึ่งมีค่าอะไรสำหรับพระองค์ มันก็แค่คนบาปคนหนึ่งเท่านั้นเอง แต่พระองค์ก็ทรงยอมเสียสละชีวิตของพระบุตร(คือพระเยซูคริสต์)ให้ลงมาในโลกนี้ รับสภาพของเลือดเนื้อแบบมนุษย์ธรรมดาสามัญ และยิ่งกว่านั้นทรงยอมทนทุกข์ทรมาน ถูกประจานอย่างอับอายขายหน้า และถูกตรึงจนตายบนไม้กางเขน
พระคัมภีร์บอกอย่างชัดเจนว่า ขณะที่เราขาดกำลังพระคริสต์ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา ขณะที่เราเป็นคนบาป พระคริสต์ได้ทรงยอมตายเพื่อเรา และในขณะที่เราเป็นศัตรูกับพระเจ้า พระองค์ก็ทรงให้เรากลับคืนดี
ดูเรื่องนี้แล้วไม่สมกับราคาใช่ไหม?
แต่สำหรับพระเจ้าแล้ว นี่เป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด
การตายของพระเยซูคริสต์นั้น ทำให้คุณกับผมพ้นจากบึงไฟนรกและมาถึงความรอดนิรันดรในสวรรค์.
[1] “ข่าวสั้นต่างประเทศ” หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕








