๑๑ วัยของมนุษย์
ธวัช เย็นใจ
คนจีนเค้ามีการนับวัยของมนุษย์ไว้อย่างน่าสนใจ
๐ ขวบ เป็นวัยออกโรง
๑๐ ขวบ วันเจริญเติบโต
๒๐ ปี วัยวุ่นวายรัก
๓๐ ปี วัยตั้งตัวได้
๔๐ ปี วัยชิงชัย และบุกเบิก
๕๐ ปี วัยตั้งรากฐานมั่นคง
๖๐ ปี วัยเกษียณ
๗๐ ปี วัยงานการกุศล
๘๐ ปี วัยรับแดดอุ่น
๙๐ ปี วัยนอนเตียง
๑๐๐ ปี วัยแขวนผนัง
อธิบายเพิ่มเติมนิดหนึ่ง วัยออกโรงหมายถึงวัยแรกเกิด เค้าพูดไว้อย่างน่าคิด “คนเราตอนที่ลืมตาดูโลกก็ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร (แต่คนรอบข้างกลับชื่นชมยินดี) เพราะคนเกิดเองรู้ว่าจะตนต้องเผชิญกับปัญหาและความทุกข์ยากลำบากในโลกนี้อีกยาวนาน แต่เมื่อถึงตอนเสียชีวิต ตัวผู้ตายเขาเองกลับเงียบกริบ (เพราะรู้ตัวว่าพ้นทุกข์พ้นโศกและสุขสบายแล้ว) แต่คนรอบข้างกลับร่ำไห้อาลัยอาวรณ์...แปลก!
สามวัยสุดท้ายคือ “วัยรับแดดอุ่น” เพราะประเทศจีนอยู่ในเขตอากาศค่อนข้างหนาวเย็น ตอนเช้าคนแก่ๆจะออกมานั่งรับแสงแดดอยู่ที่หน้าบ้าน เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น “วัยนอนเตียง” คือความเจ็บไข้ได้ป่วยมาเยือน ต้องเข้าๆออกๆโรงพยาบาลเป็นประจำ นอนแซ่วอยู่บนเตียงเกือบตลอดเวลา และวัยสุดท้ายคือ “แขวนผนัง” หมายถึงต้องจากโลกนี้ไป
พวกลูกหลานเอารูปผู้ตายแขวนไว้ที่ผนัง หรือตั้งไว้บนหิ้งเพื่อเคารพบูชา ตามธรรมเนียมที่บรรพบุรุษเคยทำกันมา
พระคัมภีร์กล่าวถึงการที่มนุษย์คนหนึ่งคนใดเกิดมาในโลกนี้ มิใช่เป็นเหตุบังเอิญหรือเพราะเหตุการณ์ต้องสืบพันธุ์เท่านั้น แต่เป็นมาจากเบื้องบน “นี่แน่ะ บุตรทั้งหลายเป็นมรดกจากพระเจ้า(ยาห์เวห์) ผลิตผลของครรภ์เป็นรางวัล” และการที่มีลูกดกทวีมากขึ้น ก็เป็นผลมาจากครอบครัวนั้นมีความยำเกรงพระเจ้า (สดด. ๑๒๗.๓, ๑๒๘.๑-๓)
ดังนั้น เมื่อมนุษย์คนใดคนหนึ่งเกิดมาในโลกนี้แล้ว เขาควรจะมีความภาคภูมิใจด้วยการขอบพระคุณและสรร
เสริญพระเจ้า ทำหน้าที่การงานของตนให้ดีที่สุดเท่าที่จะมากได้ ทุ่มเทและเอาจริงเอาจังเพราะว่าเราเกิดมาในโลกนี้เพียงครั้งเดียว (ฮบ.๙.๒๗) “มือของเจ้ากับการงานอะไร ก็จงทำการนั้นด้วยเต็มกำลัง เพราะในแดนคนตายที่เจ้าจะไปนั้น ไม่มีการงานหรือความคิด หรือความรู้ หรือสติปัญญา” (ปญจ. ๙.๑๐)
สำหรับคริสเตียนแล้ว งานหลักของเราทุกคนคือการปรนนิบัติรับใช้พระเจ้า ตามตะลันด์ ของประทานและตามความสามารถของตนเอง (ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเทศน์ ศิษยาภิบาลและอาจารย์สอนพระคัมภีร์เสมอไป) พระคัมภีร์บอกว่า “งานปรนนิบัติรับใช้ที่เขารับทำในองค์พระผู้เป็นเจ้านั้น จงตั้งใจทำให้สำเร็จ” (คส. ๔.๑๗) เมื่อเป็นดังนั้นแล้ว ในวาระสุดท้ายของชีวิต เมื่อความตายเยือนเข้ามาใกล้ เราจะสามารถกล่าวเหมือนดังเปาโลว่า “ข้าพเจ้าได้ต่อสู้อย่างเต็มกำลัง ได้วิ่งแข่งขัน(ฝ่ายจิตวิญญาณ) จนครบถ้วน และได้รักษาความรักษาความเชื่อไว้แล้ว ตั้งแต่นี้ไปมงกุฎแห่งความชอบธรรมจะเป็นของข้าพเจ้า” (๒ ทธ. ๔.๖-๗)
มีพระวจนะของพระเจ้าหลายตอนที่กล่าวถึง “วัย” ของมนุษย์ไว้อย่างน่าสนใจยิ่ง
ในภาษาฮีบรูเมื่อพูดถึง “ผู้สูงอายุ” จะใช้คำว่า “วันทั้งหลาย” เมื่อพูดถึง “ผู้อาวุโส” จะใช้คำว่า “ปีมากมาย” เนื่องจากว่าคนที่มีอายุมากย่อมมีวัยวุฒิและคุณวุฒิ เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิตมาก ดังนั้น จึงเป็นผู้สอนที่ดี ดังเอลีฮูผู้อ่อนวัยได้กล่าว “ข้าพเจ้าเป็นผู้เยาว์ ส่วนพวกท่านเป็นผู้อาวุโส เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงวิตกและกลัวที่จะแสดงความคิดเห็นแก่ท่าน ข้าพเจ้าว่า ขอให้ผู้สูงอายุพูดเถิด และให้ผู้อาวุโสสอนปัญญาเถิด” (โยบ. ๓๒.๖-๗)
ปัญญาจารย์ได้แนะนำเยาวชนให้มีความเฉลียวฉลาด “โอ เยาวชน จงเปรมปรีดิ์ในวัยหนุ่มสาวของเจ้า จงดำเนินชีวิตตามที่เจ้าเห็นสมควร และจงรู้เถิดว่า พระเจ้าจะทรงนำทุกอย่างเข้าสู่การพิพากษา” (ปญจ. ๑๑.๙) และบอกถึงวิถีทางที่ดีที่สุดว่า “จงระลึกถึงพระผู้เนรมิตสร้าง เมื่อเจ้ายังหนุ่มยังสาว ก่อนที่วันอันเลวร้ายจะมาถึง” (ปญจ. ๑๒.๑) วันอันเลวร้ายในที่นี้หมายถึงช่วงเวลาแห่งความแก่เฒ่ามาเยือน
ผู้เขียนสดุดีกล่าวถึงวัยรุ่นว่าเป็นวัยที่แข็งแกร่งดัง “นกอินทรี” (สดด. ๑๐๓.๕) คนทางภาคเหนือเปรียบเทียบว่าเป็นวัย “ยะก๋านเหมือนฟ้าผ่า” (ทำงานอย่างมุทะลุดุดัน) พร้อมกับบอกให้คนของพระเจ้าตระหนักถึงวันเวลาที่มันผันผ่านไปอย่างรวดเร็ว และไม่มีวันหวนกลับมาอีก “เพราะวัยหนุ่มสาวและวัยฉกรรจ์นั้นเป็นอนิจจัง” (ปญจ. ๑๑.๑๐)
เมื่อถึงวัยสุดท้ายก็ยังมั่นคงความเชื่อในพระเจ้า “เมื่อถึงวัยชรา ขออย่าทรงเหวี่ยงข้าพระองค์ทิ้งเสีย ขออย่าทอดทิ้งข้าพระองค์ เมื่อข้าพระองค์หมดแรง” ท่านผู้เขียนได้ย้ำกับพระเจ้าอีกครั้งว่า “เมื่อข้าพระองค์ถึงวัยชรา และมีผมหงอกก็ตาม ข้าแต่พระเจ้า ขออย่าทอดทิ้งข้าพระองค์” (สดด. ๗๑.๙, ๑๘)
เราชอบเพลงชีวิตคริสเตียนที่ชื่อว่า Work, for the Night Is Coming แปลเป็นไทย “เร่งทำงานเพราะจวนค่ำคืน” มีความหมายสองอย่างคือ ๑) ให้คริสเตียนรีบเร่งในการทำงานรับใช้พระเจ้า ขณะที่ตนเองยังมีกำลังและเรี่ยวแรงอยู่ ๒) รีบประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์และนำคนมาถึงความรอดและชีวิตนิรันดร์ เพราะว่าพระองค์จวนจะเสด็จกลับมาแล้ว
คนไทยมักจะพูดว่า “อายุเป็นเพียงตัวเลข” และ “ปัญหามีไว้แก้ มิใช่มีไว้กลุ้ม”
คำพูดนี้เสริมสร้างกำลังใจอย่างมากทีเดียว
ท่านที่รัก ไม่ว่าเราจะอยู่ในวัยใดก็ตาม
พระเจ้ายังเห็นว่าชีวิตของเรายังมีประโยชน์อยู่แน่นอน.









