คริสเตียโน โรนัลโด
ระเบิดขึ้นแล้วอย่างร้อนแรงยิ่ง EURO2012
จะเป็นรองก็แค่ฟุตบอลโลก “เวิร์ลดคัพ” เท่านั้น
วันที่ ๘ มิย.จนถึง ๑ กค. โดยมีโปแลนด์และอูเครน
เป็นเจ้าภาพร่วม ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
สำหรับปีนี้กลุ่มเอมีกรีซ โปแลนด์ รัสเซียและเชค
กลุ่มบีมีฮอลแลนด์ เยอรมันนี โปรตุเกส และเดนมาร์ก
กลุ่มซีมีสเปน อิตาลี ไอร์แลนด์และโครเอเชีย ส่วน
กลุ่มดีมีอังกฤษ ฝรั่งเศส สวีเดน และอูเครน
ต้องคอยลุ้นระทึกกันล่ะครับว่า ใครจะได้เป็นแชมป์!
อยากจะพูดถึงดาวดังคนหนึ่ง ที่แฟนๆรู้จักดี เขาคือคริสเตียโน โรนัลโด (Cristiano Ronaldo) นักฟุตบอลชาวโปรตุเกส ปัจจุบันสังกัดสโมสรเรอัลมาดริด สวมเสื้อหมายเลข ๗ สาเหตุที่มีชื่อนี้ก็เพราะตอนที่เขาเกิดมานั้น คุณพ่อของเขานิยมชมชอบประธานาธิบดีโรนัล เรแกนแห่งสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างมากนั่นเอง
โรนัลโดเริ่มฟุตบอลอย่างจริงจังเมื่ออายุได้เพียง ๖ ขวบเท่านั้น โดยสังกัดในทีม Andorinha จากนั้นก็ย้ายไปอยู่กับทีม Nacional ซึ่งพ่อของเขาเป็นผู้จัดการทีมอยู่ จากนั้นก็ย้ายไปเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลสปอร์ติงลิสบอน ตอนนั้นโรนัลโดมีอายุได้ ๑๗ ปีแล้ว ด้วยการโชว์ฝีเท้าอย่างยอดเยี่ยม การหลบหลีกคู่ต่อสู้ การแย่งชิงบอล การยิงจากระยะไกลและการเข้าทำประตูอย่างแม่นยำ
โรนัลโดมีทักษะในการครองบอลและมีความคล่องตัวสูงมาก
นี่เป็นเหตุทำให้เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ดึงตัวมาเล่นกับแมนยูในราคา ๑๒.๕ ล้านปอนด์ ปรากฏว่าโรนัลโดโชว์ความสามารถในการเล่น ๓๙ นัด สามารถพังประตูฝ่ายตรงข้ามได้ถึง ๘ ประตู และได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีไปครอง ต่อมาเขาก็ได้รับรางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ FIFPro ในเวลาต่อๆมาเขาก็ได้รับอีกหลายรางวัล เช่น ผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยม, ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำปี เป็นต้น
ในปี ๒๐๐๙ สโมสรเรอัลมาดริดได้ขอซื้อตัวโรนัลโดในราคา ๘๐ ล้านปอนด์
นับว่าเป็นค่าตัวแพงที่สุดในโลก!!
ตอนแรกเขาลงเล่นโดยสวมเสื้อเบอร์ ๙ และทำผลงานได้อย่างสุดยอด คือใน ๓๕ นัด สามารถทำประตูได้ถึง ๓๓ ประตู ครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดของลาลีก้า พอเข้าสู่ฤดูกาลที่สอง โรนัลโดได้เปลี่ยนเสื้อมาเป็นเบอร์ ๗ เขาเคยทำได้ถึง ๔ ประตูในนัดที่เจอกับราซิงเดซานตันเดร์ และในนัดที่เรอัลมาดริดเปิดบ้านพบกับแอทเลติกบิลมาโอ โรนัลโดยิงได้ถึง ๕ ประตูในเวลาไม่ถึง ๖ นาที
ด้วยชื่อเสียงที่โด่งดังของโรนัลโด ประกอบกับเป็นคนมีรูปร่างหน้าตาดี ทำให้มี “งานเข้า” ตั้งแต่เป็นฟรีเซนเตอร์ให้กับวีดิโอเกมส์ต่างๆ โทรศัพท์มือถือ ถ่ายภาพลงปกนิตยสารโวกของอเมริกา เป็นฟรีเซนเตอร์ให้กับรองเท้าไนกี้ ในรุ่นที่เบาและทำให้วิ่งได้เร็วขึ้น
เรียกว่าไม่มีอะไรที่จะหยุดเขาได้อีกแล้ว
เมื่อไม่นานมานี้ โรนัลโดได้ให้สัมภาษณ์แก่นักข่าวว่า
“มีอยู่สองสิ่งที่จะหยุดผมได้ คือ หนึ่งทำให้ผมป่วย และสองตัดขาของผมทิ้งเสีย”
พระคัมภีร์ได้กล่าวถึงการแข่งขันกีฬาไว้อย่างน่าสนใจ
ประการแรก ไขว้คว้าเอารางวัลมาครอบครองให้ได้
“นักกีฬาย่อมได้รับมงกุฎ(รางวัล)แห่งชัยชนะ หากไม่แข่งขันตามกติกา” (๒ ทธ. ๒.๕) นักฟุตบอลที่ชอบทำฟาลว์ เสียบจากข้างหลัง เล่นคนแทนที่จะเล่นบอล เล่นลูกล้ำหน้า ตอนแรกๆก็ได้แค่ใบเหลือง หากไม่หยุดพฤติกรรมเห่ยๆก็จะถูกกรรมการชูใบแดงและไล่ออกนอกสนาม
ในด้านชีวิตจิตวิญญาณก็เช่นเดียว พระเจ้าทรงวางกฎ ระเบียบ กติกาและมารยาทในการดำเนินชีวิตให้แก่เรา
คริสเตียนทุกคน เพื่อดำเนินตามพระวจนะของพระองค์ เมื่อใดก็ตามที่เราใจร้อนหรือเกเร พระวิญญาณบริสุทธิ์ก็จะเป่านกหวีดให้หยุดและตักเตือนเราด้วยความรัก
ประการที่สอง ดึงไม่หยุด ฉุดไม่อยู่
ในการติดตามพระเจ้านั้น ไม่มีอะไรที่จะมาหยุดยั้งความตั้งใจของเรา ไม่ว่าจะเป็นโลกนี้ มารซาตาน เนื้อหนัง ผู้คนหรือสิ่งที่อยู่รอบข้าง เหมือนดังที่เปาโลกล่าวว่า “ข้าพเจ้ารุดหน้าไปเพื่อฉวยเอาสิ่งที่พระเยซูคริสต์ทรงตั้งไว้สำหรับข้าพเจ้า เมื่อทรงฉวยเอาข้าพเจ้ามาเป็นของพระองค์” ท่านบอกอีกว่า “ข้าพเจ้าทำอย่างหนึ่ง คือลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมา และโน้มตัวไปหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ข้าพเจ้ารุดหน้าไปสู่หลักชัย เพื่อคว้ารางวัล ซึ่งพระเจ้าได้ทรงเรียกข้าพเจ้าจากสวรรค์ผ่านทางพระเยซูคริสต์ให้ไปรับ” (ฟป. ๓.๑๒-๑๔)[1]
ตั้งแต่ปี ๒๐๐๒ เป็นต้นมา คริสเตียโน โรนัลโดได้รับรางวัลยอดเยี่ยมถึง ๙ รางวัลด้วยกัน อาทิ นักกีฬาดาวรุ่งยอดเยี่ยม ผู้เล่นยอดเยี่ยม, รางวัลทองเท้าทองคำ
แต่สำหรับผู้เชื่อในพระยซูคริสต์มีรางวัลที่ยิ่งใหญ่กว่านี้มากนัก!
ประการสุดท้าย มีเป้าหมายอยู่ที่ชัยชนะเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
พระคัมภีร์กล่าวชัยชนะของคริสเตียนว่า “แต่ขอบพระคุณพระเจ้า พระองค์ประทานชัยชนะแก่เราโดยทางพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา” (๑ คร. ๑๕.๕๗)[2] อัครสาวกยอห์นยืนยันในทำนองเดียวกันว่า “เพราะทุกคนที่เกิดจากพระเจ้า ย่อมชนะโลก และความเชื่อของเรานี่แหละคือชัยชนะที่พิชิตโลก ใครเล่าชนะโลก ก็มีแต่ผู้ที่เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้าเท่านั้น” (๑ ยน. ๕.๔-๕)
ตอนต่อไปจะกล่าวถึง EURO 2012 ในแง่มุมอื่นบ้าง
โปรดติดตามนะครับ.
[1] ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย
[2] ฉบับอมตธรรมร่วมสมัย









