PUSH แปลว่า “ผลัก”
งานของท่านจะไม่ไร้ประโยชน์!

มีเรื่องเล่าว่า ชายคนหนึ่งมีปัญหาคับข้องใจจึงไปหาจิตแพทย์
“คุณหมอครับ ผมเป็นอะไรไม่ทราบ เพราะทุกคืนผมจะฝันว่า
ไปยืนอยู่ที่หน้าประตูแห่งหนึ่ง และพยายามดึงเพื่อเปิดประตู
นั้น แต่ดึงเท่าไหร่ประตูก็ไม่ยอมเปิด จนผมรู้สึกเหนื่อย”
จิตแพทย์เอามือลูบคางก่อนจะค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้จิตสำนึก
ของคนไข้รายนี้ แล้วจึงถามว่า “แล้วคุณทำอย่างไรล่ะครับ?”
“ผมก็พยายามดึงต่อไป” คนไข้ตอบ “แต่ผมสังเกตเห็นตัว
หนังสือที่เขียนติดไว้ที่ประตูว่าผลัก”
???!!
พจนานุกรมไทยได้ให้คำจำกัดความของคำว่า “ผลัก” ไว้ดังนี้
ผลัก : ดัน, ดันให้เคลื่อนที่ไป, โดยปริยายหมายถึงทำให้พ้นออกไปจากตัว, ผลักดัน : กระตุ้นหรือดำเนินการเคลื่อนไหวอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้การนั้นๆดำเนินรุดหน้าต่อไป, ผลักภาระ : เบนภาระไปให้ผู้อื่น, ผักไส : ดันไปด้วยอาการรังเกียจ
ในภาษาอังกฤษก็มีอยู่หลายคำ เช่น ผลัก : to push, to drive, to shove ผลักดัน : to push to ward ผลักไส : to push away, to repel ในเรื่องการผลักนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตคริสเตียน หลายคนผลักดันชีวิตของตนเองให้เติบโตขึ้นในชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ และอีกหลายคนพยายามผลักดันการงานของตนเอง ผลักดันครอบครัวของตนเองให้ก้าวไปข้างหน้า
มีผู้รับใช้ของพระเจ้าหลายคน (ศิษยาภิบาล ผู้นำ อาจารย์ ผู้ประกาศและมิชชันนารี)พยายามผลักดันงานคริสตจักรและองค์การให้เกิดผล แต่ดูเหมือนว่ามันยากเย็นเหลือเกินเหมือนกับ “เข็นครกขึ้นภูเขา”
เหมือนคำเปรียบเทียบที่ว่า ความท้อใจมาเร็วดังกระต่ายวิ่ง แต่ความสำเร็จช่างมาช้าดังเต่าคลาน
จนกระทั่งรู้สึกเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้าและหมดกำลัง!
พระเจ้าทรงต้องการให้สิ่งที่เราทำประสบความสำเร็จเสมอไปไหม? เรื่องเล่าต่อไปนี้น่าจะหนุนใจพวกเราได้บ้าง
เรื่องก็คือว่า มีชายคริสเตียนคนหนึ่งนอนหลับและฝันไปว่า พระเจ้าทรงพาเขาไปที่หินใหญ่ก้อนหนึ่งที่วางขวางทางเดินอยู่ พระองค์ตรัสว่า “ลูกเอ๋ย เจ้าจงผลักหินก้อนนี้ออกไปให้พ้นทางเสีย”
ชายคนนี้เชื่อฟังพระเจ้า และเริ่มลงมือผลักหินก้อนนั้น เขาพยายามออกแรงอย่างสุดๆ จนเหงื่อท่วมตัว เพื่อจะเคลื่อนมันออกไปให้ได้ วันก็แล้วสองวันก็แล้ว แต่ปรากฏว่าหินยังไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิ้วเดียว หนึ่งเดือนผ่านไปเขายังผลักหินอยู่ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น รู้สึกเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า หมดกำลังและหมดหวัง
วันหนึ่งเขาทูลพระเจ้าว่า “พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์ได้ลงมือผลักหินก้อนนี้อย่างเต็มที่แล้ว แต่ทำไมมันไม่ยอมเคลื่อนไปเลย ข้าพระองค์ประสบความล้มเหลวและช่างน่าอับอายขายหน้าจริงๆ”
ทันใดนั้น พระเจ้าตรัสว่า “ลูกเอ๋ย เราได้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของเจ้าแล้ว สิ่งสำคัญยิ่งกว่าหินที่จะเคลื่อนไปก็คือ เจ้าได้เชื่อฟังเรา และลงมือทำงานอย่างจริงจัง เจ้าได้ทำอย่างสุดความสามารถของเจ้าแล้ว อย่าท้อใจเลย แม้ว่าหินจะไม่ขยับเขยื้อน แต่จงดูที่ร่างกายของเจ้าสิ แขนของเจ้ามีกล้ามขึ้นเป็นมัดๆและแกร่งขึ้น และดูขาของเจ้าเห็นไหมว่ามันแข็งแรงขึ้นใช่ไหม? หน้าที่ของเจ้าคือการลงมือผลักหินก้อนนั้น แต่หน้าที่ของเราเคลื่อนหินก้อนนั้น”
งานรับใช้พระเจ้าอาจจะไม่เกิดผลหรือเกิดผลช้า
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือความแข็งแกร่งของชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ
อิสยาห์ได้บอกเคล็ดลับแก่ผู้เชื่อว่า “ผู้ที่รอคอยพระเจ้าจะได้รับการเสริมเรี่ยวแรงใหม่” (อสย. ๔๐.๓๑) จากนั้นก็ยกตัวอย่างจากคนที่รอคอยการเจิมด้วยฤทธิ์เดชจากพระเจ้านั้น จะเป็นเหมือนนกอินทรีที่โผทะยานขึ้นไปในเวหาอย่างสง่างาม และร่อนท่ามกลางพายุกล้านั้น ในขณะที่พวกนกต่างๆ จะรีบหาพุ่มไม้เพื่อหลบภัย
คริสเตียนเป็นนกอินทรี มิใช่เป็นนกกระจอก!
เปาโลเป็นพยานยืนยันถึงการทำงานรับใช้พระเจ้าว่า “ข้าพเจ้าเผชิญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์เป็นผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” (ฟป. ๔.๑๓)
ในหนังสือข่าวคริสตจักรได้อธิบายคำว่า “ผลัก” ในภาษาอังกฤษไว้อย่างน่าประทับใจ
P = Pray อธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ
U = Until จนกระทั่ง หรือจนกว่า
S = Something บางสิ่งบางอย่าง
H = Happens เกิดขึ้น
คริสเตียนครับ พระเจ้าทรงมอบหมายหน้าที่การงานอะไรให้ท่าน? จงทำต่อไปเถิด ไม่มีอะไรเสียเปล่าในสายพระเนตรของพระองค์ เปาโลกล่าวหนุนใจเราผู้เชื่อทุกคนว่า “ฉะนั้น พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงมั่นคงอยู่ อย่าหวั่นไหว จงทำงานขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้บริบูรณ์ทุกเวลา ท่านทั้งหลายพึงรู้ว่า ในองค์พระผู้เป็นเจ้า การตรากตรำของท่านจะไม่ไร้ประโยชน์” (๑ คร. ๑๕.๕๘)
เมื่อรู้ความจริงอย่างนี้
ขอให้ผลักต่อไปนะครับ.









