gototopgototop
Get Adobe Flash player
โครงคำเทศน์
แหล่งรวมบทความ
Trendy:
Global Thaisermons



E-BOOK โครงคำเทศน์

อ่านคำเทศนาผ่าน e-book

 
 
คลิ๊ค อ่าน E-BOOK เรื่อง ทีมเวิร์ค

   บริการเช่ารถตู้-จากสมาชิก

 

 

Delicious
ค้นหาบทความ-โครงเทศน์

PUSH แปลว่า “ผลัก”

งานของท่านจะไม่ไร้ประโยชน์!

             มีเรื่องเล่าว่า ชายคนหนึ่งมีปัญหาคับข้องใจจึงไปหาจิตแพทย์

            “คุณหมอครับ ผมเป็นอะไรไม่ทราบ เพราะทุกคืนผมจะฝันว่า

            ไปยืนอยู่ที่หน้าประตูแห่งหนึ่ง และพยายามดึงเพื่อเปิดประตู

            นั้น แต่ดึงเท่าไหร่ประตูก็ไม่ยอมเปิด จนผมรู้สึกเหนื่อย”

            จิตแพทย์เอามือลูบคางก่อนจะค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้จิตสำนึก

            ของคนไข้รายนี้ แล้วจึงถามว่า “แล้วคุณทำอย่างไรล่ะครับ?”

            “ผมก็พยายามดึงต่อไป” คนไข้ตอบ  “แต่ผมสังเกตเห็นตัว

            หนังสือที่เขียนติดไว้ที่ประตูว่าผลัก

            ???!!

 

                พจนานุกรมไทยได้ให้คำจำกัดความของคำว่า “ผลัก” ไว้ดังนี้

                ผลัก : ดัน, ดันให้เคลื่อนที่ไป, โดยปริยายหมายถึงทำให้พ้นออกไปจากตัว, ผลักดัน : กระตุ้นหรือดำเนินการเคลื่อนไหวอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อให้การนั้นๆดำเนินรุดหน้าต่อไป, ผลักภาระ : เบนภาระไปให้ผู้อื่น, ผักไส : ดันไปด้วยอาการรังเกียจ

                ในภาษาอังกฤษก็มีอยู่หลายคำ เช่น ผลัก : to push, to drive, to shove ผลักดัน : to push to ward ผลักไส : to push away, to repel ในเรื่องการผลักนี้เกี่ยวข้องกับชีวิตคริสเตียน หลายคนผลักดันชีวิตของตนเองให้เติบโตขึ้นในชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ และอีกหลายคนพยายามผลักดันการงานของตนเอง ผลักดันครอบครัวของตนเองให้ก้าวไปข้างหน้า

                มีผู้รับใช้ของพระเจ้าหลายคน (ศิษยาภิบาล ผู้นำ อาจารย์ ผู้ประกาศและมิชชันนารี)พยายามผลักดันงานคริสตจักรและองค์การให้เกิดผล แต่ดูเหมือนว่ามันยากเย็นเหลือเกินเหมือนกับ “เข็นครกขึ้นภูเขา”

                เหมือนคำเปรียบเทียบที่ว่า ความท้อใจมาเร็วดังกระต่ายวิ่ง แต่ความสำเร็จช่างมาช้าดังเต่าคลาน

                จนกระทั่งรู้สึกเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้าและหมดกำลัง!

            พระเจ้าทรงต้องการให้สิ่งที่เราทำประสบความสำเร็จเสมอไปไหม? เรื่องเล่าต่อไปนี้น่าจะหนุนใจพวกเราได้บ้าง

เรื่องก็คือว่า มีชายคริสเตียนคนหนึ่งนอนหลับและฝันไปว่า พระเจ้าทรงพาเขาไปที่หินใหญ่ก้อนหนึ่งที่วางขวางทางเดินอยู่ พระองค์ตรัสว่า “ลูกเอ๋ย เจ้าจงผลักหินก้อนนี้ออกไปให้พ้นทางเสีย”

                ชายคนนี้เชื่อฟังพระเจ้า และเริ่มลงมือผลักหินก้อนนั้น เขาพยายามออกแรงอย่างสุดๆ จนเหงื่อท่วมตัว เพื่อจะเคลื่อนมันออกไปให้ได้ วันก็แล้วสองวันก็แล้ว แต่ปรากฏว่าหินยังไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิ้วเดียว หนึ่งเดือนผ่านไปเขายังผลักหินอยู่ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น รู้สึกเหน็ดเหนื่อย อ่อนล้า หมดกำลังและหมดหวัง

                วันหนึ่งเขาทูลพระเจ้าว่า “พระองค์เจ้าข้า ข้าพระองค์ได้ลงมือผลักหินก้อนนี้อย่างเต็มที่แล้ว แต่ทำไมมันไม่ยอมเคลื่อนไปเลย ข้าพระองค์ประสบความล้มเหลวและช่างน่าอับอายขายหน้าจริงๆ” 

                ทันใดนั้น พระเจ้าตรัสว่า “ลูกเอ๋ย เราได้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของเจ้าแล้ว สิ่งสำคัญยิ่งกว่าหินที่จะเคลื่อนไปก็คือ เจ้าได้เชื่อฟังเรา และลงมือทำงานอย่างจริงจัง เจ้าได้ทำอย่างสุดความสามารถของเจ้าแล้ว อย่าท้อใจเลย แม้ว่าหินจะไม่ขยับเขยื้อน แต่จงดูที่ร่างกายของเจ้าสิ แขนของเจ้ามีกล้ามขึ้นเป็นมัดๆและแกร่งขึ้น และดูขาของเจ้าเห็นไหมว่ามันแข็งแรงขึ้นใช่ไหม? หน้าที่ของเจ้าคือการลงมือผลักหินก้อนนั้น แต่หน้าที่ของเราเคลื่อนหินก้อนนั้น”

            งานรับใช้พระเจ้าอาจจะไม่เกิดผลหรือเกิดผลช้า

                แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือความแข็งแกร่งของชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ

                อิสยาห์ได้บอกเคล็ดลับแก่ผู้เชื่อว่า “ผู้ที่รอคอยพระเจ้าจะได้รับการเสริมเรี่ยวแรงใหม่” (อสย. ๔๐.๓๑) จากนั้นก็ยกตัวอย่างจากคนที่รอคอยการเจิมด้วยฤทธิ์เดชจากพระเจ้านั้น จะเป็นเหมือนนกอินทรีที่โผทะยานขึ้นไปในเวหาอย่างสง่างาม และร่อนท่ามกลางพายุกล้านั้น ในขณะที่พวกนกต่างๆ จะรีบหาพุ่มไม้เพื่อหลบภัย

                คริสเตียนเป็นนกอินทรี มิใช่เป็นนกกระจอก! 

                เปาโลเป็นพยานยืนยันถึงการทำงานรับใช้พระเจ้าว่า “ข้าพเจ้าเผชิญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์เป็นผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” (ฟป. ๔.๑๓)

                ในหนังสือข่าวคริสตจักรได้อธิบายคำว่า “ผลัก” ในภาษาอังกฤษไว้อย่างน่าประทับใจ

                P = Pray อธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ

                U = Until จนกระทั่ง หรือจนกว่า

                S = Something บางสิ่งบางอย่าง

                H = Happens  เกิดขึ้น

                คริสเตียนครับ พระเจ้าทรงมอบหมายหน้าที่การงานอะไรให้ท่าน? จงทำต่อไปเถิด ไม่มีอะไรเสียเปล่าในสายพระเนตรของพระองค์ เปาโลกล่าวหนุนใจเราผู้เชื่อทุกคนว่า “ฉะนั้น พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า จงมั่นคงอยู่ อย่าหวั่นไหว จงทำงานขององค์พระผู้เป็นเจ้าให้บริบูรณ์ทุกเวลา ท่านทั้งหลายพึงรู้ว่า ในองค์พระผู้เป็นเจ้า การตรากตรำของท่านจะไม่ไร้ประโยชน์” (๑ คร. ๑๕.๕๘)

                เมื่อรู้ความจริงอย่างนี้

                ขอให้ผลักต่อไปนะครับ.  

 

               

     

         

 
001
002
003
004
005
007
008
009
010
011
News Plus Date
บารนาบัส
22 May 2013
บารนาบัส ลูกแห่งการหนุนน้ำใจ   ข้อพระคัมภีร์ : กจ. ๔.๓๖, ๙.๒๗, ๑๑.๑๙-๒๖, ๑๒.๒๕-๑๕.๔๑, ๑ คร. ๙.๖, กท. ๒ คำนำ                 ถ้าคุณได้เจอกับบารนาบัสที่สวรรค์ และมีโอกาสถามเขาว่า ในชีวิตคริสเตียนและการรับใช้พระเจ้า คุณมีโอกาสที่จะสร้างกี่คนให้เป็นผู้รับใช้ที่ยิ่งใหญ่ของโลก เราก็เชื่อว่าบารนาบัสจะตอบว่า อาจจะหลายคนอยู่...
ข้อเขียน ชวนคิด
มีเรื่องจริงเล่าว่า วันหนึ่งนักบินกับช่างเครื่องได้นำเครื่องบินออกทดสอบ ขณะที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากเพดานเหนือศีรษะ ซึ่งเต็มไปด้วยสายไฟ สันนิษฐานว่าน่าจะมีหนูแอบเข้ามาและกำลังกัดแทะสายไฟ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็นับว่าอันตรายมาก นักบินจึงบังคับเครื่องให้บินสูงขึ้นไป จนถึงระดับ ๒ หมื่นฟุต และเมื่อร่อนกลับลงมายังรันเวย์และเปิดดูบริเวณเหนือศีรษะ ก็พบว่ามีหนูสองตัวนอนตายอยู่ที่นั่น เนื่องจากมันทนต่อความกดอากาศไม่ไหว คิดอีกที : เมื่อเรามีปัญหาที่แก้ไม่ตก มีวิธีหนึ่งที่จะสามารถแก้ไขได้คือ “บินสูงขึ้นไป” นำภาระปัญหาเหล่านั้นเข้าไปเฝ้าพระเจ้า
PTT Oil Price
World Time Clock

 

 หนังสือ-วรรณกรรม

หนังสือ-วรรณกรรมเขียนโดยอ.ธวัช เย็นใจ

 

Tawat Yenjai