gototopgototop
Get Adobe Flash player
โครงคำเทศน์
แหล่งรวมบทความ
Trendy:
Global Thaisermons



E-BOOK โครงคำเทศน์

อ่านคำเทศนาผ่าน e-book

 
 
คลิ๊ค อ่าน E-BOOK เรื่อง ทีมเวิร์ค

   บริการเช่ารถตู้-จากสมาชิก

 

 

Delicious
ค้นหาบทความ-โครงเทศน์

กินข้าวกับพระเยซูคริสต์

                                                                                         

            “เราอยู่ที่นี่แล้ว! เรายืนเคาะอยู่ที่ประตู ถ้าผู้ใดได้ยินเสียง

            ของเราและเปิดประตู เราจะเข้าไปรับประทานอาหารกับ

            ผู้นั้น และเขาจะรับประทานอาหารร่วมกับเรา

            ผู้ใดมีชัยชนะ เราจะให้เขามีสิทธิ์นั่งกับเราบนบัลลังก์ของ

            เรา เหมือนกับที่เราได้มีชัยชนะ และได้นั่งกับพระบิดาของ

            เราบนบัลลังก์ของพระองค์”

                                                (วว. ๓.๒๐-๒๑ อมตธรรมฯ)

 

                การรับประทานอาหารถือว่าเป็น “สามัคคีธรรม” ที่ดีตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว คนทุกชาติทุกภาษาชอบการนั่งกินด้วยกัน คุยกันไปพลางและปรึกษาหารือถามสาระทุกข์กันไปพลาง ในแวดวงธุรกิจมักจะใช้โต๊ะอาหารเป็นสถานที่สำหรับเจรจาต่อรองทางการค้าอยู่เสมอ ดังนั้น จึงมีงบประมาณพิเศษสำหรับการนี้โดยเฉพาะเรียกว่า “งบรับรอง”

                วอร์เรน บัฟเฟตซึ่งเป็นมหาเศรษฐีอันดับสามของโลก มีรายการพิเศษเรียกว่า “อาหารมื้อกลางวันกับบัฟเฟต” โดยการเสนอประมูลกัน คนที่ประมูลได้ในวงเงินสูงสุด จะได้ใช้เวลากินข้าวเที่ยงกับบัฟเฟตเป็นเวลา ๔-๕ ชั่วโมง และสามารถพูดคุยและถามไถ่ได้ทุกเรื่อง งานนี้จัดมาแล้ว ๑๒ ครั้ง และเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายนที่ผ่านมาจัดเป็นครั้งที่ ๑๓ ผู้ชนะการประมูลด้วยการจ่ายเงินจำนวนกว่า ๓ ล้านดอลลาร์ คิดเป็นเงินไทยราว ๑๐๘ ล้านบาท

                คิดไม่ผิดครับ อาหารกลางวันมื้อเดียวราคา ๑๐๘ ล้านบาท!

                การประมูลเริ่มต้นที่ ๒๕,๐๐๐ เหรียญ มีผู้เข้าร่วม ๑๐ คนที่ขับเคี่ยวกันด้วยการเสนอตัวเลขอย่างดุเดือด ในชั่วเพียงเวลา ๕ วันมีการเสนอกันไปมาถึง ๑๐๖ ครั้ง จนกระทั่งเหลือเพียง ๒ คน และสู้กับด้วยตัวเลขถึง ๘ ครั้ง รายได้ทั้งหมดมอบให้แก่มูลนิธิไกลด์เพื่อช่วยเหลือคนยากคนจนในเมืองซานฟานซิสโก โดยผู้ชนะการประมูลจะรวบรวมญาติพี่น้องเพื่อนฝูงรวม ๗ คนและรับประทานอาหารเที่ยงกับบัฟเฟตที่ร้าน Smith & Wollensky  ซึ่งที่จริงค่าอาหารนั้นไม่แพงเท่าไหร่หรอก ตกหัวละ ๒,๐๐๐ เหรียญเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือได้พูดคุยกับคนระดับมหาเศรษฐีของโลก

                เรื่องนี้ทำให้เราคิดถึงการกินอาหารกับพระเยซูคริสต์

                พระองค์ตรัสว่า “ถ้าผู้ใดได้ยินเสียงของเราและเปิดประตู เราจะเข้าไปหาผู้นั้น และจะรับประทานอาหารร่วมกับเขา และเขาจะรับประทานอาหารร่วมกับเรา” (วว. ๓.๒๐) ในภาษากรีกใช้คำว่า deipneo (เดพะเนโอ) พระคัมภีร์ใช้คำนี้เกี่ยวกับพิธีมหาสนิท (พวกยิวมีพิธีปัสคา) ที่พระเยซูได้พาเหล่าสาวกขึ้นไปยังห้องชั้นบนในกรุงเยรูซาเล็ม มีการรับประทานขนมปังและดื่มเหล้าองุ่น เป็นการเลี้ยงครั้งสุดท้ายก่อนที่พระองค์จะถูกปลงพระชนม์ที่บนไม้กางเขน (ลก. ๒๒.๒๐) และเปาโลใช้คำเดียวกันนี้กับพี่น้องคริสเตียนในเมืองโครินธ์ (๑ คร. ๑๑.๒๕)

                อีกคำหนึ่งคือ meta (เมทา) หมายถึง “อยู่ด้วย” อยู่กับ, พร้อมกัน, ด้วยกัน, อยู่ในที่เดียวกัน, อยู่ด้วยกันทั้งปัจจุบันและอนาคต มัทธิวได้บอกถึงขององค์อิมมานุเอลว่า “พระเจ้าทรงอยู่(meta)กับเรา” (มธ. ๑.๑๒)  พระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย (ยน. ๓.๒) พระเยซูตรัสกับโจรบนไม้กางเขนที่กลับใจใหม่ว่า “วันนี้เจ้าจะอยู่กับเราในเมืองบรมสุขเกษม” (ลก. ๒๓.๔๓) “ร่วมสามัคคีธรรมกับพระบิดาและพระเยซูคริสต์” (๑ ยน. ๑.๓)

                การรับประทานอาหารด้วยกันเป็นสามัคคีธรรมที่ดี พระองค์เข้าไปในบ้านซีโมนคนโรคเรื้อนเพื่อรับประทาน เข้าไปในงานเลี้ยงที่บ้านของศักเคียสคนเก็บภาษีเพื่อประกาศข่าวประเสริฐแก่คนบาป ทรงเข้าไปในบ้านของมาร์ธา มารีย์และลาซารัสเพื่อรับการปรนนิบัติด้วยอาหารนานาชนิด ก่อนที่จะสิ้นพระชนม์ก็เลี้ยงอาหารแก่พวกสาวก และภายหลังจากที่ได้ฟื้นขึ้นมาจากความตายแล้ว ก็ทรงไปรอพวกสาวกอยู่ที่ชายทะเลสาบกาลิลีและปิ้งปลาไว้รอเลี้ยงพวกสาวก ที่หนีการรับใช้กลับไปประกอบอาชีพเดิม

                พระเยซูตรัสถึงงานเลี้ยง ทรงชอบจัดงานเลี้ยง และมักจะเข้าไปในงานเลี้ยงบ่อยๆ พระองค์ตรัสคำอุปมาเรื่องงานเลี้ยง (ลก. ๑๔.๑๒-๒๔, ยน. ๑๒.๒, ๑๓.๒) คริสเตียนในสมัยเริ่มแรกก็มักจะจัดการเลี้ยงที่เรียกว่า “เลี้ยงผูกรัก” (๑ คร. ๒๐-๒๑) ในวันที่เราจะได้เข้าไปสู่แผ่นดินของพระเจ้า จะมีงานเลี้ยงมงคลสมรสของพระเมสสิยาห์ในสวรรค์ เราจะได้เฉลิมฉลองกับพระองค์ที่นั่นด้วยความสุขสำราญยิ่ง (วว. ๑๙.๙, ๑๗)

            ถ้าคุณไปรับประทานอาหารร่วมกับคนดัง อาจจะต้องเสียเงินมากมาย แต่การร่วมโต๊ะกับพระเยซูคริสต์ไม่ต้องเสียอะไรเลย นอกจาก “เสียสละ” คริสเตียนเราตีความคำว่า “รับประทานอาหารร่วมกับพระเยซูคริสต์” คืออะไร?

                 -คือ การอธิษฐาน

                “จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ” (๑ ธส. ๕.๑๗)

                -คือ อ่านพระคัมภีร์

                “พระวจนะทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า มีประโยชน์ในการสั่งสอนและตักเตือน...เพื่อให้คนของพระเจ้าพรักพร้อมที่จะทำการดีทุกประการ” (๒ ทธ. ๓.๑๖)  

                -คือ การใคร่ครวญถึงน้ำพระทัยของพระเจ้า และทำตาม

            “ข้าพเจ้าวิงวอนท่านให้ถวายตัวเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตอันบริสุทธิ์...เพื่อท่านจะเข้าในน้ำพระทัยของพระเจ้า” (รม. ๑๒.๑-๒)

                -คือ การเต็มล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์

                “อย่าเมาเหล้าองุ่นซึ่งจะทำให้เสียคน แต่จงประกอบด้วยพระวิญญาณ” (อฟ. ๕.๑๘)  

                -คือ เข้าเฝ้า(เดี่ยว)กับพระเจ้าในชีวิตประจำวัน

                พระเยซูคริสต์ตรัสว่า “มนุษย์จะบำรุงชีวิตด้วยอาหารสิ่งเดียวก็หามิได้ แต่บำรุงด้วยพระวจนะทุกคำที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า” (มธ. ๔.๔)  

                -คือ การไปร่วมนมัสการพระเจ้าที่โบสถ์ในวันอาทิตย์

                “อย่าขาดประชุมเหมือนอย่างที่บางคนขาดอยู่นั้น แต่จงหนุนใจกันและกันให้มากยิ่งขึ้น” (ฮบ. ๑๐.๒๕)  

                -คือ การเข้ากลุ่มเซลล์ศึกษาพระคัมภีร์

                -คือ การร่วมกิจกรรมกับคริสตจักร

                “คนทั้งหมดที่เชื่อถือก็อยู่รวมกัน...ทุกๆวันเขาอุทิศตัวอยู่ด้วยกันในพระวิหาร และหักขนมปังตามบ้าน พวกเขารับประทานอาหารด้วยกันด้วยความชื่นชมยินดีและจริงใจ” (กจ. ๒.๔๓-๔๖)

                -คือ การประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์

                -และคือ การดำเนินชีวิตที่บริสุทธิ์กับพระองค์ตลอดเวลา   

 

 
001
002
003
004
005
007
008
009
010
011
News Plus Date
บารนาบัส
22 May 2013
บารนาบัส ลูกแห่งการหนุนน้ำใจ   ข้อพระคัมภีร์ : กจ. ๔.๓๖, ๙.๒๗, ๑๑.๑๙-๒๖, ๑๒.๒๕-๑๕.๔๑, ๑ คร. ๙.๖, กท. ๒ คำนำ                 ถ้าคุณได้เจอกับบารนาบัสที่สวรรค์ และมีโอกาสถามเขาว่า ในชีวิตคริสเตียนและการรับใช้พระเจ้า คุณมีโอกาสที่จะสร้างกี่คนให้เป็นผู้รับใช้ที่ยิ่งใหญ่ของโลก เราก็เชื่อว่าบารนาบัสจะตอบว่า อาจจะหลายคนอยู่...
ข้อเขียน ชวนคิด
มีเรื่องจริงเล่าว่า วันหนึ่งนักบินกับช่างเครื่องได้นำเครื่องบินออกทดสอบ ขณะที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากเพดานเหนือศีรษะ ซึ่งเต็มไปด้วยสายไฟ สันนิษฐานว่าน่าจะมีหนูแอบเข้ามาและกำลังกัดแทะสายไฟ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็นับว่าอันตรายมาก นักบินจึงบังคับเครื่องให้บินสูงขึ้นไป จนถึงระดับ ๒ หมื่นฟุต และเมื่อร่อนกลับลงมายังรันเวย์และเปิดดูบริเวณเหนือศีรษะ ก็พบว่ามีหนูสองตัวนอนตายอยู่ที่นั่น เนื่องจากมันทนต่อความกดอากาศไม่ไหว คิดอีกที : เมื่อเรามีปัญหาที่แก้ไม่ตก มีวิธีหนึ่งที่จะสามารถแก้ไขได้คือ “บินสูงขึ้นไป” นำภาระปัญหาเหล่านั้นเข้าไปเฝ้าพระเจ้า
PTT Oil Price
World Time Clock

 

 หนังสือ-วรรณกรรม

หนังสือ-วรรณกรรมเขียนโดยอ.ธวัช เย็นใจ

 

Tawat Yenjai