จากใจสมาชิก สคท.
เสียงหนึ่งจากใจสมาชิก สคท.ร้องหาความจริง
ตัวตนกระหายอำนาจและตำแหน่งบางท่านกำลังโผ่ออกมาให้เห็นชัดเจนแล้ว
ความห็นของผม
แท้จริงเพื่อความสง่างามกรรมการอำนวยการต้องลาออกทั้งชุดและจัดให้มีการเลือกตั้งกันใหม่ในเวลาเหมาะสม
ทุกท่านต้องอยู่พร้อมหน้ากันไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจัดขึ้นเอง
แต่ดูเหมือนผู้มีอำนาจเก่าหรือผู้เก่าและแก่ที่ยังกระหายหาอำนาจสนับสนุนและเอา
ด ร.ปรีชาเป็นหัวหอก ทำให้เห็นว่ามีการวางแผนที่สลับซับซ้อน ลึกซึ้งมานานแล้ว
ผมได้คุยกับบางท่านที่เป็นผู้นำในกรุงเทพ
และรู้ว่ามีการรนณรงค์เรียกให้มีการประชุม กรุงเทพปริมลฑลเพื่อ เลือก
คุณสุรชัยเป็นประธานเพื่อจะได้กรรมการอำนวยการเพี่มอีก 1 ท่าน โดยตำแหน่ง
ผมรับจดหมายเรื่องเรียกประชุมวันที่ 22-23
ส.ค.ที่คริสตจักรใต้ร่มพระคุณเพื่อฟังการแถลงการณ์
(ผมรู้แล้วว่าจะกลายเป็นประชุมใหญ่เพื่อเลือกกรรมการ)และไล่กรรมการอีกฝ่ายให้ออกไปเสีย
มีจดหมายของหัวหน้ามิสชั่นนารี่ OMF มาร์ค เป็นภาษาอังกฤษ
และมีลายมือเขียนเป็นไทยว่า ขออภัยที่ไม่ได้แปลเพราะเป็นเวลาฉุกเฉิน
จริงๆไม่ใช่เพราะวันที่ในจดหมายนั้นยังมีเวลาอีกสิบกว่าวันซึ่งเหลือเพือที่จะแปล
ก่อนวันประชุมแถลงการณ์ มีผู้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ สคท
โทรตามเพื่อเข้าร่วมประชุม อาจารย์ท่านหนึ่งก็บอกผมว่า เจ้าหน้าที่ สคท
โทรให้เข้าร่วมประชุม อาจารย์ท่านนั้นถามว่าใครให้โทรมา
เจ้าหน้าที่อำอื่งและบอกว่าทนายประสิทธิ์
ผมก็ได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่ให้เข้าร่วมประชุมและบอกผมว่า
อ.ดร.ธีระ จะมาเป็นประธานในการประชุม ผมพยายามถามว่าใครให้โทรมา
เจ้าหน้าที่ไม่ยอมบอก สุดท้ายบอกว่าผู้ใหญ่ให้โทร
ความจริงครั้งแรกเจ้าหน้าที่จะโทรหาอาจารย์ท่านหนึ่งก่อนผมแต่มาตกที่ผมก่อนก็เลยเชิญประชุม
แสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีคนบงการอยู่เบื้องหลังคนในสำนักงาน
และจะต้องมีอำนาจมากเจ้าหน้าที่ถึงเชื่อฟัง
เมื่อวานผมได้โอนเงินถวาย 5000บาทเพื่อถวายเด็กที่สถาบันกระเหรี่ยงเพื่อพระคริสต์
อมก๋อย
วันอังคาร เช้าวันนี้ผมได้โทรคุยกับ อ. ท่านหนึ่งที่อยู่อมก๋อยกำลังเดินทางกลับ
บ้าน
อมก๋อยเพื่อแจ้งให้เขาทราบว่าผมได้โอนเงินเข้าบัญชีเขาและขอให้เขาช่วยนำเงินไปซื้อของใช้จำเป็นสำหรับเด็กที่ศูนย์
เขาบอกว่ามากรุงเทพเพื่อประชุมฟังแถลงการ และได้เล่าให้ผมฟังว่ามีองค์การ
องค์กร มิสชั่นรวมประมาณ 110 หน่วยงาน และได้มีการเลือกกรรมการใหม่ใหม่แล้ว
เขาถามผมว่าทำไมไม่ไปประชุม
ผมบอกเขาว่าผมได้รับจดหมายทั้งสองฝ่ายและยังไม่รู้ความจริงทั้งหมด
ไม่ว่าฝ่ายใดเรีกประชุมผมคงไม่ไป เพราะยังไม่รู้ความจริงทั้งหมด
ผมถามเขาว่าการมาประชุมครั้งนี้เสียค่าใช้จ่ายไปเท่าไร เขาบอกว่าหลายพันบาท
ผมอยู่กรุงเทพผมไม่อยากไปเพราะ 1.รถติด 2.นั้มันแพง
และที่สำคัญยังไม่ทราบว่าฝ่ายใดถูกผิดอย่างไร
เมื่อผมรับจดหมายทั้งสองฝ่ายก็อ่านอย่างพินิจพิเคราะห์แล้วก็วิเคราะห์ดูว่าอะไรดีไม่ดี
ถูกหรือผิด ผมไม่ทราบ แต่ไม่ไปประชุมของฝ่ายใด เพราะไม่เลือกข้าง
และไม่ต้องการให้ใครหลอก
เท่าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ สคท. โทรมาหาผมอ้างชื่อ
ดร.ธีระจะมาเป็นประธานในการประชุมแต่ผมปฎิเสธเข้าร่วม
และยังต้องการรู้ความจริง สคท.ก็มีธรรมนูญและต้องทำตามธรรมนูญ
ไม่ใช่ทำตามใจฉัน!ความจริง สคท.
ก็มีการเล่นพวกเล่นการเมืองใต้ดินมานานแล้วใช่หรือไม่? ใครกล้าปฎิเสธ!
ก่อนหน้านี้ผมก็เคยรับจดหมายจากอดีตกรรมการบางท่านมาแล้ว
และถ้าโวยวายก็อยู่ไม่ได้เพราะอำนาจมืดครอบงำอยู่ใน สคท ใช่หรือไม่?
สรุป ผมรู้สึกมีการวางแผนลักไก่(หลอก)ให้มีคนเข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่
22-23เพื่อสร้างความชอบธรรมและเลือกกรรมการใหม่ เสียดายที่หลายคนไม่รู้ตัวมาก่อน
เมื่อมาก็เท่ากับถูกดึงเขาฝ่ายไปแล้วโดยปริยาย อาเมน
ขอพระเจ้าอวยพระพร
สมชาย








