บทความสำหรับผู้นำคริสเตียน
คำถามเรื่อง สคท.
ที่ ศจ.ดร.ปรีชาต้องตอบและตัดสินใจ!
ธวัช เย็นใจ
มีคำกล่าวว่า “คนกลัวตายหลายครั้ง แต่คนกล้าตายครั้งเดียว”
ปัญหาที่รุมเร้า สคท. ที่รักของเราอยู่ในเวลานี้ค่อนข้าง
สาหัสสากรรจ์เอาการอยู่ มีเสียงเรียกร้องของมวลสมาชิก
ให้ผู้บริหารกล้าตัดสินใจอย่างเด็ดขาด อย่างใดอย่างหนึ่ง
ไม่งั้นอาจจะถูกพิจารณาเพิกถอนการรับรองทางกฎหมาย
จากทางบ้านเมืองผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับงานศาสนาก็เป็นได้
และผู้ที่เสียหายไม่ใช่คริสตจักรท้องถิ่น (เพราะเราอยู่ได้อยู่
แล้ว แม้ว่าจะไม่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ) แต่ผู้ที่
เดือดร้อนที่สุดก็เห็นจะเป็นพี่น้องมิชชันนารีของเรา!
เคยได้ยินเรื่องของอัศวินอาเธอร์ไหม ผมจำเรื่องนี้ได้คลับคล้ายคลับคลาว่า เมื่อครั้งที่เขาขี่ม้าพร้อมด้วยกองทหารบุกเข้าไปในเมืองหนึ่งเพื่อหวังจะยึดครองให้ได้ แต่ก็ต้องเจอเจ้าเมืองยืนขวางอยู่ที่ประตูเมือง พร้อมกับมีเชือกอยู่ในมือ เชือกเส้นนั้นขมวดเข้าด้วยกันจนเป็นปมแน่น ซับซ้อนซ่อนเงื่อนเหลือหลาย ยากที่จะแกะออกได้โดยง่าย
เจ้าเมืองยื่นข้อเสนอแก่อาเธอร์ว่า “ถ้าท่านสามารถแก้ปมเชือกนี้ได้สำเร็จ เราจะยกเมืองนี้ให้แก่ท่าน โดยไม่ต้องมีการเสียเลือดเนื้อแต่อย่างใด”
อัศวินอาเธอร์ยอมรับข้อเสนอโดยดี
ทันใดนั้น โดยไม่พูดพล่ามทำเพลงอาเธอร์ก็ชักดาบวาววับออกจากฝัก และเงื้อขึ้นสุดแขน แล้วฟันฉับเข้าที่ปมเชือกนั้นจนขาดกระจุย แล้วพาทหารบุกเข้ายึดเมืองทันที นี่เป็นที่มาของคำว่า “Cut The Knot” หมายถึงเป็นการแก้ปัญหาแบบฉับพลันทันที!
ขณะนี้ปัญหาของสหกิจคริสเตียนฯจำเป็นต้องมีการแก้ไขแบบฉับพลันทันทีเช่นกัน
คำถามสำหรับ ศจ.ดร.ปรีชา เจ็งเจริญ ประธานของสหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย ซึ่งท่านจำเป็นที่จะต้องอธิบายชี้แจงให้สาธารณะชนรับทราบก็คือว่า
ประการแรก ตามธรรมนูญของ สคท. ได้กำหนดให้วาระการทำงานของคณะกรรมการ สคท.ชุดของท่านนั้น มีอายุการทำงาน ๔ ปีใช่ไหม? แต่ทำไมเมื่อดำเนินมาเพียง ๒ ปีเศษจึงมีการเลือกตั้งใหม่ และมีการเลือกตั้งคณะ กรรมการ สคท.ชุดใหม่ โดยให้ ศจ. ดร. วีรชัย โกแวร์มาเป็นประธาน? ท่านจะได้เอาหลักการแบบนี้มาจากไหน?
นี่เป็นคำถามแรกที่ท่านต้องอธิบายให้กระจ่าง!
ประการที่สอง ที่ ศจ. ดร. ปรีชา เจ็งเจริญ อ้างถึงการประชุมใหญ่วิสามัญ ที่จัดขึ้นถึง ๒ ครั้งในเดือนสิงหาคม ๒๐๑๑ และเดือนมีนาคม ๒๐๑๒ นั้น สิ่งที่ค้างคาในใจของเหล่ามวลสมาชิกก็คือว่า นี่เป็นสิ่งที่เป็นไปโดยชอบตามธรรมนูญ สคท.หรือไม่? และมีธรรมนูญ สคท.ข้อไหนที่ระบุให้มีการประชุมวิสามัญดังกล่าว?
จึงขอให้ท่านออกมาชี้แจงเรื่องต่อมวลสมาชิก เพื่อให้หายความข้องใจเช่นกัน
เพราะผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎระเบียบหลายคนได้ศึกษาธรรมนูญอย่างละเอียด ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ทุกครั้งที่ธรรมนูญ สคท.ได้ระบุไว้ว่า “ที่ประชุมใหญ่” หมายถึงการประชุมใหญ่(สามัญ)ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุก ๔ ปี ไม่ใช่ ๒ ปีหรืออื่นๆ
ประการที่สาม มีคำถามเข้ามาค่อนข้างเยอะว่า มีการอ้างว่าจัดประชุมใหญ่(วิสามัญ)และการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการ สคท. ชุดใหม่ขึ้นมา ที่กำลังทำกันอยู่โครมๆเวลานี้ สหกิจคริสเตียนฯ ได้มีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขธรรมนูญแล้วหรือ? และตั้งแต่เมื่อไหร่? เพราะสมาชิกทุกคนทราบดีว่าได้มีความพยายามที่จะร่างธรรมนูญ สคท.ฉบับใหม่ขึ้น แต่จนแล้วจนรอดขณะนี้ก็ยังเป็นวุ้นอยู่เลย (มีแนวโน้มว่าอาจจะแท้งก็มีโอกาสเป็นไปได้ค่อนข้างสูงมาก)
ประการที่สี่ ขณะที่ ศจ.ดร. ปรีชา เจ็งเจริญ ดำรงตำแหน่งเป็นประธานของสหกิจคริสเตียนฯ แต่เมื่อท่านลาออกแล้ว และแจ้งไปทางฝ่ายบ้านเมือง(หน่วยเหนือที่รับผิดชอบเกี่ยวกับศาสนา)ว่า ได้แต่งตั้งให้ ศจ.ดร.วีรชัย โกแวร์ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานฯแทนท่านนั้น คำถามของมวลสมาชิกก็คือ “ท่านได้ใช้อำนาจตามธรรมนูญข้อไหนที่ไปแต่งตั้งคนอื่นให้ขึ้นมาเป็นประธานแทนตนเอง”?
ประการที่ห้า ตามข่าวที่เราได้รับรู้ทางเว็บไซต์ของ สคท.นั้น เกี่ยวกับการปรองดองกันตามหลักคำสอนของพระคริสตธรรมคัมภีร์ ศจ.ดร.ปรีชา เจ็งเจริญได้เจรจากับ ศจ.ดร.สุชาติ พลอยวงศ์ มาจนถึงจุดสุดท้ายก็ “จับมือคืนดีกัน”
เมื่อเป็นดังนี้แล้ว ตามหลักการก็คือมีทางเลือก ๒ ทาง หนึ่ง ศจ.ดร.ปรีชากลับมาทำงานเหมือนเดิมในฐานะของประธาน สคท. หรือสอง ศจ.ดร.ปรีชายื่นใบลาออก แล้วจากนั้นคณะกรรมการอำนวยการ สคท. (ชุดที่ถูกเลือกที่จังหวัดระยอง) ซึ่งยังดำรงตำแหน่งอยู่ ก็จะมีการประชุมพิจารณาว่าจะทำอย่างไร ว่างเว้นตำแหน่งประธานไว้จนกว่าจะครบวาระ ๔ ปี หรือให้รองประธานรักษาการพลางๆไปก่อน
ผลเสียจะเกิดขึ้นอย่างมหันต์ต่อสหกิจคริสเตียนแห่งประเทศไทย
หากท่านประธานฯ ออกอาการรีๆรอๆ เก้ๆกังๆ กล้าๆกลัวๆ มัวเงื้อง่าราคาแพงอยู่
ณ เวลานี้พวกเราเรียกร้องท่านให้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดอย่างใดอย่างหนึ่งลงไป แน่นอน การลงมีดผ่าตัดนั้นมันจะมีบาดแผลและเจ็บปวดบ้างเป็นธรรมดา แต่ในไม่ช้าบาดแผลก็จะหายดี ซึ่งก็ดีกว่าปล่อยให้มันเนิ่นนานออกไปเป็นแผลเนื้อร้าย เน่าเฟอะ เหม็นคลุ้งไปทั่ว และเกินกว่าจะเยียวยารักษาให้หายได้
วันนี้ยังไม่สายเกินไปครับ ท่านประธานฯที่เคารพ
พวกเราจะคอยเอาใจช่วยและอธิษฐานเผื่อครับ.









