โยสิยาห์ ปฏิรูปจิตวิญญาณ
โครงร่างคำเทศนา-ธวัช เย็นใจ
โยสิยาห์ ปฏิรูปจิตวิญญาณ
๒ พกษ. ๒๒-๒๓
คำนำ
มีคำกล่าวไว้ว่า “ผู้ปกครองที่เลว คนจะกลัวและแช่งสาป ผู้ปกครองที่ดี คนจะนับถือและให้เกียรติ ส่วนผู้ปกครองที่ยอดเยี่ยม คนจะพูดกันว่าเราปกครองกันเอง”
ในบรรดากษัตริย์ของประเทศยูดาห์นั้น โยสิยาห์เป็นกษัตริย์ที่ดีองค์หนึ่ง ทำให้ประเทศมีความเจริญรุ่งเรือง มีสันติสุขและมีปฏิรูปทางด้านจิตวิญญาณ พระองค์ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่อายุ ๘ ขวบ (คงมีผู้สำเร็จราชการช่วยเหลืออยู่) และอยู่บนบัลลังก์นานถึง ๓๑ ปี (กคศ. ๖๔๐-๖๐๙) เป็นช่วงเดียวกับที่มหาอำนาจมีการเปลี่ยนมือจากอัสซีเรียไปเป็นบาบิโลน กษัตริย์ที่ดีและเป็นนักปฎิรูปของยูดาห์มี ๔ พระองค์คือ อาสา เยโฮชาฟัท เฮเซคียาห์และโยสิยาห์
ข้อสังเกตคือ กษัตริย์โยสิยาห์มีเพื่อนร่วมงาน ๒ คน คือ (๑)ราชเลขาชื่อชาฟาน (๒)ปุโรหิตฮิลคียาห์ เป็นคนดี ซื่อสัตย์ ทำงานเก่งและรักพระเจ้า
บทเรียน :ปัจจุบันนี้ศิษยาภิบาลและผู้รับใช้พระเจ้าในคริสตจักรและองค์กรคริสเตียน ต้องการเพื่อนร่วมงานที่เป็นคนแบบนี้ด้วย ดังที่มีคำพูดว่า “นกไม่มีขน คนไม่เพื่อน ขึ้นสู่ที่สูงไม่ได้” บางคนบอกว่า คนเราจะต้องมีเพื่อนอย่างน้อย
๔ คน สองคนคอยช่วยเหลือประคองอยู่ทางซ้ายและทางขวา อีกคนอยู่ข้างหลังคอยผลักดันให้เราเดินไปข้างหน้า และอีกคนหนึ่งคือพระเจ้าผู้ทรงอยู่เบื้องบน คอยดึงและยกเราขึ้น!
การค้นพบพระบัญญัติ (๒๒.๘-๑๓)
“และฮิลคียาห์มหาปุโรหิตพูดกับชาฟานราชเลขาว่า ข้าพเจ้าได้พบหนังสือพระบัญญัติในพระนิเวศของพระเจ้า(ยาเวห์) และฮิลคียาห์ได้มอบหนังสือนั้นให้แก่ชาฟานและท่านก็อ่าน และชาฟานได้เข้าเฝ้าพระราชา ทูลรายงาน...ชาฟานก็อ่านถวายพระราชา” (ข้อ ๘-๑๐)
หนังสือพระบัญญัติเล่มที่ว่านี้คือ พระธรรม ๕ เล่มแรกที่เขียนโดยโมเสส ที่พระเจ้าทรงให้ไว้สำหรับเป็นคู่มือในการดำเนินชีวิตของคนอิสราเอล แต่น่าเสียดายและเสียใจอย่างยิ่ง ที่ผู้นำและคนยิวในสมัยก่อนไม่สนใจ วางทิ้งไว้ที่ห้องเก็บของในพระวิหาร จนเก่า ฝุ่นเกาะหนาเตอะ มีแต่หยักไย่ และกลายเป็นกองขยะที่ไร้ค่า
ข้อคิด : บางครั้งพวกเราคริสเตียนก็ไม่ต่างกันกับคนยิวในเรื่องนี้ใช่ไหม? พระเจ้าทรงประทานพระคัมภีร์ให้เราแก่เรา แต่หลายคนไม่สนใจในพระวจนะของพระเจ้า ไม่อ่านและไม่ทำตามคำสอนของพระองค์ ทำให้ชีวิตของเราประสบความล้มเหลวในฝ่ายจิตวิญญาณ
๑.ของดี ผู้สนใจพระวจนะจะพบของดี (สภษ. ๑๖.๒๐) ๒.ถึงแก่ชีวิต ผู้ดูหมิ่นพระวจนะก็ถึงตาย (สภษ. ๑๙.๑๖) ๓.เที่ยงตรง พระวจนะนั้นเที่ยงธรรม (สดด. ๓๓.๔) ๔.ทำตาม ข้าพจ้าปฏิบัติตามพระวจนะของพระเจ้า (สดด. ๑๑๙.๕๗) ๕.ไฟฉายส่องทาง พระวจนะของพระเจ้าเป็นโคมสำหรับเท้า (สดด. ๑๑๙. ๑๐๕) ๖. ขาดไม่ได้เลย บำรุงชีวิตด้วยพระวจนะทุกคนที่ออกมาจากพระโอษฐ์ของพระเจ้า (มธ. ๔.๔)
ท่าทีของกษัตริย์โยสิยาห์ (๒๒.๑๑-๑๓, ๒๓.๑-๔)
(๑)สำนึกถึงความผิดบาปของตนเอง
“ต่อมาเมื่อพระราชทรงสดับถ้อยคำ(พระวจนะของพระเจ้า)จากหนังสือธรรมบัญญัตินั้น พระองค์ทรงฉีกฉลองพระองค์” และสั่งให้คนไปอธิษฐานทูลถามผู้เผยพระวจนะของพระเจ้าว่า จะทำอย่างไรที่จะพ้นจากพระพิโรธของพระเจ้าได้ ฮุลดาห์หญิงผู้เผยพระจนะทูลความจริงว่า เพราะกษัตริย์และประชายูดาห์ได้ทอดทิ้งพระเจ้า และหันไปกราบไหว้นับถือรูปเคารพของคนต่างชาติ ดังนั้น จะต้องกลับใจเสียใหม่
โยสิยาห์ (Joshiah) ชื่อนี้เป็นภาษาฮีบรูมีความหมายว่า “พระเจ้าทรงสนับสนุน” (Jehovah supports him)
การฉีกเสื้อ : เป็นการแสดงออกของชาวยิวที่เสียใจอย่างสุดซึ้งในบาป มีความทุกข์หนัก กษัตย์โยสิยาห์ได้ “ร้องไห้” คร่ำครวญด้วย (๒ พกษ. ๒๒.๑๙) ที่ไม่ได้ทำตามพระประสงค์ของพระเจ้าในพระคัมภีร์ เหมือนโยบที่ได้ “ฉีกเสื้อคลุมและโกนศีรษะ ซบหน้าลงถึงดิน” (โยบ.๑.๒๐)
(๒)อ่านพระคัมภีร์และปฏิบัติตาม
“กษัตริย์โยสิยาห์ได้อ่านถ้อยคำทั้งหมดในหนังสือพระสัญญา ที่พบในพระนิเวศของพระเจ้า(ยาเวห์)ให้พวกเขาฟัง พระราชาทรงยืนอยู่ข้างเสา และทรงทำพันธสัญญาเฉพาะพระพัตตร์พระเจ้าว่า จะดำเนินตามพระยาเวห์ และจะรักษาพระบัญญัติ พระโอวาทและกฎเกณฑ์ของพระองค์ด้วยสุดจิตสุดใจ จะสถาปนาถ้อยคำของพันธสัญญาที่เขียนไว้ในหนังสือเล่มนี้ แล้วประชาชนทั้งหมดก็เข้าร่วมในพันธสัญญาด้วย” (๒ พกษ. ๒๓.๒-๓)
การฟื้นฟูจิตวิญญาณครั้งใหญ่
พระคัมภีร์กล่าวถึงการฟื้นฟู/ปฏิรูป/ปฏิวัติฝ่ายจิตวิญญาณจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ...
๑)อ่านพระวจนะของพระเจ้า
กษัตริย์โยสิยาห์จอ่านพระวจนะของพระเจ้า ไม่ใช่เพียงบางข้อบางตอนเท่านั้น แต่ “อ่านทั้งหมดในหนังสือพันธสัญญา” และไม่ได้อ่านเพียงลำพังหรืออ่านในใจ แต่อ่านออกเสียงให้ทุกคนได้ยินทั่วกัน เหมือนกับที่เอสราอ่านพระคัมภีร์ให้แก่พวกยิวฟัง และเกิดการปฏิรูปด้านจิตวิญญาณอย่างใหญ่หลวง (นหม. ๘.๑-๑๒)
๒)คนของพระเจ้าตั้งแต่ระดับบนสุดลงมาจนถึงระดับล่างสุด “ถ่อมใจ” แสวงหาน้ำพระทัยของพระเจ้า
เริ่มต้นที่กษัตริย์โยสิยาห์ (ฝ่ายการเมืองและการปกครอง)ชาฟานราชเลขา ฮิลคียาห์มหาปุโรหิต(ศาสนา) และประชาชนอิสราเอลทั้งปวง
๒ พศด. ๗.๑๔ พระเจ้าได้ตรัสแก่ซาโลมอนในนิมิตและความฝัน (อ่าน) ดูเงื่อนไขแห่งพระสัญญาของพระเจ้ าที่จะเกิดการฟื้นฟูจิตวิญญาณ!
๓)ทำตามพระวจนะของพระเจ้า
“ดำเนินตามพระเจ้า และถือรักษาพระบัญญัติอย่างสุดจิตสุดใจ” (ข้อ ๓) เหมือนดังที่พระเยซูตรัสว่า “จงรักพระเจ้าด้วยสุดใจสุดจิตของท่าน และด้วยสุดความคิดของท่าน” (มธ. ๒๒.๓๗) มาระโกเพิ่ม “สุดกำลังของท่าน” (มก. ๑๒.๓๐)
คนไทยมีทัศนะว่า ทำพอแค่ผ่านหรือใช้ได้ก็พอ “แค่นี้ก็ดีถมไปแล้ว” บางคนว่า “ดีกว่านี้เขายังเอาเลย”
๔)ละทิ้งความผิดบาปทั้งปวง (๒ พกษ. ๒๓.๔-๒๐)
กษัตริย์โยสิยาห์สั่งทำลายศาสนาเทียมเท็จ พระของคนต่างชาติ ทุบท่อนไม้อาเชราห์ รูปเคาพของพระบาอัล พิธีการไหว้ดวงสว่างบนท้องฟ้า(ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาวต่างๆ) ทรงขจัดคนทรงพ่อมดหมอผีและเทราฟีม จากนั้นก็จัดให้พิธีเฉลิมฉลองปัศคาถวายแด่พระเจ้า (๒๓.๒๑)
สรุป
-การฟื้นฟูจิตวิญญาณจะเกิดขึ้น หากเราเริ่มที่ตนเองเป็นคนแรก
-ศึกษาพระคัมภีร์ ถ่อมใจลง เชื่อฟังและกระทำตามพระวจนะนั้น
-ละทิ้งความผิดบาปทั้งปวง และดำเนินกับพระเจ้าอย่างสุดจิตสุดใจ สุดกำลังและความคิด
แล้วพระพรจากสวรรค์ก็จะหลั่งไหลลงมาเป็นเราทั้งหลายซึ่งเป็นประชากรของพระองค์.








