คำนำ
สดุดีทั้งหมดเขียนในลักษณะของบทกวี ซึ่งแฝงไว้ด้วยอารมณ์ ความเชื่อ การหนุนใจ การยกย่อง สรรเสริญพระเจ้า การคร่ำครวญในความทุกข์ และการแสดงความไว้วางใจ โดยเฉพาะในสดุดีบทที่ ๙๑ มีการคร่ำครวญ การยืนยันความเชื่อ กล่าวถึงสติปัญญา และพระโอวาทของพระเจ้า
เอ บี โรดส์ กล่าวว่า นักศึกษาพระคัมภีร์ส่วนใหญ่ จัดให้พระธรรมสดุดีบทนี้อยู่ในลักษณะ “เพลงแห่งการยืนยันความเชื่อ โดยผู้มีปัญญา”
คำหนุนใจผู้เชื่อ (ข้อ ๑-๔)
หัวข้อของสดุดีตอนนี้เป็นการหนุนใจคริสเตียน คือ “พระเจ้าทรงพิทักษ์รักษาคนที่พึ่งในความรักของพระองค์” ผู้เขียนจินตนาการว่า พระเจ้าทรงเป็นเหมือนป้อมปราการ คนที่อยู่ในป้อมก็ปลอดภัย (ข้อ ๑-๒) และพระเจ้าทรงเป็นเหมือนนกอินทรี ที่กางปีกปกคนของพระองค์ได้ (ข้อ ๓-๔ และดู สดด.๑๗.๘)
พระเยซูทรงคร่ำครวญว่า อยากจะกางปีกปกเหนือกรุงเยรูซาเล็ม เหมือนแม่ไก่กางปีกปกลูกๆของมัน (มธ. ๒๓.๓๗) ลูกไก่มักจะไม่ค่อยยอมเชื่อฟัง เมื่อแม่มองเห็นเหยี่ยวบินถลาลงมา
พระเจ้าทรงเรียกคุณและอยากปกป้องคุ้มครองเมื่อทรงเห็นว่ามีอันตราย(ฝ่ายจิตวิญญาณ) เข้ามาใกล้
“องค์ผู้สูงสุด” และ “องค์ผู้ทรงมหิทธิฤทธิ์” (ข้อ ๑) ในพระคัมภีร์ฉบับ NIV ว่า The most High, The Almighty ในสมัยโบราณเป็นชื่อของพระองค์หนึ่ง และผู้เขียนได้นำมาใช้เกี่ยวกับพระเจ้าของเรา ซึ่งเป็นผู้เที่ยงแท้แต่องค์เดียว
ทรงช่วยให้พ้นอันตราย (ข้อ ๕-๑๓)
ในพระคัมภีร่ตอนนี้ ผู้เขียนกำลังกล่าวถึงอันตรายที่น่ากลัวหลายประการ
๑) ความสยดสยองในเวลากลางคืน (ข้อ ๕)
หมายถึงผวกผีต่างๆ ที่ชอบออกอาละวาดในเวลาค่ำคืน อิสยาห์เรียกพวกนี้ว่า “เมษปิศาจ” (อสย.๓๔.๑๔) คนไทยมีผีกระหังและผีกระสือ ฝรั่งก็มีผีแดร็กคิวล่าและผีดิบแฟรงเก้นสไตน์
คุณรู้แล้วใช่ไหมว่า พระเยซูคริสต์ ทรงมีฤทธิ์อำนาจเหนือผีร้ายและวิญญาณชั่วเหล่านี้
๒) ลูกธนูที่ปลิวในเวลากลางวัน (ข้อ ๕)
มีความหมายสองอยาง คือหนึ่งโรคลมแดด (สดด. ๑๒๑.๖) และสอง แผนการร้ายของคนชั่ว ที่คอยจ้องทำลายคนชอบธรรม (สดด.๑๑.๒) นอกจากนั้นยังหมายถึงลูกธนูแห่งลมปาก ที่ปลิวไปใส่ร้ายป้ายสี ความอิจฉาริษยาต่างๆ
๓) ชัยชนะโดยพระเจ้า
“ภัยนี้จะไม่มาใกล้ท่าน ขณะที่ความตายอยู่รอบข้าง” (ข้อ ๗-๑๓) พระคัมภีร์ยืนยันว่า ทูตสวรรค์จะคอยป้องกันเราไว้ “ท่านจะเหยียบสิงห์และงูเห่า” (ข้อ ๑๓) สิงห์และงูเห่าเป็นเครื่องหมายเล็งถึงมารซาตาน พระคัมภีร์บอกให้คริสเตียนต่อสู้กับศัตรูเหล่านี้ด้วยใจมั่นคงในความเชื่อ (๑ ปต. ๕.๘-๙)
พระเจ้าทรงช่วย (ข้อ ๑๔-๑๖)
พระคัมภีร์ตอนนี้ได้บอกถึงเงื่อนไขว่า “เพราะเขาผูกพันกับเราด้วยความรัก” (ข้อ ๑๔) ขอให้สังเกตว่ามีพระสัญญาของพระเจ้าอย่างน้อย ๗ ประการ
๑) เราจะช่วยกู้เขา (ข้อ ๑๔)
๒) เราจะปกป้องเขาไว้
๓) เราจะตอบเมื่อเขาร้องทูล (ข้อ ๑๕)
๔) เราจะอยู่กับเขาในยามลำบาก
๕) เราจะช่วยเขาให้พ้น และให้เกียรติเขา
๖) เราจะให้เขาอิ่มด้วยชีวิตยืนยาว (ข้อ ๑๖)
๗) เราจะสำแดงความรอดแก่เขา
สรุป
เมื่อเรามีความทุกข์ยากลำบาก ให้เราอธิษฐานต่อพระเจ้า ให้เรากล้ายืนยันความเชื่อ และยึดมั่นในพระสัญญาของพระองค์ จงตระหนักว่า พระเจ้าทรงพิทักษ์รักษาคนที่พึ่งในฤทธิ์อำนาจและความรักของพระองค์.









