ธวัช เย็นใจ
บทเพลงคร่ำครวญ
(๑) ผู้เขียน
- บทเพลงคร่ำครวญเขียนโดยผู้เผยพระวจนะเยเรมีย์ และเป็นปุโรหิต บุตรของฮิลคียาห์ บ้านอยู่ที่อนาโธท(เมืองของพวกปุโรหิต) ไม่ไกลจากกรุงเยรูซาเล็ม (ยรม. ๑.๑)
- เยรามีย์รับใช้พระเจ้านาน ๕๐ ปี ตั้งแต่ กคศ. ๖๒๕-๕๘๖ ในรัชสมัย คือกษัตริย์โยสิยาห์ เยโฮยาคิม
เยโฮอาหาส เศเดคียาห์ (ยรม. ๑.๒-๓)
- เยรามีย์เขียนบทเพลงคร่ำครวญในปี กศ. ๕๘๖ เป็นเวลาสองเดือนก่อนที่กรุงเยรูซาเล็มถูกทำลายและหลังจากนั้น
- บทกลอนของบทเพลงคร่ำครวญมีลักษณะคล้ายคลึงกับบทกวีในหนังสือเยรามีย์
(๒) เบื้องหลังเหตุการณ์
- เผยพระวจนะในช่วงเวลาที่เกิดสงครามระหว่าง ๓ มหาอำนาจ คืออัสซีเรีย อียิปต์ และบาบิโลน
คนยูดาห์ตกไปเป็นเชลยในบาบิโลน ครั้งแรกในสมัยของกษัตริย์เยโฮอาหาส (กคศ. ๖๐๕) มีดาเนียลรวมอยู่ด้วย
ตกเป็นเชลยครั้งที่ ๒ ในสมัยของกษัตริย์เยโฮยาคิม (กคศ. ๕๙๗) มีเอเสเคียลรวมอยู่ด้วย ตกเป็นเชลยครั้งที่ ๓ ในสมัยของกษัตริย์เศเดคียาห์ (กศ. ๕๘๖) กรุงเยรูซาเล็มถูกทำลาย
- คำเตือนยูดาห์ให้กลับใจเสียใหม่
๑.บทเรียนจากผ้าคาดเอว (ยรม. ๑๓.๑-๑๑)
๒.บทเรียนจากไหเหล้า (ยรม. ๑๓.๑๒-๑๔)
๓.บทเรียนจากช่างปั้นหม้อ (ยรม. ๑๘)
๔.บทเรียนจากภาชนะแตก (ยรม. ๑๙)
๕.บทเรียนจากมะเดื่อดีและเลว (ยรม. ๒๔)
๖.คำทำนายจะต้องตกเป็นเชลยในบาบิโลน ๗๐ ปี (รยม. ๒๕)
๗.บทเรียนจากแอก (ยรม. ๒๗)
๘.บทเรียนจากการซื้อที่นา (ยรม. ๓๒)
(เอเสเคียลใช้ภาพของอุจาระมาปิ้งขนมปัง อสค. ๔.๑๒ เล็งถึงความสกปรกของอิสราเอล)
- เยรามีย์แนะนำให้กษัตริย์ยูดาห์และประชาชนยอมจ่ายภาษี(ส่วย)ให้แก่บาบิโลน เพื่อจะรักษาบ้านเมืองไว้ให้ปลอดภัย แต่ถูกหาว่าเป็นพวกฝักใฝ่ศัตรู
- กษัตริย์เยโฮยาคิม(กคศ. ๖๐๕) ยอมเสียภาษีในตอนแรกและและให้บาบิโลน กวาดต้อนเชลยไปพร้อมกับเครื่องใช้บางส่วนของพระวิหารของพระเจ้า (ดนล. ๑.๒) ต่อมาภายหลังเยโฮยาคิมปฏิเสธการจ่ายภาษี เนบูคัดเนสซ่าร์กลับมาพร้อมกับกวาดต้อนเชลย ๑ หมื่นคนไปเป็นรอบที่สอง และตั้งกษัตริย์องค์ใหม่ชื่อเยโฮยาคีน
- กษัตริย์เศเดคียาห์ (กคศ. ๕๘๖) ปฏิเสธไม่ยอมจ่ายภาษี บาบิโลนจึงกลับมาครั้งที่ ๓ ทำลายกรุงเยรูซาเล็มและกวาดต้อนผู้คนไปเป็นเชลย และสิ้นสุดอาณาจักรของยูดาห์
(๓) ลักษณะบทเพลงคร่ำครวญ
- พระคัมภีร์ฉบับภาษากรีกและลาตินเริ่มต้นด้วย “เยรามีย์นั่งลงร้องไห้คร่ำครวญที่กรุงเยรูซาเล็มปรักหังพัง”
- บทเพลงคร่ำครวญเป็นประเพณีความเชื่อที่สืบทอดกันในหมู่ชาวฮีบรู
- เยรามีย์เขียนในลักษณะของการเป็นพยาน ซึ่งเห็นกับตาที่กรุงเยรูซาเล็มพังพินาศ รู้สึกเจ็บปวดในจิตใจและจิตวิญญาณ (ยรม. ๙.๑, ๑๔.๑๗-๒๒)
- จากลำดับเหตุการณ์ใน ๒ พกษ. ๒๕, ยรม. ๔๐-๔๔ คล้ายกับว่าเยรามีย์อาศัยอยู่ที่มิสปาห์
(๔) บทเพลงคร่ำครวญ
เกี่ยวข้องกับการคร่ำครวญถึงการล่มสลายของกรุงเยรูซาเล็ม โดยฝีมือของกองทัพบาบิโลน
๑. การคร่ำครวญครั้งแรก หัวข้อ “ความโศกเศร้าเพราะเยรูซาเล็ม” (บทที่ ๑)
๒. การคร่ำครวญครั้งที่ ๒ หัวข้อ “พระพิโรธของพระเจ้า” (บทที่ ๒)
๓. การคร่ำครวญครั้งที่ ๓ หัวข้อ “ความหวังยังมี” (บทที่ ๓)
๔. การคร่ำครวญครั้งที่ ๔ หัวข้อ “ผลของความผิดบาป” (บทที่ ๔)
๕. การคร่ำครวญครั้งที่ ๕ หัวข้อ “คำอธิษฐานสารภาพความผิดบาป” (บทที่ ๕)
(๕) ลักษณะของการเขียน
- ๔ บทแรกเป็นโคลงกระทู้ที่เรียงตามตัวอักษร หรือเท่ากับจำนวนตัวอักษรของยิว ๒๒ ตัว
- บทที่ ๓, ๔ ใช้ตัวอักษรฮีบรูแต่ละตัวเริ่มต้นในทุกสองข้อ
- บทที่ ๕ แม้ว่าจะมีอักษร ๒๒ ตัว แต่ไม่ได้เรียงตามตัวอักษร
จุดประสงค์เพื่อให้จดจำได้ง่าย
(๖) เนื้อหาสาระ
- เยรามีย์เป็นพยานถึงเหตุการณ์อันน่ากลัว ที่เคยเตือนล่วงหน้าเป็นเวลา ๔๐ ปีแล้ว และการพิพากษาของพระเจ้าก็เกิดขึ้นจริงๆกับชนชาติยูดาห์
- เยรามีย์แสดงความโศกเศร้า ที่เห็นยูดาห์พินาศ (บทที่ ๓.๔๙)
- ประชาชนตกเป็นเชลย แผ่นดินลูกทำลาย พระวิหารถูกเผาพังพินาศ (บทที่ ๑.๒, ๑๒, ๒.๗)
- ผู้เผยพระวจนะเท็จถูกตำหนิอย่างรุนแรง (บทที่ ๒.๑๔)
- คนที่อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มเกิดความอดอยากกันดารอาหารอย่างหนัก ต้องกินเนื้อมนุษย์ด้วยกัน (๒.๑๑-๑๒, ๔.๕-๑๐)
- ในเหตุการณ์ทั้งปวงเหล่านั้น เยรามีย์ทราบแน่ชัดว่า พระเจ้าทรงบริสุทธิ์ ชอบธรรมและซื่อสัตย์ต่อพระสัญญาของพระองค์เสมอ (๓.๒๑-๓๓)
- การอธิษฐานอ้อนวอนขอพระกรุณาธิคุณของพระเจ้า และสารภาพความผิดบาปของประชาชน (บทที่ ๕.๑-๒๒)









