gototopgototop
Get Adobe Flash player
โครงคำเทศน์
แหล่งรวมบทความ
Trendy:
Global Thaisermons



E-BOOK โครงคำเทศน์

อ่านคำเทศนาผ่าน e-book

 
 
คลิ๊ค อ่าน E-BOOK เรื่อง ทีมเวิร์ค

   บริการเช่ารถตู้-จากสมาชิก

 

 

Delicious
ค้นหาบทความ-โครงเทศน์

มนุษย์สามแบบ

๑ คร. ๒.๑๔-๓.๔

มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่งทูตสวรรค์ได้ลงมาพบกับศิษยาภิบาลไทยคนหนึ่ง และบอกข่าวดีว่า “ถ้าเจ้าอยากจะได้อะไรก็จงขอเถิด เราจะบันดาลให้สมความปรารถนา”

ศิษยาภิบาลคิดอยู่สักครู่หนึ่งแล้วบอกว่า “ผมตั้งใจว่าอยากจะไปอเมริกา แต่กลัวความสูงจึงไม่กล้านั่งเครื่องบิน ขอท่านช่วยทำถนนจากเมืองไทยไปถึงอเมริกา เพื่อผมจะขับรถไปด้วยตนเองได้”

ทูตสวรรค์ทำสีหน้างงๆ พร้อมกับพูดขึ้นว่า “เจ้ารู้ไหมว่า จากที่นี่ถึงอเมริกาต้องใช้ปูนทราย อิฐหินเท่าไหร มหาศาลเลยทีเดียว และต้องใช้เวลาก่อสร้างนานเลยล่ะ เจ้าขออะไรที่มันง่ายกว่านี้ได้ไหม?”

“งั้นผมขอเพื่อคริสตจักรก็แล้วกัน” ศิษยาภิบาลว่า “ผมขอให้สมาชิกทุกคนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายจิตวิญญาณ เพื่อผมไม่ต้องไปไล่ตามแก้ปัญหาอีก”

ทูตสวรรค์คิดอยู่ครู่หนึ่ง ลูบคางและโคลงหัวไปมาแล้วพูดขึ้นว่า “เอาล่ะ...เป็นอันว่าเจ้าต้องการถนนแบบไหน แบบซุปเปอร์ไฮเวย์หรือราดยางธรรมดา เอากี่เลนบอกมาได้เลย เราจะก่อสร้างเดียวนี้แหละ”

ศิษยาภิบาล “???!!”

นี่เป็นเพียงเรื่องเล่าสู่กันฟังสนุกๆเท่านี้ แต่แฝงความจริงอยู่บ้าง โดยเฉพาะเมื่อเราศึกษาดูในพระคัมภีร์ตอนที่ผ่านมา มีการแบ่งผู้คนออกเป็นหลายจำพวก พวกแรกคือชาวกรีกซึ่งชอบใช้สติปัญญา เรียกพวกนี้ว่าลัทธินอสติค (Gnostic) พวกที่สองคือชาวยิว ที่ฝักใฝ่อยู่กับนิมิต ความฝันและการอัศจรรย์ต่างๆ และพวกที่สามคือคริสเตียน ที่ชอบพูดถึงแต่เรื่องพระเยซูซึ่งถูกตรึงที่ไม้กางเขนเพื่อไถ่โทษบาปมวลมนุษย์

ในพระคัมภีร์ตอนนี้ เปาโลกำลังกล่าวถึงมนุษย์ ๓ จำพวกในสายพระเนตรของพระเจ้า

มนุษย์ธรรมดา

“แต่มนุษย์ธรรมดาจะรับสิ่งซึ่งเป็นของพระวิญญาณแห่งพระเจ้าไม่ได้ เพราะเขาเห็นว่าเป็นสิ่งโง่เขลา เพราะเขาไม่สามารถเข้าใจได้ เพราะว่าจะเข้าใจสิ่งหล่านั้นได้ ต้องสังเกตด้วยวิญญาณ” (๒.๑๔)

มนุษย์ธรรมดา ในภาษากรีกใช้คำว่า psuchikos (ซูซิคอส) หมายถึงคนทั่วไปที่ไม่เชื่อในพระเจ้า เขาไม่ได้รับความรอดหรือมีประสบการณ์บังเกิดใหม่ ยังเป็นคนผิดบาปที่จิตวิญญาณต้องพินาศในบึงไฟนรก พระคัมภีร์บอกว่า “รับสิ่งที่เป็นของฝ่ายจิตวิญญาณไม่ได้”

เคยเห็นตัวหนอนหรือดักแด้ที่ติดอยู่กับต้นไม้ มันมองไม่เห็นว่าการเป็นผีเสื้อนั้นมันสวยงามและการได้บินขึ้นไปในท้องฟ้าและดูดน้ำหวานจากเกสรดอกไม้มันวิเศษขนาดไหน เหมือนชีวิตของมนุษย์เราจำนวนมากที่หมกมุ่นอยู่กับการกินดื่ม คร่ำเครียดอยู่กับการทำงาน เขาไม่รู้หรอกว่าชีวิตใหม่และสันติสุขในพระเยซูคริสต์นั้นช่างแตกต่างราวฟ้ากับดิน

เปาโลบอกว่า “อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนไหม่” (รม.๑๒.๒) ในภาษาเดิมมีความหมายว่า ตัวหนอนหรือดักแด้(ที่น่าเกลียด) ได้เปลี่ยนเป็นผีเสื้ออันสวยงาม

หลายปีมาแล้ว ผมมีโอกาสขจึ้นไปสอนพระคัมภีร์แก่พี่น้องคริสเตียนชาวเขาบนดอยสูง ได้ยินผู้นำสอนให้ประชุมร้องเพลงว่า “โน่นทะเลแสนงาม น้ำเขียวครามสดใส มองเห็นเรือใบ แล่นอยู่ในทะเล” ฟังแล้วเป็นเรื่องตลกมาก เพราะคนที่นั่นไม่มีใครเคยไปเห็นทะเลมาก่อน จนกระทั่งสามปีต่อมาผมได้จัดประชุมใหญ่ที่ชะอำ จึงเชิญผู้นำชาวเขาบางคนไปร่วมด้วย ทันทีที่รถจอดที่ชายหาด พวกเขารีบวิ่งลงไป ยืนมองทะเลด้วยความตกตะลึงแล้วอุทานว่า “โอ้โฮ...โอ้โฮ ทำไมมันกว้างใหญ่ไพศาลขนาดนี้”

ประการต่อมา มนุษย์ธรรมดาเห็นว่าเรื่องฝ่ายจิตวิญญาณเป็นสิ่งโง่เขลา พระคัมภีร์กล่าวว่า “คนทั้งหลายที่กำลังจะพินาศ เห็นว่ากางเขนเป็นเรื่องโง่” (๑.๑๘) ในความคิดของพวกเขาคือ การที่ชายคนหนึ่งมาเกิดในรางหญ้า ดำเนินชีวิตอย่างสมถะ สอนเรื่องแผ่นดินของพระเจ้าด้วยความอ่อนน้อมถ่อมใจ ตอนท้ายถูกจับทรมานและถูกประการชีวิตบนไม้กางเขนเยี่ยงโจรที่ชั่วร้าย นี่เป็นเรื่องโง่เขลาเบาปัญญาและไร้สาระจริงๆ

มีเรื่องเล่าพ่อคนหนึ่งที่ไม่เชื่อพระเจ้า สอนให้ลูกชายเขียนคำว่า “ God is nowhere” (พระเจ้า

อยู่ที่ไหนล่ะ?) แต่ลูกชายกลับเขียนเป็น  “God is now here” (พระเจ้าอยู่ที่นี่) อีกเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส มีคนมือบอนเขียนไว้ที่กำแพงตึกว่า “พระเจ้าตายเสียแล้ว ลงชือ นิชเซ่” ต่อมานิชเซ่ได้ประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิต มีคนมาเขียนต่อท้ายว่า “นิชเซ่ตายแล้ว ลงชื่อ พระเจ้า”

มนุษย์ฝ่าวิญญาณ

“แต่มนุษย์ฝ่ายวิญญาณวิจัยสิ่งสารพัดได้ แต่ไม่มีผู้ใดวิจัยคนนั้นได้ เพราะว่าใครเล่าจะรู้จักน้ำพระทัยของพระเจ้า เพื่อจะแนะนำสั่งสอนพระองค์ได้ แต่เรามีพระทัยของพระคริสต์” (๒.๑๕-๑๖)

“มนุษย์ฝ่ายวิญญาณ” (pneumatikos  - นิวมาติคอส) คือคนที่ได้กลับใจใหม่ สารภาพความผิดบาปต้อนรับพระเยซูเป็นผู้ช่วยให้รอด และมีชีวิตที่บังเกิดใหม่แล้ว เขาดำเนินชีวิตตามการทรงนำของพระเจ้าประกอบไปด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ติดสนิทในการอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ สามัคคีธรรมกับพี่น้องคริสเตียนในโบสถ์ และมีชีวิตที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง

เปาโลได้บอกแก่ผู้เชื่อชาวเมืองเอเฟซัสว่า พวกเขาเป็นคนที่เรียนรู้เรื่องราวของพระเยซูคริสต์แล้ว และได้ละทิ้งวิถีชีวิตเก่า(ความผิดบาป)นั้นเสียทั้งหมด จิตวิญญาณของพวกเขาได้รับการเปลี่ยนแปลงใหม่ซึ่ง “ทรงสร้างขึ้นไหม่ตามแบบอย่างของพระเจ้าในความชอบธรรมและความบริสุทธิ์” (อฟ. ๔.๒๑-๒๔)

ยิ่งไปกว่านั้น ท่านได้กล่าวกับคริสเตียนชาวโรมันในโรม ๑๒.๑-๒ โดยขอให้พวกเขาถวายตัวเป็นเครื่องบูชาอันบริสุทธิ์แด่พระเจ้า ซึ่งเป็นการนมัสการด้วยจิตวิญญาณ พวกเขาได้รับฐานะเป็นชาวสวรรค์แล้ว และจะต้องไม่ดำเนินชีวิตเลียนแบบชาวโลกอีกต่อไป

คำว่า “อย่าประพฤติตามอย่างาคนยุคนี้” มีความหมายว่า การใส่เสื้อผ้าที่คับติ้ว ซึ่งมันไม่พอดีกับตัว(ดังผู้หญิงสาวสมัยใหม่ชอบใส่เสื้อผ้ารับรูปจนเกินไป) แต่ก็ยังพยายามจะใส่มันอยู่ ทำให้คนสวมรู้สึกอึดอัด และดูน่าเกลียดแก่ผู้พบเห็นด้วย

ลักษณะของมนุษย์ฝ่ายวิญญาณคือ ประการแรก สามารถวิจัยสิ่งสารพัดได้ หมายถึงมีความรู้และความเข้าใจลึกซึ้งในฝ่ายจิตวิญญาณ ประการที่สอง ภายในชีวิตมีจิตใจแบบพระเจ้า “แต่เรามีพระทัยของพระคริสต์” (ข้อ ๑๖)

คนที่ไม่ค่อยมาควมเข้าใจอะไรฝ่ายจิตวิญาณ เป็นพวกที่สอนยากมาก เวลาอ่านพระคัมภีร์ก็ตีความหมายผิดๆถูกๆและเอาไปใช้อย่างไม่ถูกต้อง ก่อให้เกิดปัญหามากกว่าประโยชน์ เช่น มีเรื่องเล่าว่า ในชั้นเรียน ป. ๓ ครูได้เอาตัวพยาธิเป็นๆตัวหนึ่งใส่ลงไปในแก้วเหล้า พยาธิดิ้นกระแด่วๆแล้วก็ตาย ครูจึงถามว่า “เรื่องนี้สอนอะไรแก่นักเรียานบ้าง?” เด็กชายเอกลุกขึ้นตอบวา “กินเหล้าแล้วฆ่าพยาธิตายครับ”

คริสเตียนที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายวิญญาณก็เป็นแบบเด็กชายคนนี้เหมือนกัน

มนุษย์ฝ่ายเนื้อหนัง

“พี่น้องทั้งหลาย ข้าพเจ้าไม่อาจพูดกับท่านเหมือนพูดกับผู้ที่อยู่ฝ่ายวิญญาณแล้วได้ แต่ต้องพูดกับท่านเหมือนกับคนที่อยู่ฝ่ายเนื้อหนัง เหมือนกับท่านเป็นทารกในพระคริสต์” (๓.๑)

มนุษย์ฝ่ายเนื้อหนัง (sarchikos – ชาร์คิดคอส) คือ คนที่เป็นคริสเตียนแล้ว แต่แคระแกรนไม่เจริญเติบโตฝ่ายจิตวิญญาณ พระคัมภีร์เรียกคนชนิดนี้ว่า “ทารกในพระคริสต์” บางคนเรียกว่า “คริสเตียนบอนไซ” (ไม้ดัดชนิดหนึ่ง มีต้นเล็กๆสวยงาม มีทุกอย่างเหมือนต้นไม้ใหญ่ แต่แคระแกรน ต้องอยู่ในกระถ่างเล็กๆตลอดเวลาและไม่มีประโยชน์อะไรในการใช้สอย)

เปาโลได้บอกถึงลักษณะของคริสเตียนฝ่ายเนื้อหนังดังนี้ ประการแรก กินอาหารแข็งไม่ได้ “ข้าพเจ้าเลี้ยงท่านด้วยน้ำนมมิใช่อาหารแข็ง” (ข้อ ๒) อาหารแข็งคือคำสอนที่สูงและยากขึ้นไป ส่วนน้ำนมคือความรู้พื้นฐานแบบง่ายๆ เหมือนผู้กลับใจเชื่อใหม่ๆ

ประการต่อมา คริสเตียนฝ่ายเนื้อหนังมีความอิจฉาริษยากัน (Zeios – เร่าร้อนด้วยตัณหา) ไม่พอใจเมื่อเห็นคนอื่นได้ดี ขัดเคืองใจกันและแบ่งเป็นพรรคเป็นพวก (ข้อ ๔) ช่วงชิงอำนาจและพยายามรักษาผลประโยชน์ของตนไว้อย่างเหนียวแน่น

สมัยที่เป็นเด็ก ในตอนกลางคืนผมกับเพื่อนชอบออกไปหาจับจิ้งหรีด เอาเฉพาะตัวผู้มาเลี้ยงไว้ในขวด ตอนกลางวันก็เอาออกมาใส่รางดิน แล้วใช้ไม้เล็กๆปั่นที่หัวและหนวดของมัน ทำให้จิ้งหรีดโกรธและกระโดดเข้ากัดกัน มารซาตานก็ทำวิธีนี้กับพวกคริสเตียนเช่นกัน มันจะปั่นหัวเราให้ขัดเคือง ไม่พอใจและโกรธ แล้วกระโดดเข้าต่อสู้กับพี่น้องคริสเตียนกันเอง ส่วนมารซาตานก็จะนั่งดูด้วยความขบขันและสะใจ

เปาโลเตือนคริสเตียนในกรุงโรมว่า “อย่าจัดเตรียมอะไรไว้บำรุงบำเรอตัณหาของเนื้อหนัง” (กท. ๑๓.๔)

นักศาสนศาสตร์ชื่อ Warren W. Wiersbe ได้กล่าวถึงลักษณะของคริสเตียนที่ไม่เป็นผู้ใหญ่ฝ่ายจาตวิญญาณไว้ในหนังสือ Be Wise โดยอ้างจากฮีบรู ๕.๑๑-๑๔ ดังนี้ อย่างแรก เขาเป็นคนหูตึงต่อพระวจนะ เขาอาจจะรับฟังแต่ไม่ยอมปฏิบัติตาม เบื่อหน่ายต่อคำสอนและคำเทศนา อย่างที่สอง เขาไม่สามารถที่จะแบ่งปันอะไร(ข่าวประเสริฐ)ให้แก่คนอื่นได้ อย่างที่สาม เขาต้องกินพระวจนะแบบทารก คือต้องเคี้ยวก่อนแล้วค่อยป้อนให้อาจกล่าวได้ว่า เขาเป็นคนที่ “อยู่ระหว่าง” คือยู่ระหว่างอียิปต์กับคะนาอัน หรืออยู่ระหว่างวันศุกร์ประเสริฐกับเช้าวันอิสเตอร์

สรุป คุณและผมต้องถามตนเองเวลานี้ว่า “ข้าพเจ้าเป็นมนุษย์แบบไหน?” เป็นมนุษย์ธรรมดา มนุษย์ฝ่ายเนื้อหนัง หรือเป็นมนุษย์ฝ่ายวิญญาณ ถ้าเป็นประเภทที่หนึ่งและที่สองจะต้องมีการกลับใจและเริ่มต้นใหม่กับพระเยซูคริสต์ แต่ถ้าเป็นประเภทที่สามก็ขอให้เราขอบพระคุณพระเจ้า ให้มีความเจริญรุ่งเรือง รับพระพรและเป็นพระพรแก่คนอื่นมากขึ้น.

 
001
002
003
004
005
007
008
009
010
011
News Plus Date
ถอดโซ่ตรวนนักโทษ
17 May 2013
ถอดโซ่ตรวนนักโทษ เสรีภาพที่แท้จริงหรือ?                                                                                                            ข่าวที่น่ายินดีอย่างยิ่งในช่วงนี้ก็คือ นักโทษคดีอุจฉกรรจ์ตาม             เรือนจำต่างๆในประเทศไทย ได้รับการถอดโซ่ตรวนออกจาก             ขาแล้ว เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา ถือเป็น             การตอบสนองต่อมติขององค์การสหประชาชาติ...
ข้อเขียน ชวนคิด
มีเรื่องจริงเล่าว่า วันหนึ่งนักบินกับช่างเครื่องได้นำเครื่องบินออกทดสอบ ขณะที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังมาจากเพดานเหนือศีรษะ ซึ่งเต็มไปด้วยสายไฟ สันนิษฐานว่าน่าจะมีหนูแอบเข้ามาและกำลังกัดแทะสายไฟ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็นับว่าอันตรายมาก นักบินจึงบังคับเครื่องให้บินสูงขึ้นไป จนถึงระดับ ๒ หมื่นฟุต และเมื่อร่อนกลับลงมายังรันเวย์และเปิดดูบริเวณเหนือศีรษะ ก็พบว่ามีหนูสองตัวนอนตายอยู่ที่นั่น เนื่องจากมันทนต่อความกดอากาศไม่ไหว คิดอีกที : เมื่อเรามีปัญหาที่แก้ไม่ตก มีวิธีหนึ่งที่จะสามารถแก้ไขได้คือ “บินสูงขึ้นไป” นำภาระปัญหาเหล่านั้นเข้าไปเฝ้าพระเจ้า
PTT Oil Price
World Time Clock

 

 หนังสือ-วรรณกรรม

หนังสือ-วรรณกรรมเขียนโดยอ.ธวัช เย็นใจ

 

Tawat Yenjai