พระธรรมเอสรา
ธวัช เย็นใจ
คำนำ
เอสรา(Ezra)เป็นผู้เขียนพระธรรมเล่มนี้ เขาได้รับการขนานนามว่า “เอสราผู้เป็นปุโรหิต ผู้เป็นธรรมาจารย์ ผู้เรียนรู้ในเรื่องราวธรรมบัญัติของพระเจ้า” (๗.๑๑) เขียนขึ้นในราวปี กคศ. ๕๔๐ จุดประสงค์เพื่อบันทึกถึงความซื่อสัตย์เที่ยงธรรมของพระองค์ ที่ได้ทรงรักษาคำมั่นสัญญาว่าจะนำพวกยิวกลับมาจากการเป็นทาสของบาบิโลน มาสู่กรุงเยรูซาเล็ม เพื่อบูรณะประเทศชาติขึ้นใหม่
ชื่อของเอสราเป็นภาษาฮีบรูมีความหมายว่า “ช่วยเหลือ” (help คุณบุญช่วย) หนังสือเอสราครอบคลุมระยะเวลาราว ๘๐ ปี ยกเว้นในบทที่ ๗และ๘ ไม่มีการบันทึกเรื่องราวในประวัติศาสตร์เป็นเวลานาน เรื่องสำคัญคือ “การสร้างพระวิหารขึ้นใหม่”
บทที่ ๑-๖ พวกยิวได้กลับจากบาบิโลนถึงเยรูซาเล็ม ภายใต้การนำของเศรุบาเบล
บทที่ ๗-๑๐ คนอิสราเอลกลับมาอีกชุดหนึ่ง ภายใต้การนำของเอสรา
ปีที่ยิวคืนถิ่น
ปี กคศ. ๕๓๘ พระราชาไซรัสมีพระราชโองการให้พวกยิวกลับบ้านเกิดเมืองนอน
ปี กคศ. ๕๓๗ เศรุบบาเบลนำช่าวยิวจำนวน ๕ หมื่นคนกลับไปยังกรุงเยรูซาเล็ม
ปี กคศ. ๕๓๖ พวกยิวได้สร้างแท่นบูชาขึ้นใหม่
ปี กคศ. ๕๓๕ ได้เริ่มก่อสร้างพระวิหาร และต่อมาได้ชะงักลง
ปี กคศ. ๕๒๐ พระราชาดาริอัสที่ ๑ ได้ยืนยันประกาศิตของพระราชไซรัส ว่าจะช่วยสร้างพระวิหาร และผู้เผยพระวจนะฮักกัยได้เริ่มต้นรับใช้พระเจ้า
ปี กคศ. ๕๑๖ การสร้างพระวิหารเสร็จและมีพิธีถวายพระวิหาร
ปี กคศ. ๔๕๘ พวกยิวชุดที่สอง เดินทางกลับจากเป็นเชลย ภายใต้การนำของเอสรา
ลำดับเหตุการณ์
๑.รัชกาลของไซรัสกษัตริย์แห่งเปอร์เซีย กคศ. ๕๓๙-๕๓๐
เอสราบทที่ ๑-๔ ไซรัสมีพระราชโองการปล่อยพวกยิวกลับคืนสู่บ้านเกิดเมืองนอน มีผู้นำอย่างน้อย ๔ คนคือ เศรุบบาเบล โยชูวา ฮักกัยและเศคาริยาห์ เมื่อพกวเขากลับมาก็เริ่มก่อสร้างพระวิหารที่ทรุดโฌทามนั้นขึ้นใหม่ แต่ต่อมาไม่นานก็ก็ต้องหยุดชะงักไปเป็นเวลา ๙ ปี
๒.รัชกาลของกษัตริย์ดาริอัส กคศ. ๕๒๑-๔๘๖
เอสราบทที่ ๔-๖ ภายใต้การนำของผู้เผยพระวจนะฮักกัยและเศคาริยาห์ ได้หนุนใจให้พวกยิวก่อสร้างพระวิหารที่ค้างคานั้นให้เสร็จสิ้น
๓.รัชกาลของกษัตริย์เซอร์ซีส(อาหสุเอรัส) กคศ. ๔๘๖-๔๖๕
เอสเธอร์ ๗-๑๐ เป็นช่วงเวลาที่คนยิวต้องถูกกดขี่ข่มเหงอีกครั้งโดยชาวเปอร์เซีย มีการออกกฎหมายเพื่อฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ พระเจ้าทรงส่งสองคนมาคือเอสเธอร์และโมรเดคัย เพื่อช่วยกอบกู้ประชากรของพระองค์ และมีเทศกาลปูริมเพื่อระลึกถึงการช่วยเหลือของพระเจ้า ให้พวกเขาพ้นจากเงื้อมมือของศัตรู
๔.รัชกาลของอารทาเซอร์ซีส กคศ. ๔๖๕-๔๒๓
เอสราบทที่ ๗-๑๐ พวกยิวกลุ่มที่สองกลับจากเป็นเชลยในบาบิโลน ภายใต้การนำของเอสรา และกลุ่มที่สามกลับมาภายใต้การนำของเนหะมีย์และมาลาคี ผู้รับใช้ของพระเจ้าในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ได้แก่เอสรา เนหะมีย์ และมาลาคี
ชนชาติอิสราเอลกลับคืนถิ่น
เนบูคัดเนสซ่าร์แห่งบาบิโลนได้ยกกองทัพเข้าโจมตีแผ่นดินทางเหนือ และจับผู้คนไปเป็นเชลย ต่อมาดูเหมือนว่าพวกเขาสาบสูญไป แต่จริงๆแล้วมีคนอิสราเอลจำนวนมากได้รวมเข้ากับเชลยจากแผ่นดินยูดาห์ และเดินทางกลับคืนสู่บ้านเกิดเมืองนอน (อสร. ๖.๑๗, ๗.๗ ศคย. ๑.๑๙, ๘.๑๓, ๑๐.๘)
พระคัมภีร์ใหม่ได้กล่าวถึงคนยิวทุกๆเผ่าจะอยู่รวมกัน (ลก. ๒.๓๖, มธ. ๑๐.๖, กจ. ๒๖.๖-๗, ยก. ๑.๑) และคนเหล่านี้ทั้ง ๑๒ เผ่าจะอยู่ในช่วงสุดท้ายของการกลับคืนมาครั้งใหญ่ (อสค. ๓๖.๒๒-๓๒, ๓๗.๑-๒๒)
เนื้อหาสาระ
๑.คำประกาศของพระราชาไซรัส (บทที่ ๑)
พระเจ้าทรงสามารถใช้คนที่ไม่เชื่อให้เป็นประโยชน์สำหรับพระราชกิจของพระองค์ได้
๒.การกลับคืนสู่ประเทศอิสราเอล (บทที่ ๒)
พวกเขาจำนวน ๕ หมื่นคนยอมเสียสละความสะดวกสบาย และเดินทางกลับมาบูรณะกรุงเยรูซาเล็ม และร่วมทุกร่วมสุขกับคนของพระเจ้า
๓.การสร้างแท่นบูชาและพระวิหารขึ้นใหม่ (บทที่ ๓)
หนึ่ง การสร้างแท่นบูชาที่ปรักหักพังขึ้น (แท่นบูชาในชีวิตคริสเตียน คือการอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ การถวายและนมัสการพระเจ้า ยน. ๔.๒๔)
สอง รื้อซากอิฐหินปูนและสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ออกไป (รื้อสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ในชีวิตคริสเตียนออกไป)
สาม วางรากพระวิหารใหม่ รากฐานแห่งชีวิตคริสเตียนคือพระเยซูคริสต์ (๑ คร. ๓.๑๑) เมื่อท่านได้วางรากลงอย่างมั่นคงในความเชื่อ (อฟ. ๓.๑๗) รากฐานคือคริสตจักรของพระเจ้าผู้ดำรงพระชนม์อยู่ (๑ ทธ. ๓.๑๕)
๔.ปฏิปักษ์ยับยั้งงานของพระเจ้า (บทที่ ๔)
ทำให้พวกยิวมีความหวาดกลัว ทำให้งานก่อสร้างหยุดชะงักไป ๑๕ ปี
๕.พวกยิวลงมือก่อสร้างพระวิหารอีกครั้ง และเสร็จสมบูรณ์ (บทที่ ๕-๖)
๖.เอสราทำการฟื้นฟูจิตวิญญาณ (บทที่ ๗-๙)
เอสราได้นำคนยิว ๑๕๐๐ คนกลับจากบาบิโลน (๑) ท่านมาพร้อมกับนำสิ่งของมาถวายแด่พระเจ้า (๒)เพื่อช่วยเหลือประชาชน (๓) สอนพระวจนะของพระเจ้า มีการลงโทษผู้ทำผิดบาป นำประชากรกลับมาหาพระเจ้าอีกครั้ง
สรุป









