คริสตจักรของพระเจ้า 1
คริสตจักรของพระเจ้า
๑ คร. ๑.๑-๓
ในราวปี คศ. ๕๓ เปาโลได้เดินทางไปประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์เป็นเที่ยวที่สอง ท่านไปถึงเมืองเธสะโลนิกา เปโรอา เอเธนส์และไปถึงเมืองโครินธ์ ที่เมืองนี้เองท่านได้พบกับคริสเตียนครอบครัวหนึ่ง คืออควิลลากับปริศสิลลา มีอาชีพเป็นช่างทำหนัง ซึ่งลี้ภัยมาจากกรุงโรมเพราะถูกข่มเหงทางด้านศาสนา ทั้งสองมีใจรักพระเจ้าและร้อนรนในการประกาศข่าวแห่งความรอด เปาโลจึงได้อาศัยอยู่กับครอบครัวนี้เป็นเวลานานถึง ๑๘ เดือน และได้ทำการเผยแพร่พระวจขนะของพระเจ้า “เปาโลได้สนทนาธรรมในธรรมศาลาทุกวันสะบาโต ได้ชักชวนพวกยิวและพวกกรีกให้เชื่อ” (กจ. ๑๘.๔)
เวลาผ่านไปสามปีมีผู้คนรับเชื่อเพิ่มขึ้น และคริสตจักรโครินธ์ก็ได้เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นลำดับ สิ่งหนึ่งที่มาพร้อมกันคือปัญหาและความขัดแย้งในกลุ่มพี่น้องคริสเตียน จนบางคนต้องเขียนจดหมายไปถึงเปาโลเพื่อขอคำแนะนำ และท่านก็ได้ตอบจดหมายฉบับนั้น (๑ คร. ๕.๙) เป็นจดหมายก่อนหน้าฉบับนี้ ซึ่งคาดว่าได้สูญหายไปแล้ว
พระธรรม ๑ โครินธ์ เป็นภาพคริสตจักรของพระเจ้า ที่อยู่ในโลกนี้ตามความเป็นจริง ซึ่งยังไม่บริสุทธิ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ และตกอยู่ในวังวนของความขัดแย้งและความผิดบาปบางประการ เช่น
ปัญหาความแตกแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า
ปัญหาทางด้านผิดศีลธรรม(ล่วงประเวณี)
ปัญหาที่คริสเตียนเป็นคดีความกันจนต้องฟ้องร้องถึงโรงถึงศาล
ปัญหาการรับประทานอาหารที่ถวายบูชาแก่รูปเคารพ
ปัญหาการถือพิธีมหาสนิทอย่างไม่ถวายเกียรติแด่พระเจ้า
ปัญหาอัครสาวกจริงหรือปลอม
ปัญหาการสมรสหรืออยู่เป็นโสด
ปัญหาการใช้ของพระทานอย่างฟุ่มเฟือย เช่น การพูดภาษาแปลกๆ
ความไร้ระเบียบของที่ประชุมนมัสการพระเจ้า
ปัญหาสตรีในคริสตจักร
และปัญหาในวาระสุดท้ายเมื่อคริสเตียนถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตาย
วิลเลี่ยม บาร์เล่ย์ นักศาสนศาสตร์ที่มีชื่อเสียงได้กล่าวถึงคริสตจักรโครินธ์ไว้ในหนังสือชื่อ “หันมาหาพระเจ้า” ว่า “ยากที่จะหาเมืองใดในโลกนี้ที่เลวร้ายกว่าเมืองโครินธ์ มีคำกล่าวว่า korinthiazesthai ที่บ่งบอกถึงความขี้เหล้าเมายาและเสื่อมทรามทางด้านศีลธรรมอย่างสุดขีด”
ชีวิตของอัครทูตเปาโล
“เปาโล (ซึ่งพระเจ้าทรงเรียกให้เป็นอัครทูตของพระคริสต์ ตามน้ำพระทัยของพระองค์ และโสสเธเนสผู้เป็นพี่น้องของเรา” (ข้อ ๑) นี่เป็นการเริ่มต้นจดหมายแบบฉบับของชาวกรีกสมัยนั้น โดยเปาโลเริ่มต้นแนะนำตนเองและทีมงานแก่ผู้รับจดหมาย (คริสเตียนโครินธ์) เป็นอันดับแรก
เปาโล (Paul ภาษากรีกว่า Paulus – พอลลัส) ชื่อนี้แปลว่า เล็กน้อย หรือต่ำต้อย อาจเป็นไปได้ว่าท่านเป็นคนตัวเล็ก หรือเป็นการแสดงถึงความถ่อมใจ และมีความรู้สึกเหมือนกับยอห์น(ผู้ให้บัพติสมา)ที่บอกว่า “พระเยซูคริสต์ต้องยิ่งใหญ่ขึ้น ส่วนข้าพเจ้าต้องด้อยลง” (ยน. ๓.๓๐)
ยิ่งเปาโลเป็นคริสเตียนนานเท่าใด ก็ยิ่งถ่อมตนลงมากเท่านั้น ท่านกล่าวเมื่อคราวเขียนจดหมายไปถึงชาวเอเฟซัสว่า “ข้าพเจ้าเป็นคนเล็กน้อยกว่าคนเล็กน้อยที่สุดในพวกธรรมิกชน” (อฟ. ๓.๘) แต่พวกเราหลายคนตรงกันข้าม ยิ่งเป็นคริสเตียนนานเท่าใด ก็ยิ่งใหญ่มากขึ้นเท่านั้น
ผมรู้สึกเป็นห่วงเป็นใยอย่างยิ่งเมื่อได้ยินข่าวบ่อยๆว่า ผู้นำคริสตจักรไทยบางคนติดอยู่กับชื่อและตำแหน่ง หากใครไม่เรียกเขาด้วยคำนำหน้าว่าท่านอาจารย์หรือศาสนาจารย์ หรือดอกเตอร์ ก็จะรู้สึกไม่พอใจและแทบจะไม่มองหน้าด้วยซ้ำ
ผู้ซึ่งพระเจ้าทรงเรียก (kletos) คำนี้แปลอีกอย่างหนึ่งว่า “ได้รับการเชื้อเชิญมาให้ทำบางสิ่งบางอย่างเป็นพิเศษ” ประการแรก พระเจ้าทรงเรียกเปาโล(และพวกเราทุกคน)มาเพื่อให้รับความรอด ประการที่สอง ทรงเรียกมาเพื่อสำหรับพระกิตติคุณ “ทรงเรียกให้เป็นธรรมิกชนด้วยกันกับคนทั้งปวงในทุกตำบล” (ข้อ ๒) ประการที่สาม ทรงเรียกมาเพื่อให้เป็นอัครทูต (รม. ๑.๑)
ในพระคัมภีร์เราพบว่า พระเจ้าทรงเรียกบางคนให้เป็นผู้รับใช้ของพระองค์ เช่น อับราฮัม โมเสส ดาวิด กิเดโอน เปาโล เปโตร และคนอื่นๆมีคำถามที่น่าสนใจว่า พระเจ้าทรงเรียกทุกคนไหม? แน่นอน แต่มีคนไม่มากนักที่ตอบสนองพระประสงค์ของพระองค์ ดังที่พระเยซูคริสต์ได้ตรัสคำอุปมาเรื่อง “งานเลี้ยงใหญ่” มีหลายคนได้รับบัตรเชิญ แต่พวกเขาปฏิเสธเนื่องจากเห็นว่ามีสิ่งอื่นที่สำคัญกว่า ตอนท้ายพระองค์ตรัสว่า “ด้วยผู้รับเชิญก็มาก แต่ผู้ทรงเลือกก็น้อย” (มธ. ๒๒.๑๔)
จำเรื่องราวของอิสยาห์ได้ไหม? หลังจากที่ท่านได้รับการชำระชีวิตให้บริสุทธิ์แล้ว พระเจ้าตรัสถามว่า เราจะใช้ผู้ใดไป และใครจะไปแทนเรา?” อิสยาห์ทูลตอบโดยไม่รอช้าว่า “ข้าพระองค์อยู่ที่นี่ ขอทรงใช้ข้าพระองค์ไปเถิด” (ดู อสย. ๖.๑-๘) วันนี้พระเจ้าเรียกคุณเช่นเดียวกัน และคุณจะตอบพระองค์ว่าอย่างไร?
เป็นอัครทูต (apostolos – อพอสโตลอส) พระคัมภีร์บางฉบับแปลว่า “อัครสาวก” หมายถึงเป็นตัวแทนหรือผู้สื่อสาร ผู้ที่ถูกส่งออกไปประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซู คนที่จะเป็นอัครทูตได้จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
ประการแรก ต้องเป็นคนที่เคยเห็นพระเยซูคริสต์
ประการที่สอง ต้องยืนยันการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์
เปาโลมีคุณสมบัติเป็นอัครทูต เพราะท่านได้พบกับพระเยซูชนิดหน้าต่อหน้าบนถนนไปยังเมืองดามัสกัส (กจ. ๙) และท่านได้ยืนยันถึงการทรงพระชนม์อยู่ของพระองค์ตลอดมา
ตามน้ำพระทัย (thelema – เทาเลม่า : ตามพระประสงค์) ใครจะเข้ามา รับหน้าที่ปรนนิบัติรับใช้ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของตนเอง เปาโลยืนยันว่าท่านมาเป็นอัครทูตตามน้ำพระทัยของพระเจ้า พระเยซูคริสต์ว่ามนุษย์ไม่ได้เลือกพระเจ้า แต่พระเจ้าทรงเป็นฝ่ายเลือกมนุษย์ และได้แต่งตั้งไว้เพื่อให้ไปเกิดผลอย่างเต็มที่ และเป็นการเกิดผลที่ยั่งยืน (ยน. ๑๕.๑๖)
พระเจ้าทรงเลือกตามน้ำพระทัย ตั้งแต่ครั้งที่เปาโลยังอยู่ในครรภ์ของมารดา (กท. ๑.๑๕) เป้าหมายคือให้ท่านออกไปประกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์แก่คนต่างชาติ (กจ. ๙.๑๕, ๒๒.๑๒๖.๑๘) พระเจ้าทรงเลือกพวกเราให้มาเป็นคริสเตียน ด้วยจุดประสงค์เดียวกันนี้ ดังนั้น ขอให้เราดำเนินชีวิตให้สมกับที่เป็นคนของพระองค์(อฟ. ๕.๓)








