อาจารย์ตุ๊ด สมาชิกแต๋ว! โดยธวัช เย็นใจ
ตอนแรกคิดจะตั้งชื่อบทความนี้ว่า “ศาสนาจารย์ตุ๊ด ศิษยาภิบาลแต๋ว” หรืออาจารย์แต๋ว ผู้รับใช้ตุ๊ด” ก็เกรงจะมีคนเอาไปตะแบงว่า ผมเจตนาจะไปเหยียบหัวแม่เท้าของผู้สูงส่งคนใดคนหนึ่งในวงการคริสตจักรไทย ตอนนี้ต้องระมัดระวังครับ เขียนอะไรไป ดีไม่ดีจะถูกขับไล่จนไม่มีที่จะยืนและไม่มีแผ่นดินจะอาศัย จนอาจต้องระเหเร่ร่อนไปอาศัยประเทศอื่นเขาอยู่ ซึ่งนั่นจะเป็นเรื่องลำบากลำบนสำหรับคนแก่ๆอย่างผมเป็นอย่างมากเลยเชียว! วันหนึ่งผมไปสอนอนุชนที่แค้มป์แห่งหนึ่ง ในเรื่องการเลือกคู่ครอง และบอกพวกเขาว่า พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้มีเพียงสองเพศเท่านั้นคือชายกับหญิง และมีพระประสงค์ให้แต่งงานกัน จนมีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ในตอนท้ายมีอนุชนคนหนึ่งถามว่า “แล้วพวกเพศที่สามมาจากไหน?” ขณะที่ผมกำลังพลิกหาคำตอบจากพระคัมภีร์อยู่นั้น ก็มีชายคนหนึ่งตอบแทนผมว่า “เพศที่สามนั้นพระเจ้าทรงสร้างโดยไม่ได้ตั้งใจ” “???!!” เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ หน้าแรกของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้พาดหัวตัวเท่าหม้อแกงด้านล่าง “ม็อบแดงต้านเกย์” และมีเนื้อหาต่อลงมาว่า “กลุ่มรักเชียงใหม่ ๕๑ สุดทน ขนคนเสื้อแดงกว่า ๒๐๐ ชีวิต ปิดล้อมทางเข้าออก-พุทธสถานเชียงใหม่ ขวางกลุ่มเกย์ไทย-เทศเกือบ ๘๐๐ คน ไม่ให้เดินขบวนพาเหรดอวดโฉมไปรอบเมือง เกรงทำลายภาพลักษณ์ของเมืองวัฒนธรรมเก่าแก่... “ผู้แทนเครือข่ายความหลากหลายทางเพศ เตรียมจัดขบวนพาเหรดเกย์ ภายใต้ชื่องาน ‘เชียงใหม่ไพรส์ ครั้งที่ ๒’ เพื่อให้สมาชิกชาวสีม่วงเกือบ ๘๐๐ คน ทั้งเกย์ไทยและต่างชาติที่อยู่ในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยสุดวาบหวิวอวดโฉมไปรอบมือง... “ก่อนหน้านี้มีหลายองค์กร รวมทั้งนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ผวจ. เชียงใหม่ เคยออกมาแสดงพลังคัดค้านไม่เห็นด้วยกับขบวนพาเหรดดังกล่าว เพราะเกรงจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์เมืองวัฒนธรรมเก่าแก่เชียงใหม่ ขณะที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างก็ไม่เห็นด้วยที่ขบวนพาเหรดดังกล่าวจะเดินไปตามท้องถนน เพราะเกรงว่าจะมีภาพอุจาดตาให้เห็น...” เหนือข่าวของชาวสีม่วงขึ้นในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับเดียวกันนี้ ก็ยังมีข่าวพาดหัวตัวรองว่า “ประชุมด่วน กรณีนักบวชตุ๊ด” เนื่องจากเมื่อหลายวันก่อนมีเรื่องอื้อฉาวของนักบวชระดับสูงรูปหนึ่งที่ตอนกลางคืนก็แปลงร่างเป็นผู้หญิงประเภทสอง ออกไปตะรอนเที่ยวตามผับตามบาร์ และในเนื้อข่าวตอนนี้เป็นเรื่องของนักบวชแต๋วระดับล่างที่อ้างว่านักบวชผู้ใหญ่นับสิบคนที่ซื้อบริการหลับนอนจากตนครั้งละ ๑ หมื่นบาท ........................................... ข่าวนี้ทำให้เราคิดถึงวงการคริสเตียนไทย และเกิดคำถามว่ามีเรื่องทำนองนี้มีบ้างไหม? มีศาสนาจารย์ อาจารย์ ศิษยาภิบาล ผู้นำคริสตจักรและสมาชิกในคริสตจักร และในองค์กรที่มีพฤติกรรมเป็นตุ๊ดเป็นแต๋ว เรียกตามภาษาแบบทางการว่า “มีพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศ” หรือเปล่า? มีเล็ดลอดมาให้ได้ยินอยู่บ่อยๆว่า อาจารย์บางท่านมีท่าทางกระตุ้งกระติ้ง สะดีดสะดิ้ง จีบไม้จีบมือ พูดจาคะๆขาๆ ชอบที่จะสุงสิงอยู่ผู้ชายหนุ่มและหล่อ หรือไปไหนมาไหนด้วยกันจนเป็นที่น่าสงสัย ผมก็ตอบไปว่า “นี่คุณ มองคนในแง่ดีบ้างสิ บางทีอาจจะเป็นการพากันไปเพื่อสอนพระคัมภีร์ก็เป็นได้” มีศิษยาภิบาลบางท่านมีภรรยาเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว แถมยังมีลูกอีกเป็นโขยง แต่ลับหลังยังชอบไปไหนมาไหนกับสมาชิกหรือกับเพื่อนอาจารย์ชายด้วยกัน แอบหายไปสองต่อสอง ชอบไปต่างจังหวัดด้วยกัน (นอนโรงแรมด้วยกัน) ไม่ค่อยสนใจครอบครัวของตนเอง ปล่อยให้ภรรยาและลูกอยู่บ้านตามลำพังเสมอ เรื่องนี้เป็นเพียงข่าวเล่าลือเล่าอ้างเท่านั้น ไม่มีใครรู้จริงนอกจากเจ้าตัวนั้นเอง! ในพระธรรมเลวีนิติบทที่ ๑๘ พระเจ้าทรงมีคำสั่งห้ามคนของพระองค์ “ห้ามการล่วงประเวณี” เริ่มต้นด้วยการห้ามเปิดของลับของเครือญาติ ต่อมาพระองค์ทรงห้ามคริสเตียนสมสู่กับภรรยาของเพื่อนบ้าน(คือคนที่ไม่ใช่คู่สามีหรือภรยาของตน) และห้ามสมสู่กับสัตว์เดียรัจฉาน ที่สำคัญมากซึ่งอยากจะยกมาในที่นี้คือ ข้อพระคัมภีร์ที่ว่า “เจ้าอย่างสมสู่กับผู้ชายใช้ต่างผู้หญิง เป็นสิ่งที่พึงรังเกียจ” (ลวต. ๑๘.๒๒) พระเจ้าทรงย้ำอีกครั้งในอีกสองบทต่อมาว่า “ชายใดเข้านอนกับผู้ชาย กระทำอย่างกับผู้หญิง ทั้งสองคนกระทำผิดในสิ่งที่พึงรังเกียจ ให้ขว้างทั้งสองคนเสียให้ตาย ที่เขาต้องตายนั้นเขาเองจะต้องรับผิดชอบ” (ลวต.๒๐.๑๓) และพระวจนะนำมาประยุกต์ใช้กับกรณีที่หญิงเข้านอนกับหญิง และกระทำอย่างกับชายด้วย หรือในกรณีของผลัดกันทำ (Bisexual) มีตัวอย่างของเมืองโสดมที่ถูกการลงโทษจากพระเจ้า เมื่อทูตสวรรค์สององค์พยายามเข้าไปช่วยโลตและครอบครัว “ท่านทั้งสองยังไม่ทันเข้านอน พวกผู้ชายเมืองนั้น คือชายชาวเมืองโสดมทั้งหนุ่มและแก่หมดทั้งเมืองจนถึงคนสุดท้ายพากันมาล้อมเรือนนั้นไว้ พวกเขาร้องเรียกโลตว่า ‘ชายที่เข้ามาหาเจ้าคืนนี้อยู่ที่ไหน จงนำเขาออกมาให้เรา เราจะได้สมสู่กับเขา’” (ปฐก. ๑๙.๕) ไม่น่าเชื่อว่า ชายเมืองนี้เป็นเกย์คิงกันหมดทุกคน! เปาโลบอกแก่คริสเตียนในโรมบทที่ ๑.๑๘-๓๒ ว่าความผิดบาปในเรื่องรักร่วมเพศมาจากสาเหตุที่พวกมนุษย์ไม่ยอมรับเอาพระเจ้า แม้ว่าจะรู้จักพระองค์อยู่เต็มอก (นักประ วัติศาสตร์บอกว่า จักรพรรดิโรมันเก้าในสิบองค์เป็นพวกชอบป่าไม้เดียวกัน) พวกเขาหมิ่นประมาทพระองค์ และ “เอาความชั่วร้ายบีบคั้นความจริง” ตั้งแต่ปฐมกาลพระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ให้มีเพียงสองเพศเท่านั้น มีพระประสงค์ให้พวกเขามีความสุขอยู่กับการสมรสแบบผัวเดียวเมียเดียว และมีลูกหลานทวีมากขึ้นจนเต็มแผ่นดินโลก “เพราะถึงแม้ว่าเขาทั้งหลายได้รู้จักพระเจ้าแล้ว เขาก็มิได้ถวายเกียรติแด่พระองค์ให้สมกับที่ทรงเป็นพระเจ้า หรือหาได้ขอบพระคุณไม่ เขากลับคิดในสิ่งที่ไม่เป็นสาระ และจิตใจโง่เขลาของเขาก็มืดมัวไป” ในพระคัมภีร์ตอนนี้ เราจะเห็นถึงลักษณะอาการของคนที่ไม่ยอมรับพระเจ้า ดังนี้
๑.ไม่ยอมถวายเกียรติและยกย่องสรรเสริญพระเจ้า (ข้อ ๒๑) ๒. คิดและทำให้ในสิ่งที่ไม่เป็นสาระ (ข้อ ๒๑) ๓.เอาความชั่วกลบเกลื่อนความดี (ข้อ ๑๘) ๔.กระทำในสิ่งที่โง่เขลา (ข้อ ๒๑-๒๒) ๕.ไปนมัสการสิ่งที่ไม่ใช่พระเจ้า (ข้อ ๒๓) ๖.ประพฤติลามกตามราคะตัณหา “กระทำสิ่งน่าอัปยศทางกายต่อกัน” คือรักร่วมเพศ (ข้อ ๒๔)
พระคัมภีร์อธิบายต่อไปว่า “พวกผู้หญิงของเขาก็เปลี่ยนจากการสัมพันธ์ตามธรรมชาติให้ผิดธรรมชาติไป ฝ่ายผู้ชายก็เลิกการสัมพันธ์กับผู้หญิงให้ถูกต้องตามธรรมชาติเช่นกัน และเร่าร้อนด้วยไฟแห่งราคะตัณหาที่มีต่อกัน ผู้ชายกับผู้ชายด้วยกันประกอบกิจอันชั่วร้ายอย่างน่าละอาย เขาจึงได้รับผลกรรมอันสมควรแก่ความผิดของเขา” (ข้อ ๒๖-๒๗) ในคริสตจักรที่ผมรับผิดชอบอยู่ ในช่วงเกือบ ๒๐ ปีที่ผ่านมา เจอะเจอคนแบบนี้เยอะ มีเกย์ กะเทย ตุ๊ด-แต๋ว ทอม-ดี้และพวกเสือไบ (Bisexual) คือสวมบทบาทได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงในเวลาเดียวกัน และพบความจริงว่าเมื่อคนเหล่านี้ได้รับข่าวประเสริฐของพระคริสต์ รู้สึกสำนึกในความผิดบาป อธิษฐานกลับใจเสียใหม่ ต้อนรับเอาพระเยซูไว้ในจิตใจแล้ว พระเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาเสียใหม่ ซึ่งเป็นไปตาม ๒ คร. ๕.๑๗ “เหตุฉะนั้น ถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นเป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป นี่แน่ะ กลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น”
ขอให้เข้าใจว่า แต่ชีวิตแบบเบี่ยงเบนทางเพศของบางคนไม่ได้เปลี่ยนแปลงทันที แบบปุ๊บปั๊บหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ค่อยๆเปลี่ยนไปเมื่อเขาหรือเธอได้มีโอกาสมาศึกษาพระคัมภีร์ในชั้นเรียน ร่วมอธิษฐานในกลุ่มเซล และร่วมสามัคคีธรรมในคริสตจักร แต่ต้องยอมรับความจริงว่า เป็นสิ่งที่ไม่ง่ายเลย ที่คนเหล่านี้จะหลุดจากวันวนแห่งความผิดบาปของรักร่วมเพศ! เรายอมรับความจริงว่า มีบางคนเท่านั้นที่เราสามารถช่วยให้เขาพบชีวิตใหม่ได้ แต่อีกหลายคนก็กลับไปเป็นตุ๊ด-แต๋วเหมือนเดิม!
เมื่อหลายปีก่อนมีหญิงสาวคนไทยที่เป็นเลสเบี้ยน(แสดงบทบาทเป็นฝ่ายหญิง เรียกว่าทอมหรือทอมบอย)คนหนึ่งมาหาผมที่โบสถ์ และขอให้ช่วยเหลือพูดกับคู่ขาของเธอ(แสดงบทบาทเป็นฝ่ายหญิงเรียกว่าดี้หรือเลดี้)ที่เป็นมิชชันนารีชาวสิงคโปร์ ซึ่งนอกใจเธอไปมีหญิงคนใหม่ ถึงขั้นทะเลาะกันอย่างรุนแรง และลงมือลงไม้ตบตีกันจนหน้าตาปูดบวม กรณีนี้เราช่วยเหลืออะไรเขาไม่ได้เลย เพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง
มีบางคนที่อดีตเคยเป็นตุ๊ดเป็นแต๋ว เมื่อพบพระคริสต์และกลับใจเสียใหม่แล้วจริงๆ(ไม่หวนไปทางเดิมอีก) เขาก็กลายเป็นภาชนะที่พระเจ้าทรงใช้ให้เกิดผลในพระราชกิจของพระองค์อย่างมากมาย และไปชักนำพวกรักร่วมเพศจำนวนมากมาถึงความรอด แม้กิริยาท่าทางแบบกระตุ้งกระติ้ง วี๊ดว๊ายกระตู้วู้ยังคงมีอยู่บ้าง เมื่อคริสเตียนทั่วไปทราบความจริงก็สามารถยอมรับได้
เคยมีชายหนุ่มหน้าตาดีสองคน มาสมัครเรียนภาษาอังกฤษกับเราที่โบสถ์ ทั้งสองเรียนจบจากมหา วิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ ตอนแรกเราไม่เอะใจ คิดว่าเป็นเพื่อนรักกันแบบธรรมดา แต่นานวันเข้าก็สังเกตเห็นว่า ฝ่ายหนึ่งแสดงตัวเป็นแมนแต่อีกฝ่ายหนึ่งแสดงตัวเป็นคุณหนู ในที่สุดความจริงก็ปรากฏออกมาว่าผู้ชายสองคนนี้เป็นผัวเมียกัน แต่เมื่อเกย์คู่นี้ได้เปิดใจออกต้อนรับเอาพระเยซูคริสต์ พระองค์ทรงเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาเสียใหม่ต่อมาได้ถวายตัวรับใช้พระเจ้าร่วมกับองค์กรคริสเตียนแห่งหนึ่ง และพระองค์ทรงอวยพระพรให้คนทั้งสองเกิดผลฝายจิตวิญญาณอย่างมากมาย พี่น้องคริสเตียนไทยที่รัก โปรดอธิษฐานขอพระเจ้าทรงนำพวกเกย์ ตุ๊ด แต๋ว ทอมดี้มาถึงความรอดในพระองค์ การต่อต้านคนเหล่านี้เป็นสิทธิที่จะทำได้ แต่ไม่ได้หยุดพฤติกรรมอันเลวร้ายนั้น ถ้าพวกเขาพบพระคริสต์แล้ว รับการชำระบาปและมีชีวิตใหม่แล้ว พฤติกรรมก็จะเปลี่ยนไป และชีวิตของเขาจะกลายเป็นพระพรอย่างมากมาย.
|